Skip to content

August 18, 2010

ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันโดยการเขียนไดอารีเป็นภาษาอังกฤษ

diary

วิธีหนึ่งที่จะทำให้เราพัฒนาภาษาอังกฤษได้เร็วมาก ก็คือ การเขียนไดอารีเป็นภาษาอังกฤษ

อย่าค่ะ! อย่าเพิ่งคิดว่า ยากอ่ะ! จะไปเขียนได้ยังไง พูดยังไม่ได้ อ่านก็ไม่รู้เรื่องจะให้เขียนไดอารีเป็นภาษาอังกฤษได้ยังไง  มันไม่จริงหรอกค่ะ คิดดูซิว่าพวกเราเรียนภาษาอังกฤษกันมาตั้งกี่ปีแล้ว ตั้งแต่ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย รวมๆเข้าไปเกินสิบปีแน่นอน แค่ประโยคง่ายๆในชีวิตประจำวัน เขียนได้แน่นอนค่ะ  วิธีก็คือ ให้เขียนเหมือนเราพูดกับตัวเอง ถ้าตรงไหนยากเกินไป นึกภาษาอังกฤษไม่ออก ก็เขียนไทยคำอังกฤษคำ หรือไทยประโยคนึง อังกฤษประโยคนึงเนี่ยแหละค่ะ เขียนไปเรื่อยๆ เราจะคล่องขึ้น ที่สำคัญคือ เราจะกลายเป็นว่าคิดเป็นภาษาอังกฤษได้เลย แทนที่จะคิดเป็นภาษาไทยแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

อยากเล่าประสบการณ์จริงให้ฟังว่าคำแนะนำนี้มาได้ยังไง คือตอนที่ม่อนเป็นนักเรียน AFS ที่นอร์เวย์ ตอนนั้นก็งงๆกับภาษาในชีวิตมากค่ะ เพราะที่บ้านและโรงเรียน พูดนอร์วีเจียนหมด แต่เราพูดได้แต่ไทยกับอังกฤษ แต่ช่วงแรกๆภาษานอร์วีเจียนเรายังไม่ดีมาก เวลาเบื่อๆก็ไม่รู้จะทำอะไร ต้องอ่านหนังสือ ซึ่งก็มีแต่หนังสือภาษาอังกฤษกับนอร์วีเจียนให้เลือก เราก็ต้องเลือกภาษาอังกฤษสิ (เป็น the lesser of two evils คือ มันก็แย่ทั้งสองอย่างแหละ แต่อังกฤษก็ยังดีกว่านอร์วีเจียน)  ตอนนั้นอ่าน The Princess Diaries by Meg Cabot ซึ่งเป็นหนังสือให้วัยรุ่นอ่าน โดยการดำเนินเรื่องจะเป็นการเขียนไดอารีของตัวเอกทั้งหมด  พออ่านๆไป เราเลยรู้สึกได้ถึงการคิดเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ก็เข้าใจง่าย เพราะเป็นหนังสือให้เด็กกับวัยรุ่นอ่าน ตัวหนังสือก็ไม่เยอะเกินไป  พออ่านไปเรื่อยๆรู้สึกเลยค่ะว่าเราเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษได้ ก็เลยลองเขียนไดอารีเป็นภาษาอังกฤษ  แรกๆก็อังกฤษบ้างไทยบ้าง ปนๆกันไป  ผ่านไปสองสามเดือนก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียวได้ (ผ่านไปอีกสักพักก็เป็นอังกฤษปนนอร์วีเจียน จนตอนใกล้ๆครบปี ก็เขียนเป็นนอร์วีเจียนอย่างเดียวเลยค่ะ)

จากนั้นม่อนเลยคิดได้ว่า จริงๆคนไทยเราก็เรียนภาษาอังกฤษมาเยอะ ประโยคต่างๆเราคิดได้หมดค่ะ แต่เราไม่เคยใช้ การเขียนไดอารี เราไม่ต้องกลัวใครจับผิด ไม่ต้องกลัวใครว่า จะเขียนช้า เขียนเร็ว เขียนมั่ว เขียนปนไทยมั่งก็ไม่มีใครว่า ผิดมั่งถูกมั่งไม่เป็นไร แต่เราได้ฝึกการคิดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งม่อนว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆค่ะ ถ้าทำอย่างนี้ควบคู่กับการอ่านหนังสือและดูหนังภาษาอังกฤษไปด้วย รับรองไม่นานภาษาต้องก้าวหน้าขึ้นแน่นอนค่ะ

Comments

comments