เคยเขียนไปแล้วในหนังสือ “ฟังเสียงหัวใจ” จากทฤษฏีของCarol Dweckเกี่ยวกับเรื่องmindsetว่า เรามองความฉลาดได้สองแบบ คือ เรามองว่าเป็นสิ่งที่fixed เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือเป็นสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตของเรามาก

มันมีผลต่อการเรียนมากด้วยเหมือนกัน ลองเอามาปรับใช้ดูเฉพาะกับการเรียนภาษาซิ

เราสามารถตั้งเป้าหมายในการเรียนได้สองแบบ

  1. เรียนให้เก่ง หมายถึง ทำคะแนนให้ดี ทำให้ครูชอบ ทำให้เป็นที่หนึ่งของห้อง ตอบคำถามให้ได้ ทำเกรดให้ได้ดีๆ
  2. พัฒนาทักษะทางภาษาของตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ หมายถึง ไม่ได้สนว่าคะแนนจะดีไม่ดีเท่าไหร่ แต่สำคัญว่าฉันได้เก่งขึ้นหรือเปล่า

(รู้นะว่า ถ้าให้ทุกคนเลือกว่าแบบไหนดูดีกว่า ก็คงรู้ว่าจะเลือกแบบไหน แต่ถ้าให้ถามว่าจริงๆตัวเองจะทำแบบไหน ขอให้เลือกตามความแบบจริงนะคะ)

มันไม่ได้มีแบบไหนผิดหรือถูกหรอกค่ะ แบบแรกคือ เราเอาperformanceเป็นหลัก เราอยากให้คนอื่นเห็นว่าเราเก่ง เราก็จะพยายามตั้งใจเรียนซึ่งในระยะสั้นอาจจะให้ผลดี แต่ถ้าเจออุปสรรคจะทำให้ท้อแท้ได้ ซึ่งครูม่อนเอ

ก็เพิ่งมาคิดย้อนดูว่าตัวเองก็เป็นอย่างนี้ในหลายๆด้านเหมือนกัน เอาไว้ตอนบล็อกหน้าๆจะเล่าให้ฟังนะคะ ส่วนแบบที่สองเนี่ย เป็นการตั้งเป้าหมายที่ทำให้เรามีความพยายามในการเรียนมากกว่า คือ เราจะอดทนและสนใจเรียนมากกว่า และพยายามไม่ยอมแพ้กลางคันค่ะ

สรุป ก็คือ เราต้องพยายามเปลี่ยนมุมมองจากการตั้งเป้าหมายจากการเรียนเพื่อเกรด เป็นเรียนเพื่อให้เก่งขึ้นค่ะ เพราะว่าเราจะสนใจที่จะเรียน พยายามฝึกฝนมากกว่าค่ะ ^^