Skip to content

November 7, 2017

ฝึกเขียนภาษาอังกฤษ (Improve you writing) ตอน Pronoun Consistency

hand-write

ปัญหาในการเขียนภาษาอังกฤษอย่างนึงที่เจอบ่อยคือ pronoun inconsistency คือใช้สรรพนาม (pronoun) ไม่เหมือนเดิมตลอดทั้งงานเขียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากๆ ลองนึกถึงเวลาเราคุยกันใช้ภาษาพูด เราก็ใช้สรรพนามไปเรื่อย เปลี่ยนไปเรื่อยๆได้ คนฟังเข้าใจ เพราะว่าได้เห็นท่าท่าง (gesture) ได้ยินน้ำเสียง (tone) และคนฟังก็รู้ว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องอะไร (context) ดังนั้นความเข้าใจก็เลยไม่เป็นปัญหา

แต่ว่าในงานเขียน เราต้องเข้าใจว่าคนอ่าน จะไม่มีโอกาสให้ใช้ gesture, tone หรือ context ว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร ดังนั้นคนอ่านก็อาจจะงงได้ง่ายว่าเราพูดถึงใครกันแน่ 

ซึ่งถ้าเราเขียนอะไรที่ไม่เป็นทางการ เช่น เขียนไดอารี่ หรือLine หาเพื่อน มันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องแก้ แต่ถ้าเราเขียนงานส่งอาจารย์ หรือรายงานส่งเจ้านาย ก็ต้องแก้ให้มันอ่านง่ายขึ้นค่ะ

เรามาลองดูตัวอย่างกันค่ะ

อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนนักเรียนนะคะเอาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย

I was upset and wept for the whole week, then there was a voice flashed through my brain said that if you don’t want to lose who you loved that you should go to study medicine in the future to make it possible.

อันนี้เป็นประโยคที่พูดถึงตัวเองใช่ไหมคะใช้ I มาตลอด แต่พอมาถึงตอนท้าย ใช้ you แทน

อันนี้จริงๆเข้าใจได้ เพราะว่าเวลาพูด เราพูดแบบนี้ คือ if you don’t want to lose who you loved, you should go to study medicine. มันคือ เหมือนคนอื่นพูดกับเรา ก็เลยใช้ you หมายถึงเรา คนเขียน แต่ทีนี้เวลาเป็นwriting คนอ่านเขาจะไม่ได้เห็นgesture ไม่ได้ยินtone ไม่ได้ยินว่าเราเว้นวรรคประโยคตรงไหน ดังนั้นเราต้องเขียนให้ชัดให้clear  ฉะนั้นถ้าประโยคนี้ เขียนยังไงจะให้ดี

I was upset, then in my head, I heard a voice telling me that if I don’t want to lose my loved ones, I should go studying medicine.

อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้นไหมคะมันชัดเจนกว่าว่าคนเขียนพูดถึงตัวเองพูดถึงสิ่งที่เขาคิดหรือได้ยินในหัวเขาเอง

อันนี้คือการแก้ไขงานเขียนเรื่องง่ายๆที่จะทำให้งานเขียนของเราชัดเจนขึ้นเยอะเลยค่ะ ลองกลับไปอ่านงานเขียนของตัวเองแล้วลองดูนะคะว่ามี pronoun consistency ไหม ถ้าเจอว่างานเขียนตัวเองมีปัญหาอันนี้เยอะ ก็ไม่ต้องท้อนะคะ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่แม้แต่เจ้าของภาษาเองก็ยังผิดกันเลยต้องเคยแก้สองสามรอบถึงจะแก้ได้หมดค่ะ

Comments

comments