การเรียนภาษาอังกฤษนั้นเป็น a long game คือ เป็นสิ่งที่เราทำระยะยาว หวังผลในภายหน้ามากกว่าปัจจุบัน จริงอยู่ที่เราก็เรียนเพื่อให้สอบผ่าน แต่ผลจริงๆมันยังไม่เห็นในระยะสั้น ไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้จะเก่งได้เลย แต่พอเก่งแล้วมันได้ผล(pay off)จริงๆค่ะ

ในเมื่อมันเป็นอะไรระยะยาว เราต้องหาวิธีทำให้ตัวเองมีกำลังใจเรียนต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าฟิตเรียนอยู่เดือนนึงแล้วเลิก มันก็ไม่เก่งใช่ไหมคะ?

วิธีนึงก็คือ ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้  (เป้าหมายที่เราเชื่อว่าเราทำได้) หรือ achievable

คีย์เวิร์ด คือ เชื่อ นะคะ

เช่น ถ้าเราอยากจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้ได้ เราจะตั้งเป้าหมายยังไง?

ถ้าพื้นฐานเราคือยังไม่เคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ทั้งเล่มเลย เคยอ่านแต่บทควาทที่เรียนในห้องเรียน หรือบนอินเตอร์เนต เราจะตั้งเป้าหมายยังไงไม่ให้หมดกำลังใจ?

ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าอาทิตย์นี้จะอ่านให้ได้เล่มนึง  พอสองวันผ่านไปเราอ่านไปยังไม่จบหนึ่งบทเลย เราจะทำยังไงคะ?

ก็เลิกอ่าน แน่นอนเลยใช่ไหม  (บางคนอาจจะมีกำลังมากหน่อย ก็อาจจะทำได้มากกว่าหนึ่งอาทิตย์ แต่พอถึงช่วงที่การบ้านเยอะ งานเยอะ เราก็มักจะเลิกอ่าน)

เหตุผลหนึ่งที่เราเลิกก็เพราะเป้าหมายมันสูงไป เราไม่เชื่อว่าเราทำได้จริง คือปากก็บอกว่าอยากจะทำให้ได้ แต่ในใจคิดว่าทำไม่ได้หรอก

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ชมตัวเองค่ะ ชมตัวเองเพราะว่าเรายังอยากพัฒนาตัวเอง คนส่วนมากไม่แม้แต่จะคิดนะคะ

ถัดมาก็ตั้งเป้าหมายที่เราเชื่อว่าเราทำได้ ในตัวอย่างนี้ก็อาจจะตั้งเป้าหมายว่าอ่านครึ่งหน้าต่อวัน

บางคนอาจจะถามว่า “ครึ่งหน้าต่อวัน แล้วเมื่อไหร่จะอ่านจบ?”

หลักการคือให้ตั้งเป้าหมายที่เราเชื่อว่าเราทำได้แม้แต่ในวันที่เราเหนื่อยหรือท้อแท้มากๆ(bad days)

ถ้าครึ่งหน้าเยอะไป ก็เอาแค่paragraphเดียวก็ได้

ครูม่อนแนะนำอย่างนี้เพราะว่า เวลาเราทำอะไรใหม่ๆ เซลล์ประสาทจะต้องสร้างเส้นทางหรือpathwayใหม่ เพื่อเชื่อมโยงกัน ดังนั้นเวลาเราทำอะไรใหม่ๆ มันจะมีแรงต้านเยอะ เพราะต้องสร้างเส้นทางใหม มันก็จะเหนื่อยมาก เราก็ทำไม่ได้บ่อย

แต่ถ้าเราตั้งเป้าหมายน้อยๆ ที่เราเชื่อว่าเราทำได้ แรงต้านก็จะไม่เยอะ เราก็ทำได้สม่ำเสมอค่ะ

พอเราทำสม่ำเสมอ neural pathway ของทักษะนี้มันก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เราทำมันก็จะง่ายลงเรื่อยๆค่ะ

ทุกวันนี้ครูม่อนอยากจะตั้งใจอ่านหนังสือให้มากขึ้น เป้าหมายของครูคือวันละหนึ่งหน้า  ตามเป้าหมายนี้ครูทำได้ทุกวันมาเป็นปีแล้ว และก็ไม่เหนื่อยด้วย แม้ว่าวันไหนที่งานเยอะๆ พอจะหมดวันแล้วยังไม่ได้อ่านเลย ก็แค่อ่านก่อนนอนหนึ่งหน้าก็ได้แล้ว  แต่ถ้าครูตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านสิบหน้าล่ะก็ ไม่มีทางทำได้ทุกวันแน่ๆ วันไหนที่เหนื่อย พอคิดว่าต้องอ่านสิบหน้าก็เลิกแล้ว

วิธีนี้แหละค่ะที่ทำให้ครูอ่านหนังสือได้มากกว่าหนึ่งร้อยเล่มในปี 2018 แน่นอนว่าไม่ได้อ่านแค่วันละหน้าทุกวัน เพราะบางวันพอเริ่มอ่านหนึ่งหน้าแล้วมันก็ติด อ่านต่อไปเรื่อยๆ แต่ความสม่ำเสมอเนี่ยแหละที่ทำให้อ่านได้เยอะ

Actionable Task

วันนี้เขียนเป้าหมายหนึ่งอย่างที่เราเคยคิดไว้  แล้วแก้ให้เป็นเป้าหมายที่เราเชื่อว่าเราทำได้ทุกวัน

แล้วก็ลองทำดูสักอาทิตย์นึงค่ะ  ได้ผลยังไงแชร์กันนะคะ