Loading...

สูตรการเขียนสรุปว่าคนเขียนเห็นด้วยกับบางอย่าง (expressing agreement)

By |2019-05-17T06:06:51+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

สำหรับการเขียนสรุปว่าคนเขียน A เห็นด้วยกับคนเขียน B สามารถใช้  template อย่างนี้ค่ะ The authors of this paper agree with Smith (2010) that _____. ผู้เขียนบทความนี้เห็นด้วยกับสมิธ(2010)ว่า ______ Verbs ที่ใช้ได้ Confirm ยืนยัน Reaffirm ยืนยันอีกครั้ง Support สนับสนุน Verify พิสูจน์ อย่าลืมว่าแต่ละ verb นั้นก็มีวิธีการใช้ต่างกันนะคะ อย่าลืมเช็คกับดิกชันนารีด้วยว่าต้องใช้ยังไง ใช้กับ preposition ไหน

สูตรการเขียนสรุป Summarizing

By |2019-05-17T06:02:43+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

สูตรการเขียนสรุป Summarizing He/she demonstrates that _____ . เขาแสดงและพิสูจน์ว่า  ______ . Verb  ที่มาใช้ในการสรุปได้ Argue โต้เถียง Assert ยืนยัน Believe เชื่อ Claim อ้าง Emphasize เน้น Report รายงาน Show  แสดง Suggest แนะนำ แน่นอนว่าแต่ละคำก็จะมีความหมายต่างกัน เราต้องดูด้วยว่าความหมายตรงตามที่เราอ่านมาหรือไม่ค่ะ

Avoid Absolute Words

By |2019-05-17T05:57:24+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

Absolute words คือ คำที่มีความหมายแบบแน่นอน ฟันธง ซึ่งเราจะพยายามไม่ใช้ในการเขียนวิชาการเพราะความหมายมักจะผิดได้ง่าย คราวที่แล้วแนะนำ template ไป อยากให้มาสังเกตกันด้วยว่า template นั้นมีจุดที่สำคัญคือ จะไม่ใช้คำที่เป็น absolute เช่น all, always, never, none, only, every, mustและคำอื่นๆที่ความหมายคล้ายกัน Many people assume that _______ . หลายๆคนเชื่อว่า _____ Everyone assumes that ____ ทุกคนเชื่อว่า _____ Q: อันไหนดีกว่ากัน? A: อันแรกค่ะ เพราะว่าอันที่สองคนอื่นจะโต้แย้งได้ว่า ทุกคนเชื่ออย่างนี้เหรอ? ไม่จริงหรอก Many people assume that video games cause teenage violence. Everyone assumes that

สูตรการเขียน Introducing Common Views

By |2019-05-17T05:51:19+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

การเขียนเชิงวิชาการนั้นมักจะต้องการให้เราเริ่มต้นจากการพูดถึงความรู้ที่มีอยู่แล้วก่อน จากนั้นเราถึงจะพูดถึงความเห็นของเรา มี template หลายอันที่เรานำมาใช้ได้ค่ะ Many people assume that _______ . หลายๆคนเชื่อว่า _____ It is often said that ______ . เป็นที่พูดกันว่า  ____ Common sense seems to dictate that _____ . คอมมอนต์เซ้นส์เหมือนจะสรุปว่า _____ Conventional wisdom has it that ____ . ความรู้และปัญญาทั่วๆไปบอกว่า _______ แล้วตามด้วยความรู้ความเชื่อปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียนถึง เริ่มจากการใช้  template ก่อน แล้วค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พออ่านเยอะๆขึ้นเราก็จะสะสมpatternวิธีการเขียนได้มากขึ้น แล้วก็จะเขียนได้เองโดยไม่ต้องคอยใช้ template ค่ะ Q: การใช้ template ถือเป็นการ plagirism

แนะนำหนังสือน่าอ่านสำหรับ Mental Health Awareness Month

By |2019-05-15T05:01:50+07:00May 15th, 2019|Categories: Uncategorized, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

การอ่านเป็นวิธีสร้าง English brain ได้ดีมาก ทำให้เราหัดคิดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ พออ่านเยอะๆเราก็จะคิดเป็นภาษาอังกฤษเก่งขึ้นเรื่อยๆ เดือนพ.ค.เป็น Mental health awareness month ครูม่อนเลยขอโอกาสนี้มาแนะนำหนังสือที่เกี่ยว mental health นะคะ การอ่านหนังสือเป็นวิธีเรียนภาษาที่ดีมาก แม้แต่การอ่านนิยายก็ช่วยได้เยอะ ได้ทั้งความบันเทิง ภาษา และได้เรียนเกี่ยวกับสังคมด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกอย่างน้อยสามตัวเลยทีเดียว 1. Eliza and Her Monsters by  Francesca Zappia “How can I want something so badly but become so paralyzed every time I think about taking it?” Synopsis from GoodReads: In the real world, Eliza

Life is not a race ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน

By |2019-05-07T05:31:48+07:00May 7th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

When you feel overwhelmed because there are so many things to do, So many expectations to meet. So many roles to fulfill.   Just pause. Live slowly. Not rushing from one point to the next. Life is not a race. It never is. It never will be.   Release judgments of yourself and others. You

ถ้าอาจารย์ใช้คำนี้ในเลคเชอร์ แต่ทำไมเราใช้ในงานเขียนไม่ได้ ?

By |2019-05-03T01:34:07+07:00May 3rd, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าภาษาพูดกับเขียนนั้นต่างกัน ซึ่งอันนี้ก็จริงในacademia(ทางวิชาการ)ด้วยเหมือนกัน เวลาอยู่ในเลคเชอร์หรือสัมมนา เราอาจจะได้ยินอาจารย์ใช้คำที่ไม่เป็นทางการ เช่น stuffs, a bit, a bunch of  เป็นต้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาคำพวกนี้มาใช้ในงานเขียนได้นะคะ เวลาเขียนเราต้องใช้คำที่เป็นทางการอยู่ดีค่ะ คือไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันอยู่ทุกวัน หรือภาษาอังกฤษเชิงวิชาการก็มีแยกเป็น ภาษาพูดกับภาษาเขียน ดังนั้น ภาษาพูดทางวิชาการก็ยังมีความแตกต่างจากภาษาเขียนอยู่ดี ภาษาพูดทางวิชาการ โดยเฉพาะในห้องเรียนหรือการประชุมกลุ่มย่อยนั้น จะต่างกับภาษาเขียนตรงที่ 1. Loosely-structured (โครงสร้างหละหลวม) คือ เป็นภาษาพูดก็อาจจะวนไปวนมาบ้าง เป็นเรื่องปกติ ยกเว้นการพูดในวิชาการแบบเป็นทางการในการประชุมใหญ่ๆซึ่งคนพูดก็จะมีการเตรียมตัวมาดี ในกรณีนั้นก็จะมี structureที่ดีหน่อย 2. Assuming shared context and common background ภาษาพูดทุกแบบจะมีการ assume หรือทึกทักเอาว่าคนฟังมีbackgroundคล้ายๆคนพูด คือ ก็อยู่ที่เดียวกันคุยเรื่องเดียวกันก็จะมีการละเว้นคำ หรือประโยค โดยถือว่าคนฟังคงเข้าใจเพราะว่าคุยกันเอง แล้วก็ถ้าคนฟังไม่เข้าใจจริงๆก็สามารถถามได้ แต่เวลาเราเขียน เราต้องตระหนักไว้ว่าคนอ่านไม่รู้ว่าbackgroundหรือcontextเราเป็นแบบไหน และก็ไม่สามารถถามได้ทันทีถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ฉะนั้นคนเขียนต้องเขียนให้ละเอียดเพื่อให้คนอ่านเข้าใจชัดเจนค่ะ 3. No revision คือ เวลาพูดนั้น

การใช้ phrasal verb ในการเขียนวิชาการ

By |2019-04-30T02:56:33+07:00April 30th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

phrasal verb คือ วลีที่มี verb + คำชนิดอื่น (อาจจะเป็นadverb หรือ preposition) เช่น put up with, figure out, get rid of เป็นต้น แต่ใน academic writing จะไม่ค่อยนิยมใช้ phrasal verb  แต่จะไปใช้ single verb (verb ที่เป็นคำเดี่ยว)มากกว่า เช่น Put up with —> tolerate Figure out —> determine Get rid of —> eliminate ซึ่ง single verb เหล่านี้ หลายๆคนก็รู้จักอยู่แล้ว แต่บางทีเราไม่รู้ว่าควรจะเอามาใช้แทน phrasal verb หรือบางทีตอนที่เขียนหรือeditอยู่