Loading...

คำศัพท์เกี่ยวกับ Cold และ Flu

By |2018-01-10T03:01:39+07:00January 10th, 2018|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , |

ครูม่อนป่วยยาวรับปีใหม่เลย ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอสอนคำศัพท์ล่ะกันนะคะ Flu คือ ไข้หวัดใหญ่ Cold คือ ไข้หวัดธรรมดา บางทีเราจะได้ยินคนพูดว่า common cold คือหวัดธรรมดานั่นเอง (common คือ พบได้ทั่วไป) Phrase ที่ใช้บอกว่าเราติดหวัดคือ catch a cold หรือ catch the flu มันมีความแตกต่างตรงนี้ค่ะ เวลาที่เป็น cold เราจะใช้ว่า a cold แต่เวลาที่เป็น flu เราจะใช้ว่า the flu วิธีจำของครูม่อนคือว่าก็ common coldมันมีเยอะใช่ไหม ก็เลยใช้ a นำหน้าเพราะเราไม่เจาะจง แต่fluมันไม่common ก็เลยใช้ the เพราะเรารู้ว่ามันเป็นอันไหน ( a/an ใช้กับ indefiinite noun คือ นามที่ไม่เจาะจง ส่วน the ใช้กับ

จำมากกว่าทางเดียวได้ผลดีกว่า (Dual Coding theory)

By |2017-12-28T09:35:57+07:00December 28th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ coding กันค่ะ Coding (n) ในด้านสมองคือการเอาข้อมูลเข้าไปใส่ในสมอง ยกตัวอย่างประโยค เช่น  The information is coded in the brain. แปลว่า ข้อมูลนี้ถูกบันทึกไว้ในสมอง นักวิจัยพบว่าข้อมูลถูกบันทึกไว้ในสมองในแบบรูปภาพ (visual images) หรือ คำพูด (verbal units) หรือทั้งสองแบบค่ะ* นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกทั้งสองแบบ (visual images and verbal units) นั้นเป็นข้อมูลที่เรียนได้ง่ายที่สุด จึงเรียกทฤษฎีนี้ว่า dual coding theory (dual แปลว่า สอง)** จากไดอะแกรมนี้จะเห็นได้ว่า ข้อมูลจะมาจากสองทาง คือ ภาพและคำพูด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็จะมาอยู่ใน working memory ซึ่งมีความสามารถจำกัด การที่ข้อมูลทั้งสองทาง คือ ภาพและคำพูดมาอยู่ด้วยกัน ก็จะเกิดการเชื่อมโยง (connection) ทำให้ข้อมูลนี้เข้าไปอยู่ในlong-term memory เป็นความรู้

Christmas vocabulary

By |2017-12-24T03:33:22+07:00December 24th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , |

เนื่องในโอกาสวันคริสมาร์ส เรามาเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลนี้กันดีกว่าค่ะ Christmas เป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ปัจจุบันก็กลายเป็นเทศกาลสากลไปแล้ว ที่อเมริกาวันคริสมาร์ส (Christmas Day) ซึ่งคือวันที่ 25 ธันวาคม จะเป็นวันหยุดประจำชาติ (แต่วันที่  24 ซึ่งเป็น Christmas Eve จะไม่หยุดนะคะ) Christmas eve คือวันก่อนวันคริสมาร์ส Eve คือ ก่อน Christmas Eve ก็คือก่อนคริสมาร์สนั่นเอง New Year Eve ก็คือวันก่อนวันปีใหม่ ก็คือ 31 ธันวาคมนั่นเองค่ะ Christmas tree ต้นคริสมาร์ส Christmas tree ornament เครื่องประดับต้นคริสมาร์ส Tree topper เครื่องประดับเอาไว้บนสุดของต้นคริสมาร์ส มักจะเป็นดาว Christmas light/twinkle light ไฟตกแต่ง Christmas decoration ทุกอย่างที่เอาไว้ประดับในช่วงเทศกาลคริสมาร์ส ในประเทศที่ฉลองคริสมาร์สนั้นจะมีการประดับบ้านสำหรับช่วงเทศกาลค่ะ Wreath (อ่านว่า

ท่องจำตอนไหนดี (Spaced repetition)

By |2017-12-21T02:02:59+07:00December 19th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

ทุกคนคงมีประสบการณ์ว่าเวลาเรียนหรือท่องจำอะไรแล้วลืมเร็วมากเลยใช่ไหมคะ อย่างบางทีเรียนในคาบเสร็จปั๊บ ของีบหน่อย ตื่นมาลืมหมดแล้ว เราลองมาดูว่ามีวิธีไหนบางที่ทำให้เราจำได้ระยะยาวบ้าง ตามหลักการทำงานของสมองและ decay theory (decay = เสื่อมถอย) ความจำของเราจะลดลงตามเวลาที่ผ่านไป คือ เราจะจำสิ่งที่เราเพิ่งเรียนเมื่อวานได้มากกว่าสิ่งที่เราเรียนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว Picture source: https://www.gwern.net/Spaced-repetition จากกราฟนี้เราจะเห็นว่า ถ้าให้recall (เรียกข้อมูลออกมา)เลยทันทีก็จะทำได้ 100% ถ้าเวลาผ่านไป สิ่งที่จำได้ก็จะลดลงอย่างรวดเร็วค่ะ หลักการหนึ่งที่มาช่วยไม่ให้ความจำเราถดถอย คือ spaced repetition คือ การแบ่งจำเป็นช่วงๆ (space = เว้นระยะ, repetition = การทำซ้ำ) Picture source: https://www.koobits.com/2012/10/08/study-smart-the-power-of-spaced-repetition จากกราฟเราจะเห็​นได้ว่าถ้าทบทวน (review) ทันทีเราจะจำได้ 100% พอผ่านไป 10นาที ถ้าเราไม่ทบทวน ความจำจะเหลือ 50% แต่ถ้าทบทวนก็จะกลับไปเป็น 100% เหมือนเดิม พอหนึ่งวันผ่านไป

ใช้อารมณ์ขันมาช่วยจำ (Humor and Memory)

By |2017-12-16T01:09:25+07:00December 16th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

นักวิจัยพบว่าอารมณ์ขัน (Humor) นั้นมีผลต่อความจำ ทำให้จำได้ดีขึ้น ลองนึกถึงความทรงจำของตัวเองดูนะคะ อะไรที่ขำๆตลกๆเรามักจะจำได้ได้ เราก็เอาหลักนี้มาช่วยจำภาษาอังกฤษได้ เวลาท่องจำเราก็ลองเอาสิ่งที่ต้องจำมาทำให้ตลก อาจจะสร้างภาพ (imagine) หรือสร้างเรื่องราวที่ตลก (humorous),  ไร้สาระหรือแปลก  (silly or weird ), and เว่อร์ (exaggerated)  ยิ่งตลกมากๆ เรายิ่งจำได้ดี ยกตัวอย่าง เช่น ตอนที่ครูม่อนเรียนหมอ ต้องจำชื่อกระดูก มีกระดูกใหญ่ที่ต้นขาชื่อว่า Femur  ครูม่อนก็ใช้วิธีจำว่า Femur มันออกเสียงคล้ายๆ Humor แต่ขึ้นต้นด้วย F ก็เลยนึกภาพว่ากระดูกที่ต้นขามีตัว F อยู่ที่หัว แล้วก็เต้นไปเต้นมาบนต้นขา แล้วครูม่อนก็จำได้ เพราะว่าภาพตัวกระดูกมีFที่หัวเต้นไปเต้นมาบนต้นขา มันแปลกแล้วก็silly สำหรับครูม่อน ครูก็เลยจำได้ค่ะ สรุปว่า ถ้าเราต้องจำภาษาอังกฤษ วิธีนึงที่ช่วยได้คือ ลองนึกภาพหรือสร้างเรื่องจากสิ่งที่เราต้องจำแล้วทำให้มันตลกๆหรือเวอร์ๆ จะช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ควรรู้คือว่า ถ้าคนอื่นมาบอกวิธีจำให้เรา เช่น ให้จำFemur ตามที่ครูม่อนบอกเมื่อกี้ เราจะจำได้ไม่ดีเท่าภาพที่เราสร้างขึ้นมาเองค่ะ ฉะนั้นทำเองได้ผลดีที่สุดนะคะ

ใช้ความรู้เก่ามาช่วยจำความรู้ใหม่ (Link method)

By |2017-12-13T00:00:30+07:00December 13th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

หลักของการจำอีกอย่างคือ การเชื่อมโยง (association) อย่างที่พูดถึงไปแล้วว่าการจำคือการสร้าง neural pathway (ทางเชื่อมระหว่างเซลล์ประสาท)  การที่จะสร้างpathway ก็คือ การเชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับข้อมูลเก่าหรือสิ่งที่เราจำได้อยู่แล้ว การที่เราเอาข้อมูลใหม่ไปเชื่อมกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วจะทำให้เกิดทางเชื่อมระหว่างข้อมูลเก่ากับข้อมูลใหม่ ที่นี้พอเราจะนึกถึงข้อมูลใหม่ เราก็เพียงนึกถึงข้อมูลเก่า แล้วเราก็จะเชื่อมไปสู่ข้อมูลใหม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะจำคำว่า “implant” ที่แปลว่าปลูกถ่ายอวัยวะ เรารู้ว่า ‘plant’ แปลว่าต้นไม้ (ในกรณีที่เป็นคำนาม) หรือ ปลูกต้นไม้ (ถ้าเป็นกริยา) เรารู้ว่า ‘im-‘ สามารถเป็นprefixได้ แปลว่า ‘into’ เช่น ใน import (นำเข้า) เราก็เอามาเชื่อมกันว่า implant คือ plant something into our body ก็คือปลูกถ่ายอวัยวะนั่นเองค่ะ เห็นไหมคะว่า เราเอาความรู้ใหม่เกี่ยวกับคำว่า implant มาเชื่อมกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วคือ คำว่า plant กับprefix im- ทำให้เราจำได้ง่ายขึ้นค่ะ

เรียนภาษาอังกฤษ ท่องจำดีไหม (rote memorization)

By |2017-12-08T01:19:58+07:00December 8th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

วิธีจำที่เก่าแก่ที่สุดที่เราต้องพูดถึงก็คือ การท่องจำ (rote memorization)   นั่นเอง วิธีนี้ใช้หลักการทำซ้ำๆ (repetition)คือ ท่องซ้ำๆจนจำได้ ไม่ต้องคิดมาก ท่องแล้วท่องอีก เดี๋ยวก็กลายเป็น long-term memory ไปเอง หลายๆคนบอกว่าถ้าท่องภาษาอย่างเดียว จะทำให้ใช้ภาษาไม่เป็น ซึ่งครูม่อนเห็นด้วยนะคะ แต่ว่าการท่องจำก็มีข้อดีของมันอยู่เหมือนกัน เราแค่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเป้าหมายเราเท่านั้นเองค่ะ การท่องจำเหมาะกับกรณีไหน อย่างแรกเลยคือ ตอนเริ่มเรียนใหม่ๆ เริ่มจากศูนย์เลย เช่น ABC หรือจำคำทักทายง่ายๆ เช่น Hi, Hello, How are you? พวกนี้ท่องไปเลยง่ายกว่า เพราะเรายังไม่มีเบสิก ถัดมาคือ พวกคำนามที่เป็นรูปธรรม(concrete nouns) ที่ไม่ได้เข้าใจยากอะไร พวกนี้ท่องไปเลยได้ อย่างที่ตอนเด็กที่โรงเรียนให้ท่อง Monday, Tuesday, …. หรือ January, Feburary, .. หรือท่องสูตรคูณ กริยาสามช่อง จำกันได้ไหมคะ ตอนเด็กๆครูม่อนก็ไม่ชอบท่องเหมือนกัน พอโตมาถึงรู้ว่ามีประโยชน์มาก ไปต้องคอยไปเปิดดู Phrasal

กระบวนการจำในสมอง (Memory)

By |2017-12-08T01:21:08+07:00December 8th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

จะจำให้ได้ดี เราต้องเข้าใจเทคนิคการจำ Memorization techniques ซึ่งวิธีการจำในการเรียนภาษานั้นมีหลายวิธีด้วยกัน แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ ความจำ (memory) กันก่อนนะคะ ความจำมีสองระดับ คือ working memory กับ long-term memory Working memory คือ ความจำที่เราเอาไว้ใช้งานในขณะนั้น คล้ายๆเวลาเราใช้กระดาษทดนั่นแหละค่ะ working memoryมีจำกัด เหมือนเรามีกระดาษทดแค่แผ่นเดียว ถ้าทดเต็มแล้วก็หมด ขอกระดาษเพิ่มไม่ได้ Working memory นั้นประกอบไปด้วย short-term memory คือ ความจำระยะสั้น และก็ active processing ก็คือส่วนที่เอาshort-term memory มาประมวลผลนั้นเอง Long-term memory คือ ความจำระยะยาว เหมือนข้อมูลที่เราเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์นั่นเอง พอจะใช้ก็ไปดึงออกมาใช้ได้ กระบวนการจำว่ากันง่ายๆอย่างได้นี้ค่ะ Pathway เป็นอย่างนี้ค่ะ ตอนแรกเรารับรู้ (perceive) ก่อน รับรู้ทางได้ยินหรือทางการอ่านก็ได้ทั้งนั้น จากนั้นสิ่งที่เรารับรู้ก็จะถูกประมวลผล (process)