September 2014

ความเชื่อผิดๆ 4 อย่างเกี่ยวกับการสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยดังๆ

By |2019-04-16T11:24:20+07:00September 27th, 2014|Categories: Featured, ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , , |

ความเชื่อผิดๆ 4 อย่างเกี่ยวกับการสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยดังๆและ Ivy league 1. เกรดต้องดี ถึงจะเข้าได้ - การจะเข้ามหาวิทยาลัยดังๆได้ ไม่ใช่ว่าเกรดดีอย่างเดียวถึงจะพอ จริงอยู่ ถ้าเกรดเราดีเลิศ มันก็ทำให้โอกาสที่เราจะเข้าได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเกรดดีอย่างเดียว แล้วจะเข้าได้นะ มันก็ต้องมีผลงานอย่างอื่นด้วย ในทางกลับกัน นักเรียนที่มีเกรดกลางๆหรือดีกว่าเฉลี่ยนิดหน่อย ก็ใช่ว่าจะหมดโอกาส จริงๆแล้วถ้านักเรียนมีผลงาน มีประสบการณ์ หรือแม้แต่มีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจและตรงกับโปรแกรม โอกาสที่จะเข้าได้ก็มีเหมือนกัน 2. การเข้าเรียนต่อปริญญาโทปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยดังๆ คือ การเรียนเนื้อหาวิชาให้ลึกซึ้งมากขึ้น - เรียนปริญญาโทเอก หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า graduate school มันไม่เหมือนกับการเรียนตอนปริญญาตรี ตอนปอตรี เราได้เริ่มเรียนเนื้อหาวิชาที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เน้นว่าเอาเนื้อหา แต่graduate school เน้นฝึกทักษะมากกว่าเนื้อหา ทักษะอะไรบ้าง ก็เช่น ทักษะการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การตั้งปัญหางานวิจัย การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บข้อมูลจากตัวอย่าง การออกแบบงานวิจัย เป็นต้น ส่วนเนื้อหาน่ะ โดยมากเขาจะassumeว่า นักเรียนต้องรู้อยู่แล้วหรือไม่ก็ไปค้นคว้าหาเอาเอง graduate school ไม่ใช่การไปนั่งฟังเลคเชอร์เหมือนตอนเรียนปริญญาตรีนะ

ข้อดี สี่อย่างของการเรียนเมืองนอก

By |2014-09-15T13:38:46+07:00September 15th, 2014|Categories: Food for Thoughts, ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , |

1. เข้าใจตัวเองมากขึ้น ไปเรียนหรือไปอยู่เมืองนอกเนี่ย ทำให้เรารู้จักตัวเองได้ดีขึ้นเยอะเลย เพราะว่าเราได้ไปเห็นสิ่งที่แตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคย ถ้าเรารู้จักคิดและหันกลับมามองตัวเอง จะทำให้เราได้รู้จักตัวเองอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย อย่างครูม่อน ก่อนไปอยู่อเมริกา เราก็ไม่ได้คิดว่าเราเป็นคนjudgementalอะไรนะ แต่พอที่อยู่ที่นู่น พอเห็นคนที่แตกต่างกว่าเรามากๆ เช่น สีผิว การแต่งตัว หรือ กิริยาท่าทาง ความคิดเรามันไปตัดสินเขาเร็วมากๆ ทั้งๆที่เราก็รู้ว่าเราไม่ควรไปตัดสินใครจากภายนอก แต่ความคิดมันไปก่อนแล้ว อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้ทันความคิดตัวเอง เพราะว่าบ้านเราคนจะไม่ต่างกันมาก พออยู่ที่อเมริกาถึงได้รู้ว่าเราต้องหัดใจตัวเองให้เปิดกว้างกับคนที่แตกต่างจากเรามากขึ้น 2. รักเมืองไทยมากขึ้น ใครที่ไปอยู่เมืองนอกจะรู้นะ ว่ายิ่งอยู่เมืองนอกนานก็ยิ่งรู้ว่าบ้านเราเนี่ยดีที่สุด ไม่ใช่ว่าดีที่สุดเวลาไปเทียบกับที่อื่นตรงๆนะ แต่ดีที่สุดสำหรับเราเอง แรกๆไปอยู่เมืองนอกจะมีสองแบบ คือ แบบปรับตัวไม่ได้แล้วไม่ชอบ หรือไม่ก็ชอบที่ใหม่มากๆไปเลย แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตามนะ พออยู่ไปนานๆ เราจะปรับตัวได้ แต่ก็ยังคิดว่าอยู่บ้านเราดีกว่า หรือแบบที่สองก็คือ จะเริ่มเห็นข้อไม่ดีของที่ใหม่ๆ ทำให้เราเห็นว่าจริงๆแล้ว ทุกๆที่มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย 3. เข้าใจวัฒนธรรรมไทยมากขึ้น มีวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมอะไรหลายๆอย่างนะที่พอไปอยู่เมืองนอกแล้วมันก็ยังเปลี่ยนไม่ได้ เช่น ปกติตอนเป็นนักเรียน เวลาจะออกจากห้องเรียนขณะที่อาจารย์ยังสอนอยู่ เราก็จะก้มหัวนิดนึงเวลาเดินผ่านอาจารย์​ พอไปอยู่ที่อเมริกา พอจับได้ว่าตัวเองยังทำอยู่ ก็คิดเลยว่า เพื่อนๆคงนึกว่าเราตลกดี ทำไมต้องก้มหัวด้วย แต่มันทำให้เรารู้ว่าโตมาแบบคนไทย เราให้เกียรติอาจารย์ว่าเป็นคนที่เราควรเคารพ

February 2013

แจกฟรี eBook “เคล็ดลับสู่การเป็นนักเรียนฮาร์วาร์ด:คำแนะนำในการสมัครศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก”

By |2013-03-02T06:53:01+07:00February 17th, 2013|Categories: บทเรียนชีวิตจากฮาร์วาร์ด, ศึกษาต่อต่างประเทศ|

แจกฟรี eBook "เคล็ดลับสู่การเป็นนักเรียนฮาร์วาร์ด:คำแนะนำในการสมัครศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก" โดย ครูม่อน ตอบปัญหาที่หลายๆคนสงสัยว่าถ้าอยากไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เราจะต้องเริ่มต้นอย่างไรบ้าง ตัวเองจะมีโอกาสไหม จะเพิ่่มโอกาสให้กับตัวเองอย่างไร เป็นต้น แค่เพียง เข้าไปที่ https://www.facebook.com/natpatkrumon/app_344467112230603 คลิก Like และกรอกอีเมล์เพื่อสมัครรับข่าวสารอัพเดทจาก ครูม่อน.com เข้าไปคลิกยืนยันในอีเมล์ที่ได้รับ หลังจากนั้นจะได้อีเมล์แจ้งวิธีการdownloadหนังสือค่ะ

October 2012

อยากเรียนต่อเมืองนอก-เรียนที่ไหนดี

By |2012-10-19T17:34:27+07:00October 19th, 2012|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , , |

ต่อจากครั้งที่แล้วนะคะ ที่ให้ลองเขีียนเหตุผลและเป้าหมายของการไปเรียนต่อเมืองนอกของตัวเองดู จากเหตุผลที่เขียนไว้นั้น เราจะพอรู้คร่าวๆว่า อย่างน้อยเราถูกจำกัดด้วยอะไรบ้าง เช่น ประเทศไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เวลาเรียนเท่าไหร่ เป็นต้น พอเราได้ข้อจำกัดที่เราต้องคำนึงไว้ในใจแล้ว ก็ให้เริ่มหาข้อมูลดูซิว่าจะไปเรียนที่ไหนดี เริ่มค้นหาอย่างไรดีล่ะ เอาล่ะ พอเราได้คร่าวๆแล้วว่าเราอยากเรียนที่ไหน เพราะอะไร ก็ถึงเวลามาเจาะลึกว่าจะสมัครโปรแกรมไหน ของมหาวิทยาลัยไหนบ้าง ซึ่งขั้นตอนนี้ถือว่ายุ่งยากพอสมควร เพราะแต่ละภูมิภาคก็จะมีวิธีค้นหาที่เรียนแตกต่างกันไป แต่วิธีค้นหาคร่าวๆจะมีอย่างนี้ค่ะ วิธีหาโรงเรียนในอุดมคติจะไม่ค่อยยาก ทุกคนอาจจะมีที่อยู่ในใจอยู่แล้วว่าอยากไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนเป็นพิเศษ จากนั้นก็ให้เข้าเวปก็มหาวิทยาลัยนั้นๆ แล้วดูโปรแกรมการเรียนของที่นั้นว่าตรงกับสาขาที่เราอยากเรียนมากน้อยแค่ไหน ในบรรดามหาวิทยาลัยดังๆที่เรารู้จักสักสี่ห้าที่ ก็จะมีอันที่เราสมัครได้สักที่สองที่ค่ะ ส่วนวิธีหาโรงเรียนอื่นๆ ให้ลองหาrankingมหาวิทยาลัยในสาขาที่เราต้องการ ซึ่งrankingส่วนมากจะไม่ค่อยมีข้ามภูมิภาค (ถึงมีก็เชื่อถือได้ยาก) คือ rankingของมหาวิทยาลัยในอเมริกา ก็จะไม่รวมมหาวิทยาลัยในอังกฤษหรือยุโรป ดังนั้นเราต้องแยกกันดูค่ะ แต่ที่สำคัญคือ เน้นให้ดู ranking ของสาขาที่เราจะเรียนนะคะ ไม่ใช่rankingโดยรวม เพราะบางที่อาจจะrankรวมดี แต่สาขาที่เราอยากเรียนไม่ดีก็ได้ อยากทำงานในต่างประเทศ  อันนี้ให้กูเกิลดู หรือหาตามหนังสือrankingต่างๆค่ะ  คำเตือนอีกอย่างก็คือ ความน่าเชื่อถือของการจัดลำดับของแต่ละที่ เขาจะดูปัจจัยต่างๆกันไป เราก็ใช้เป็นแค่แนวทางเฉยๆ อย่าไปยึดติดมากจนเกินไปนะคะ อีกวิธีหนึ่งที่ดีมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่จะเรียนปริญญาเอกก็คือ การอ่านpublicationในสาขาที่เราอยากเรียน ชอบคนเขียนคนไหนก็ไปหาดูว่าเขาสอนอยู่ที่ไหน และแม้แต่ในบทความที่เราชอบหนึ่งอัน

อยากเรียนต่อเมืองนอก-เป้าหมายของเราคืออะไร

By |2012-10-15T14:45:39+07:00October 15th, 2012|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , |

ต่อจากคราวที่แล้วที่ให้คิดดูว่าเราอยากไปเรียนเมืองนอกเพราะอะไร ลองดูตัวอย่างนะคะ เผื่อใครคิดไม่ออก ตัวอย่างของเหตุผลที่อยากไปเรียนเมืองนอก อยากเพิ่มเติมความรู้ของสาขาที่เรียนมาแล้ว อยากทำงานในด้านที่จำเป็นต้องเรียนเพิ่มเติม อยากมีประสบการณ์ในการอยู่ต่างประเทศ อยากเก่งภาษา อยากได้งานดีๆ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กนอกถึงจะทำงานพวกนี้ได้ แต่ถ้าจบมาจากเมืองนอกแล้วก็จะมีโอกาสได้งานดีๆมากขึ้น อยากเปลี่ยนสาขาที่เรียนหรือทำงานมาไปทำอย่างอื่นที่ไม่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์มาก่อน ที่บ้านอยากให้ไปเรียนเมืองนอก ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรดี เลยไปเรียนต่อเพื่อให้มีเวลาคิดเพิ่มขึ้นและได้รู้จักตัวเองดีขึ้น อยากทำงานในต่างประเทศ อยากหาลู่ทางในการย้ายไปตั้งหลักปักฐานที่ต่างประเทศ ตามแฟนไปเรียน กลัวแฟนหาย ตามเพื่อนไปเรียน เพื่อนๆไปเรียนกันหมด เดี๋ยวไม่อินเทรนด์ รู้สึกว่าถ้าไม่ได้เรียนต่อเมืองนอกแล้วชีวิตเหมือนล้มเหลว รู้สึกว่าการไปเรียนต่อเมืองนอกเป็นเหมือนเป้าหมายหนึ่งของชีวิตที่ต้องทำให้ได้ เหมือนกับการเรียนมหาวิทยาลัย การแต่งงาน การมีลูก เป็นต้น ต้องการพัฒนาความสามารถของตัวเองในด้านต่างๆให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงแต่เป็นสิ่งที่ตัวเองสนใจและอยากพัฒนา เช่น ปรัชญา การคิดวิเคราะห์ ดนตรี ศิลปะ ต้องการทดลองทดสอบดูว่าจะชอบสาขานั้นๆหรือเปล่า ก่อนที่จะเข้าไปทำงานเต็มตัว อยากไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องการเปิดโลกทัศน์ตัวเองให้กว้างขึ้น ต้องการรู้จักคนจากที่ต่างๆ ต้องไปเพราะเหตุผลจำเป็น เช่น ครอบครัวย้ายไปประเทศอื่น แต่งงานแล้วต้องย้าย ที่ทำงานให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นต้น อยากไปหาโอกาสก้าวหน้าในต่างประเทศ   จากนั้นพอได้รายการเหตุผลของการไปเรียนต่อแล้ว ก็ค่อยมาดูกันค่ะว่าอะไรที่มีสำคัญกับเรามากที่สุด คือ เรียงลำดับว่าอะไรเป็นเหตุผลที่สำคัญกับเรามากที่สุด แล้วไล่ตามลำดับไป   ถ้าอย่างนี้แล้วถามในตัวเองแล้วรู้ว่า

อยากเรียนต่อเมืองนอก-สมัครที่ไหนดี

By |2012-10-12T20:42:04+07:00October 12th, 2012|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: |

พอได้คะแนนสอบแล้ว (หรือไม่ก็วางแผนเรื่องการสอบไว้แล้ว) ส่วนมากก็จะต้องถึงเวลาที่จะเลือกจริงๆจังๆแล้วล่ะว่าจะสมัครเรียนอะไรที่ไหนบ้าง จากประสบการณ์ส่วนตัวและที่ให้คำปรึกษาคนอื่นๆมา ครูม่อนเห็นว่า ถ้าเราไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของการไปเรียนต่อคืออะไร จะทำให้เลือกที่สมัครลำบากมาก เพราะคิดดูว่ามหาวิทยาลัยทั่วโลกมีเป็นหมื่นๆที่ ถ้าเราไม่รู้เป้าหมายตัวเองแล้วล่ะก็ มันจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยทีเดียว ฉะนั้นคำแนะนำที่ครูม่อนอยากให้คิดกันก็คือว่า ลองเสียเวลาสักหน่อย คิดพิจารณาว่าตัวเองมีเป้าหมายอะไรกันแน่ แล้วจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะค่ะ (ถ้าใครยังไม่เชื่อก็ลองไปsearchหาที่เรียนที่จะสมัครดูก็ได้นะคะ ถ้ายังไม่มั่นใจในเป้าหมายของตัวเองล่ะก็ รับรองว่าไม่เกินสองสามวันก็เครียดแล้วค่ะ เพราะมันเยอะไปหมดไม่รู้จะหาที่ไหน ครูม่อนรู้เพราะตัวเองก็โดนมาก่อนค่่ะ) แล้วเป้าหมายในการไปเรียนเมืองนอกของเรา คืออะไรกันแน่ ให้ลองbrainstormคือให้เวลาตัวเองสักห้าถึงสิบนาที เขียนลงไปเป็นข้อๆว่าเราอยากไปเรียนต่อเพราะอะไร ขั้นนี้ให้เขียนไปเรื่อยๆก่อน ยังไม่ต้องคิดว่าถูกหรือผิด คิดอะไรออกให้เขียนไปเลยค่ะ ไม่ต้องคัดกรอง ที่สำคัญคือให้ซื่อสัตย์กับตัวเองค่ะ บางเหตุผลอาจจะดูเหมือนไร้สาระ แต่ถ้ามันสำคัญกับเราก็เขียนไปค่ะ

อยากเรียนต่อเมืองนอก เริ่มด้วยการเตรียมสอบ(ดีไหม?)-ตอนที่ 2

By |2012-10-04T14:04:19+07:00October 4th, 2012|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , , , , |

TOEFL แค่บอกอะไรบางอย่าง ปกติพวกเราจะเตรียมสอบTOEFLกันเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะเป็นด่านสำคัญที่เราจะต้องผ่านไปให้ได้ แต่ต้องอย่าลืมนะคะว่า คะแนนTOEFLแค่เป็นตัวบอกว่า เราน่าจะสามารถเรียนด้วยภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ได้บอกว่าเราดีกว่าคนที่เป็นเจ้าของภาษาตรงไหน  คือถ้าเป็นเจ้าของภาษา เขาจะไม่ต้องสอบTOEFL ฉะนั้น อย่าคิดว่า การที่ได้คะแนนTOEFLเยอะจะทำให้เราได้เปรียบกว่าเจ้าของภาษา  มันแค่ทำให้เราได้เปรียบกว่านักเรียนต่างชาติด้วยกันเท่านั้น ฉะนั้นเราต้องมีจุดอื่นที่พอมหาวิทยาลัยเอาเราไปเปรียบเทียบกับเจ้าของภาษาแล้ว เรามีดีหรือมีสิ่งที่แตกต่างกว่าเขา ตอนครูม่อนสมัครเรียนฮาร์วาร์ด จำได้ว่าปกติแล้วคะแนนTOEFL iBT เต็ม 120 ต้องได้อย่างน้อย 100กว่าๆ ถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้อง110 ขึ้นไป ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าอ่านจากไหนนะ อาจจะเป็นinformation sessionของมหาวิทยาลัย หรือ forum ของนักเรียนต่างชาติก็ไม่รู้  พอรู้ยังงั้นนี่ก็เครียดอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าครูม่อนจะค่อนข้างมั่นใจในภาษาตัวเองอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้มั่นใจขนาดที่ว่าจะไม่ทำผิดบ้างอ่ะนะ โดยเฉพาะในการสอบที่มีเวลาจำกัด เรามัักจะลนอ่ะ ก็กลัวจะทำได้ไม่ถึง  แต่การที่รู้คะแนนที่เราต้องทำได้ล่วงหน้า เลยทำให้ครูม่อนมีแรงฮึดในการเตรียมตัวมากขึ้น อย่างน้อยก็ลองทำข้อสอบ อ่านformatของการสอบ เพื่อให้รู้ว่าเราต้องเจออะไรบ้าง สอบreadingก่อน หรือ writing ก่อน อะไรแบบเนี่ย เพราะพอรู้ว่าต้องเจออะไรบ้างแล้วเนี่ย มันทำให้เราจิตใจสงบขึ้นเยอะเหมือนกัน

September 2012

อยากเรียนต่อเมืองนอก เริ่มด้วยการเตรียมสอบ(ดีไหม?)- ตอนที่ 1

By |2012-09-30T23:08:29+07:00September 30th, 2012|Categories: บทเรียนชีวิตจากฮาร์วาร์ด, ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , , , , |

พอเริ่มรู้ตัวว่าต้องสมัครเรียนต่อเมืองนอก ก็รู้สึกกังวลไปหมด ทำอะไรไม่ถูก ใครที่คิดว่าตัวเองไม่พร้อม ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกค่ะ แทบจะทุกคนจะรู้สึกแบบนี้ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ต้องทำมันมีเยอะมากๆ จนบางทีเราคิดไม่ออกเลยว่าเราจะทำทุกอย่างให้เสร็จได้ยังไง เท่าที่เคยเจอ ส่วนมากเวลาที่ใครคิดว่าอาจจะไปเรียนต่อเมืองนอก ก็มักจะเริ่มด้วยการไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เรียนเตรียมสอบต่างๆ แล้วแต่ว่าจะไปเรียนสาขาอะไร ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำในเวลาที่เรายังมีเวลาเผื่ออีกปีสองปีก่อนจะสมัครจริงๆ เพราะว่าตอนใกล้ๆแล้วค่อยมาเตรียมสอบเนี่ย มันตื่นเต้นและน่ากลัวมากๆเลย คือถ้าใครรู้ตัวล่วงหน้าแล้ว จะใช้เวลาสักปีสองปีในการฟิตภาษาอังกฤษเผื่อไว้ก็ดีนะคะ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ไปเรียน แต่ยังไงก็ได้ภาษาอังกฤษมา ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว แต่พูดกันตรงๆนะคะ คือว่า เวลาที่เราเรียนภาษาหรือเรียนเตรียมสอบ แบบเผื่อๆไว้เนี่ย มันจะไม่ค่อยมีแรงฮึดเท่าไหร่นะ ก็เรียนแบบสบายๆ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าใครอยากเพิ่มแรงฮึดในการเตรียมสอบของตัวเองนะคะ ควรจะลองเล็งๆไว้ว่าจะสมัครที่ไหนบ้าง หาลำดับหนึ่งที่เราอยากเรียนมากๆ แต่ไม่แน่ใจหรอกว่าจะได้ไหม แต่ถ้าได้ก็คือว่าความพยายามประสบความสำเร็จ ลำดับแรกเอาแบบว่าหวังสูงไว้เลย ถามตัวเองว่า “ถ้าเราเรียนที่ไหนก็ได้ เราจะเลือกเรียนที่ไหน?” เมื่อหาได้แล้ว ก็เข้าไปดูในเวปไซต์ของโปรแกรมนั้นๆเลยค่ะว่า ปกติแล้วคนที่สมัครเข้าเรียนได้ จะมีคะแนนสอบประมาณเท่าไหร่ ส่วนมากแต่ละโปรแกรมจะมีบอกว่า โดยเฉลี่ย นักเรียนที่ได้เข้ามาในโปรแกรมนี้ มีคะแนนสอบเท่าไหร่ หรือบางที่ก็อาจจะบอกเป็น range มาว่าต่ำสุดถึงสูงสุด คือ เท่าไหร่  บางที่ก็จะมีขั้นต่ำที่ต้องได้ ก่อนถึงจะสมัครได้ จริงอยู่ที่ว่าคะแนนไม่ใช่ทุกอย่าง แต่การที่เราเล็งเป้าหมายในอุดมคติไว้