April 2019

วิธีทำให้สมองอยากฝึกภาษาอังกฤษทุกวัน (โดยไม่ต้องบังคับตัวเอง)

By |2019-04-12T02:52:36+07:00April 11th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , , , |

จากวันก่อนที่โพสต์เรื่อง 4 วิธีง่ายๆสร้างนิสัยเรียนภาษาอังกฤษ (คลิกเพื่ออ่าน) วันนี้จะมาคุยกันต่อนะคะ และจะแจกhabit trackerด้วย วิธีนึงในการรักษาแรงจูงใจในการเรียนภาษา คือ ฉลองชัยชนะเล็กๆ (celebrate small wins) เพราะว่าตามวิวัฒนาการเนี่ย สมองคนเรามันพัฒนาไม่ทันสังคมเรา สมัยยุคคนป่าล่าสัตว์เนี่ย คนเราไม่ต้องคิดถึงอนาคตมาก ก็หากินของป่าล่าสัตว์สำหรับวันนี้อาทิตย์นี้ใช่ไหมคะ สมองเราเลยมักจะต้องการความพึงพอใจทันที (immediate gratification) คือ เวลาทำอะไรแล้วได้รางวัลได้ผลเลย เราจะชอบจะอยากทำอีก แต่ปัจจุบันเนี่ยสิ่งที่เราต้องทำส่วนมากมักจะส่งผลระยะยาว ไม่ค่อยให้รางวัลระยะสั้น เช่น ท่องศัพท์หรืออ่านบทความภาษาอังกฤษ มันไม่ได้ให้immediate gratificationอะไร สมองเราก็มักจะบอกว่าไม่ต้องทำอีกหรอก มันไม่เห็นได้อะไรเลย ฉะนั้นถ้าเราอยากจะทำอะไรให้สม่ำเสมอ เราก็ต้องให้รางวัลสมองเราค่ะ รางวัลก็ไม่ต้องยิ่งใหญ่อะไร เช่น ถ้าอ่านหนังสือภาษาอังกฤษหนึ่งหน้าแล้วเราจะเล่นเกมส์ได้ หรือเช็คinstagramได้ อะไรแบบนี้ วิธีนึงที่ครูม่อนใช้อยู่และอยากจะแนะนำก็คือ ใช้แทรกเกอร์ (tracker)ค่ะ ไม่มีอะไรมากแค่ว่าพอเราทำจบแล้ว ก็ติ๊กว่าเราทำแล้ว แค่นั้นแหละค่ะ รางวัลที่เราได้คือ ได้ความพอใจว่าเราทำอะไรสำเร็จแล้ว แค่นี้สมองก็จะเรียนว่า เออ ทำแล้วเราได้ความรู้สึกที่ดี พอเราทำไปเรื่อยๆมันก็จะเป็นนิสัยค่ะ สมองก็จะเชื่อมโยงว่าพอเราทำกิจกรรมนี้แล้ว เราจะรู้สึกดี อีกอย่างคือ

December 2017

อยากเก่งภาษาอังกฤษ เริ่มจากไหนดี?

By |2017-12-05T01:56:47+07:00December 5th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

ตอบตรงๆเลยนะคะ ก็เริ่มจากที่ที่เราอยู่นี่แหละ (start where you are) เพราะว่ามันเป็นที่เดียวที่เราจะเริ่มเรียนเริ่มฝึกภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว จะไปมัวแต่รอว่า ให้เราไปอยู่เมืองนอกก่อน ให้ว่างก่อน ให้สอบเสร็จก่อน ให้ฟังเก่งกว่านี้ก่อน มันก็จะไม่ได้เริ่มสักทีค่ะ ถ้าเรายุ่ง ก็เริ่มจากอะไรที่ใช้เวลาน้อยๆก่อน ถ้ายังไม่เก่ง ก็เริ่มจากอะไรที่ง่ายๆก่อน เริ่มจากเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำอยู่แล้วให้เป็นภาษาอังกฤษ (integrate English into your daily activities) ชีวิตประจำวันสมัยนี้แทบจะหนีไม่พ้นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็เพิ่มเข้ามาให้มากหน่อยเท่านั้นเอง ลองทำ เปลี่ยน user interface ในคอมพิวเตอร์ มือถือ เกมส์ เวปไซต์ แอพให้เป็นภาษาอังกฤษ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ถ้าปกติเราฟังเพลงไทย 100% ก็เปลี่ยนไปเป็น ไทย 90 % อังกฤษ 10 % ดูหนังหรือทีวีเป็นภาษาอังกฤษ ถ้ายังฟังไม่รู้เรื่องก็ซับไทย ถ้าพอรู้เรื่องก็ซับอังกฤษ ถ้าอ่านข่าวอ่านบทความออนไลน์เป็นภาษาไทย ก็ลองอ่านภาษาอังกฤษสักหนึ่งบทความต่อวัน Follow หรือ Like เวปภาษาอังกฤษที่โพสต์เรื่องที่เราสนใจแบบสั้นๆ ใครมีวิธีอื่นๆก็แชร์กันได้เลยนะคะ

November 2017

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้มีกำลังใจเรียนภาษาอังกฤษ

By |2017-11-28T00:25:35+07:00November 28th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้มีกำลังใจเรียนภาษาอังกฤษ (Performance and Process Goals) เป้าหมายของเอก จะสอบศัพท์ครั้งต่อไปให้ได้เต็ม เป้าหมายของเอม จะท่องศัพท์ 10 คำทุกวัน คิดว่าเป้าหมายแบบไหนที่มีผลดีต่อแรงจูงใจระยะยาวคะ (long-term motivation) ลองมาดูกันว่าเป้าหมายของเอกกับเอมมีผลต่อmotivation ยังไงบ้าง ถ้าตั้งเป้าหมายแบบเอก อาจจะทำให้ได้คะแนนดีได้ก็จริง แต่ถ้าสอบเสร็จแล้วก็ไม่แน่ว่าจะยังอยากเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษต่อ หรือว่าวิธีการท่องศัพท์อาจจะท่องเอาแค่ให้สอบได้ดี แต่ไม่ได้ท่องแบบที่เอาไปใช้ได้จริง ส่วนเป้าหมายของเอมนั้นมีผลต่อแรงจูงใจในระยะยาวมากกว่า เพราะว่าอะไรเรามาดูกันค่ะ ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับเป้าหมายสองแบบ Performance goal คือ เป้าหมายที่โฟกัสที่ผลลัพธ์เป็นหลัก เช่น สอบให้ได้ที่ 1 ได้คะแนน TOEFL มากกว่า 100 คะแนน (จาก 120) Process goal คือเป้าหมานยที่เน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ เช่น ท่องศัพท์ให้ได้วันละ 10 คำ เขียนไดอารีภาษาอังกฤษให้ได้วันละ 5 นาที เราเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่าง performance goal กับ process goalแล้วใช่ไหมคะ

ทำยังไงดีเมื่อเรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเราไปไม่ถึงไหนเลย

By |2017-11-21T00:19:11+07:00November 21st, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

What to do when you feel like you are not making any progress? ทำยังไงดีเมื่อเรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเราไปไม่ถึงไหนเลย มันเซ็งจริงๆใช่ไหมคะ เวลาที่เราตั้งใจทำอะไรแล้ว แต่ไม่เห็นจะก้าวหน้าไปไหนเลย อันนี้เป็นกันทุกคนแหละค่ะ แม้คนอื่นที่เราเห็นว่าเขาเก่งๆก็ต้องผ่านช่วงนี้ทุกๆคน แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เรามีแรงพัฒนาภาษาอังกฤษต่อไป - Take a real assessment of your skills. Are you really not making any progress? ลองมาตั้งใจดูจริงๆว่าภาษาเราพัฒนาหรือเปล่า บางทีเราคิดไปเองนะคะว่าภาษาเราไม่ดีขึ้นเลย เพราะว่าเราอยู่กับตัวเอง ฝึกกับตัวเอง เราไม่เห็นว่าภาษาเราดีขึ้นทีละนิดๆ ลองถามตัวเองดูว่า “ปีนี้เราทำ ____  ได้  ปีที่แล้วเราทำได้ไหม?” เช่น ปีนี้หรือตอนนี้เราอ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่องแล้ว ปีที่แล้วเราทำได้ไหม  ลองถามตัวเองดูแบบนี้แล้วจะรู้ว่าจริงๆ ภาษาเราดีขึ้นนะ แต่เราไม่รู้สึกเอง อีกวิธีคือ ถามคนใกล้ตัวดู โดยเฉพาะครูหรือเพื่อน เขามักจะเห็นพัฒนาการของเราที่ตัวเองเราเองมองไม่เห็นค่ะ

January 2013

ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น เดินไม่พักบ้าง ไม่เหนื่อยเหรอ

By |2013-01-27T00:13:21+07:00January 27th, 2013|Categories: Food for Thoughts|Tags: |

เมื่อก่อนเป็นคนชอบเดินเร็วๆ ตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ เดินเร็วๆ จะได้ไปถึงห้องเรียนเร็วๆ จะได้กลับบ้านเร็วๆ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าดีออกที่เป็นคนเดินเร็ว ไม่เสียเวลา แถมได้ออกกำลังกายด้วย แต่ก็ด้วยการเดินเร็วเนี่ยแหละที่มันยิ่งทำให้ธรรมชาติของเราที่เป็นคนใจร้อน ยิ่งไปกันใหญ่ ปกติแล้วเป็นคนที่เกลียดการไปสายที่สุด รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความรับผิดชอบมากๆเลยถ้าไปสาย แต่บางทีเราก็ไม่ได้เผื่อเวลาไว้พอใช่ไหม มันเลยต้องรีบ รีบเดินขึ้นรถ รีบไปต่อรถ ก็ติดเป็นนิสัยนะ ยิ่งเดินเร็วก็ยิ่งรีบ ยิ่งรีบก็เดินเร็ว แต่ก็คงเคยเป็นกันใช่ไหมที่เหมือนที่เขาพูดกันว่า ยิ่งรีบยิ่งช้า มันจะมักจะจริงอ่ะ ยิ่งรีบก็ยิ่งลืมนู่นลืมนี่ ต้องกลับมาเอา ทำให้ช้ากันไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น นิสัยอย่างนี้มันก็แก้ยากนะ เราเป็นคนหนึ่งนะที่เชื่อว่า อะไรที่เกิดขึ้นมาก็แล้วแต่ มันก็ต้องมีเหตุผลของมัน เรียกง่ายๆว่า There must be a reason for it. จากชีวิตตัวเองจะเห็นได้ชัดเลยว่า เมื่อไหร่ที่ชีวิตเรารีบๆยุ่งๆจนไม่ได้มีเวลาให้ตัวเอง ข้อเท้าจะพลิกทุกที ปกติเป็นคนข้อเท้าไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว เพราะเคยพลิกตั้งแต่เด็กๆ  เวลาโตขึ้นมา ขาก็จะแพลงบ่อยอยู่แล้ว ปีละครั้งสองครั้งอะไรอย่างเนี่ย จากการสังเกตนะ รู้สึกว่าเหมือนตัวเองพยายามจะบังคับให้ทำให้ชีวิตตัวเองช้าลง โดยการเดินเร็วไม่ได้ แต่ถึงจะรู้อย่างนี้ก็เถอะ พอขาหายดีเหมือนเดิม ก็กลับไปเป็นเหมือนเก่า คราวนี้สงสัยชีวิตอย่างให้เราอยู่อย่างช้าๆจริงๆ แล้้วอยู่กับมันให้ได้ ก็เลยข้อเท้าหักซะเลย 

บางทีก็ต้องยอมรู้สึกโง่บ้าง ถึงจะฉลาดขึ้นนะ

By |2013-01-24T11:12:41+07:00January 24th, 2013|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

เทอมนี้คิดอยู่นานมากว่าจะลงเรียนวิชาอะไรดี สุดท้ายได้ไปลงวิชาที่ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปเรียน (ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึึงได้ไปลงเนี่ย อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ) ลงไปแล้วที่มหาวิทยาลัยก็ให้เวลาสองอาทิตย์ในการตัดสินใจ ถ้าจะดร็อปก็ดร็อปได้โดยไม่ติด W  วิชานี้เป็นวิชาที่เราสนใจนะ แต่เราไม่มีพื้นฐานอะไรสักนิดเลย บางเรื่องคุยกันในห้องแล้วเราก็แทบจะไม่รู้เลยว่าพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ แต่เราอยากรู้อ่ะ อยากรู้ก็ต้องเสี่ยงกันหน่อยใช่ไหม คะแนนจะดีไม่ดีก็ไม่รู้เหมือนกัน จะผ่านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่ก็ขอลองสักหน่อยแล้วกันนะ พอผ่านช่วงที่เขาให้ดร็อปไปได้แล้วก็มีมาแอบคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า สงสัยเราจะคิดผิดอ่ะ แต่เรียนๆไปก็รู้ว่าสนุกมากๆเลย ถึงแม้เราจะไม่รู้เรื่องซะส่วนมาก แต่ก็เพราะว่าเราไม่รู้นั่นแหละ เลยทำให้เรียนสนุก เพราะเราได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะแยะเลย พอกลับมานั่งคิดกับตัวเอง ในฐานะที่เป็นคนแนะนำให้ใครๆไปเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่บางทีเราเองก็กลับลืมไปเหมือนกันนะ ในบางทีเวลาที่งานเราเยอะๆ เวลาที่มีอันนู้นอันนี้ที่เราต้องทำตลอดเวลา เรากลับลืมไปเหมือนกันว่าจริงๆแล้วเราเองก็มีสิทธิ์เลือกอะไรให้ตัวเองเหมือนกัน จากประสบการณ์การเรียนที่ผ่านมาหลายที่ ทำให้รู้ว่า ถึงแม้ว่าจะได้เกรด B แทน A แต่ถ้าเราทำใจให้กว้างไว้ เราอาจจะได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำและบางทีก็อาจจะถึงกับเปลี่ยนชีวิตเราก็ได้นะ

March 2012

นิยามของความสำเร็จ: จากหนึ่งถึงร้อยต้องทำได้เท่าไหร่

By |2012-10-01T16:34:01+07:00March 31st, 2012|Categories: Food for Thoughts, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , |

ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ว่า จากหนึ่งถึงร้อย เราทำได้เท่าไหร่ คนที่เดิมเขาทำได้เก้าสิบห้าอยู่แล้ว พอทำได้ร้อย ก็มีคนยกย่องเต็มไปหมด แต่ในใจ ได้รู้สึกไหมว่าเป็นความสำเร็จ ถ้าเราเริ่มจากศูนย์ ไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีปัญญาทำได้มากกว่าครึ่ง แล้ววันนี้เราทำได้ หกสิบ เราจะภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง หรือน้อยเนื้อต่ำใจว่า เราทำไม่ได้ร้อยเหมือนคนอื่นเขา ก็อยู่ที่ใจเราเอง

ความสุขจากความสำเร็จ

By |2012-10-01T16:34:02+07:00March 30th, 2012|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , |

บ่อยครั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ทำให้เราหลงลืมไปว่าความสุขและความสำเร็จที่แท้จริงมาจากไหนกันแน่ เคยอยู่หรอกที่เราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ด้วยความหวังที่จะให้ตัวเองเก่งขึ้น เป็นคนดีขึ้น มีความสุขขึ้น โดยไม่ได้จะไปเปรียบเทียบกับใคร แต่หลายๆครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมันตอกย้ำให้เราเชื่อมั่นว่า ถ้าเราไม่ได้ประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น หรือถ้าเราไม่ได้มีความสุขมากกว่าคนอื่น แล้วเราก็ล้มเหลว ลองนึกย้อนดูจริงๆจะเห็นว่า แม้แต่ตอนที่เราทำในสิ่งที่คนอื่นเขาเห็นว่าประสบความสำเร็จ เราก็ไม่ได้มีความสุขหรือรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จกว่าคนอื่นหรอก แต่เรารู้สึกดี เพราะว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้ต่างหาก เพราะว่าเราได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จนได้ทำในสิ่งที่เราฝันไว้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ บนหนทางที่ดูยาวไกล หนทางที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและแข่งขัน มันทำให้เราลืมไปว่า ความสุขและความภูมิใจจากความสำเร็จ ไม่ได้มาจากการเอาชนะคนอื่น แต่มาจากการที่เราชนะใจตัวเองได้ต่างหากล่ะ