May 2019

Life is not a race ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน

By |2019-05-07T05:31:48+07:00May 7th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

When you feel overwhelmed because there are so many things to do, So many expectations to meet. So many roles to fulfill.   Just pause. Live slowly. Not rushing from one point to the next. Life is not a race. It never is. It never will be.   Release judgments of yourself and others. You

April 2019

วิธีทำให้สมองอยากฝึกภาษาอังกฤษทุกวัน (โดยไม่ต้องบังคับตัวเอง)

By |2019-04-12T02:52:36+07:00April 11th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , , , |

จากวันก่อนที่โพสต์เรื่อง 4 วิธีง่ายๆสร้างนิสัยเรียนภาษาอังกฤษ (คลิกเพื่ออ่าน) วันนี้จะมาคุยกันต่อนะคะ และจะแจกhabit trackerด้วย วิธีนึงในการรักษาแรงจูงใจในการเรียนภาษา คือ ฉลองชัยชนะเล็กๆ (celebrate small wins) เพราะว่าตามวิวัฒนาการเนี่ย สมองคนเรามันพัฒนาไม่ทันสังคมเรา สมัยยุคคนป่าล่าสัตว์เนี่ย คนเราไม่ต้องคิดถึงอนาคตมาก ก็หากินของป่าล่าสัตว์สำหรับวันนี้อาทิตย์นี้ใช่ไหมคะ สมองเราเลยมักจะต้องการความพึงพอใจทันที (immediate gratification) คือ เวลาทำอะไรแล้วได้รางวัลได้ผลเลย เราจะชอบจะอยากทำอีก แต่ปัจจุบันเนี่ยสิ่งที่เราต้องทำส่วนมากมักจะส่งผลระยะยาว ไม่ค่อยให้รางวัลระยะสั้น เช่น ท่องศัพท์หรืออ่านบทความภาษาอังกฤษ มันไม่ได้ให้immediate gratificationอะไร สมองเราก็มักจะบอกว่าไม่ต้องทำอีกหรอก มันไม่เห็นได้อะไรเลย ฉะนั้นถ้าเราอยากจะทำอะไรให้สม่ำเสมอ เราก็ต้องให้รางวัลสมองเราค่ะ รางวัลก็ไม่ต้องยิ่งใหญ่อะไร เช่น ถ้าอ่านหนังสือภาษาอังกฤษหนึ่งหน้าแล้วเราจะเล่นเกมส์ได้ หรือเช็คinstagramได้ อะไรแบบนี้ วิธีนึงที่ครูม่อนใช้อยู่และอยากจะแนะนำก็คือ ใช้แทรกเกอร์ (tracker)ค่ะ ไม่มีอะไรมากแค่ว่าพอเราทำจบแล้ว ก็ติ๊กว่าเราทำแล้ว แค่นั้นแหละค่ะ รางวัลที่เราได้คือ ได้ความพอใจว่าเราทำอะไรสำเร็จแล้ว แค่นี้สมองก็จะเรียนว่า เออ ทำแล้วเราได้ความรู้สึกที่ดี พอเราทำไปเรื่อยๆมันก็จะเป็นนิสัยค่ะ สมองก็จะเชื่อมโยงว่าพอเราทำกิจกรรมนี้แล้ว เราจะรู้สึกดี อีกอย่างคือ

December 2017

อยากเก่งภาษาอังกฤษ เริ่มจากไหนดี?

By |2017-12-05T01:56:47+07:00December 5th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

ตอบตรงๆเลยนะคะ ก็เริ่มจากที่ที่เราอยู่นี่แหละ (start where you are) เพราะว่ามันเป็นที่เดียวที่เราจะเริ่มเรียนเริ่มฝึกภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว จะไปมัวแต่รอว่า ให้เราไปอยู่เมืองนอกก่อน ให้ว่างก่อน ให้สอบเสร็จก่อน ให้ฟังเก่งกว่านี้ก่อน มันก็จะไม่ได้เริ่มสักทีค่ะ ถ้าเรายุ่ง ก็เริ่มจากอะไรที่ใช้เวลาน้อยๆก่อน ถ้ายังไม่เก่ง ก็เริ่มจากอะไรที่ง่ายๆก่อน เริ่มจากเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำอยู่แล้วให้เป็นภาษาอังกฤษ (integrate English into your daily activities) ชีวิตประจำวันสมัยนี้แทบจะหนีไม่พ้นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็เพิ่มเข้ามาให้มากหน่อยเท่านั้นเอง ลองทำ เปลี่ยน user interface ในคอมพิวเตอร์ มือถือ เกมส์ เวปไซต์ แอพให้เป็นภาษาอังกฤษ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ถ้าปกติเราฟังเพลงไทย 100% ก็เปลี่ยนไปเป็น ไทย 90 % อังกฤษ 10 % ดูหนังหรือทีวีเป็นภาษาอังกฤษ ถ้ายังฟังไม่รู้เรื่องก็ซับไทย ถ้าพอรู้เรื่องก็ซับอังกฤษ ถ้าอ่านข่าวอ่านบทความออนไลน์เป็นภาษาไทย ก็ลองอ่านภาษาอังกฤษสักหนึ่งบทความต่อวัน Follow หรือ Like เวปภาษาอังกฤษที่โพสต์เรื่องที่เราสนใจแบบสั้นๆ ใครมีวิธีอื่นๆก็แชร์กันได้เลยนะคะ

November 2017

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้มีกำลังใจเรียนภาษาอังกฤษ

By |2017-11-28T00:25:35+07:00November 28th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้มีกำลังใจเรียนภาษาอังกฤษ (Performance and Process Goals) เป้าหมายของเอก จะสอบศัพท์ครั้งต่อไปให้ได้เต็ม เป้าหมายของเอม จะท่องศัพท์ 10 คำทุกวัน คิดว่าเป้าหมายแบบไหนที่มีผลดีต่อแรงจูงใจระยะยาวคะ (long-term motivation) ลองมาดูกันว่าเป้าหมายของเอกกับเอมมีผลต่อmotivation ยังไงบ้าง ถ้าตั้งเป้าหมายแบบเอก อาจจะทำให้ได้คะแนนดีได้ก็จริง แต่ถ้าสอบเสร็จแล้วก็ไม่แน่ว่าจะยังอยากเรียนศัพท์ภาษาอังกฤษต่อ หรือว่าวิธีการท่องศัพท์อาจจะท่องเอาแค่ให้สอบได้ดี แต่ไม่ได้ท่องแบบที่เอาไปใช้ได้จริง ส่วนเป้าหมายของเอมนั้นมีผลต่อแรงจูงใจในระยะยาวมากกว่า เพราะว่าอะไรเรามาดูกันค่ะ ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับเป้าหมายสองแบบ Performance goal คือ เป้าหมายที่โฟกัสที่ผลลัพธ์เป็นหลัก เช่น สอบให้ได้ที่ 1 ได้คะแนน TOEFL มากกว่า 100 คะแนน (จาก 120) Process goal คือเป้าหมานยที่เน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ เช่น ท่องศัพท์ให้ได้วันละ 10 คำ เขียนไดอารีภาษาอังกฤษให้ได้วันละ 5 นาที เราเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่าง performance goal กับ process goalแล้วใช่ไหมคะ

ทำยังไงดีเมื่อเรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเราไปไม่ถึงไหนเลย

By |2017-11-21T00:19:11+07:00November 21st, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

What to do when you feel like you are not making any progress? ทำยังไงดีเมื่อเรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเราไปไม่ถึงไหนเลย มันเซ็งจริงๆใช่ไหมคะ เวลาที่เราตั้งใจทำอะไรแล้ว แต่ไม่เห็นจะก้าวหน้าไปไหนเลย อันนี้เป็นกันทุกคนแหละค่ะ แม้คนอื่นที่เราเห็นว่าเขาเก่งๆก็ต้องผ่านช่วงนี้ทุกๆคน แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เรามีแรงพัฒนาภาษาอังกฤษต่อไป - Take a real assessment of your skills. Are you really not making any progress? ลองมาตั้งใจดูจริงๆว่าภาษาเราพัฒนาหรือเปล่า บางทีเราคิดไปเองนะคะว่าภาษาเราไม่ดีขึ้นเลย เพราะว่าเราอยู่กับตัวเอง ฝึกกับตัวเอง เราไม่เห็นว่าภาษาเราดีขึ้นทีละนิดๆ ลองถามตัวเองดูว่า “ปีนี้เราทำ ____  ได้  ปีที่แล้วเราทำได้ไหม?” เช่น ปีนี้หรือตอนนี้เราอ่านข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่องแล้ว ปีที่แล้วเราทำได้ไหม  ลองถามตัวเองดูแบบนี้แล้วจะรู้ว่าจริงๆ ภาษาเราดีขึ้นนะ แต่เราไม่รู้สึกเอง อีกวิธีคือ ถามคนใกล้ตัวดู โดยเฉพาะครูหรือเพื่อน เขามักจะเห็นพัฒนาการของเราที่ตัวเองเราเองมองไม่เห็นค่ะ

January 2013

ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น เดินไม่พักบ้าง ไม่เหนื่อยเหรอ

By |2013-01-27T00:13:21+07:00January 27th, 2013|Categories: Food for Thoughts|Tags: |

เมื่อก่อนเป็นคนชอบเดินเร็วๆ ตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ เดินเร็วๆ จะได้ไปถึงห้องเรียนเร็วๆ จะได้กลับบ้านเร็วๆ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าดีออกที่เป็นคนเดินเร็ว ไม่เสียเวลา แถมได้ออกกำลังกายด้วย แต่ก็ด้วยการเดินเร็วเนี่ยแหละที่มันยิ่งทำให้ธรรมชาติของเราที่เป็นคนใจร้อน ยิ่งไปกันใหญ่ ปกติแล้วเป็นคนที่เกลียดการไปสายที่สุด รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความรับผิดชอบมากๆเลยถ้าไปสาย แต่บางทีเราก็ไม่ได้เผื่อเวลาไว้พอใช่ไหม มันเลยต้องรีบ รีบเดินขึ้นรถ รีบไปต่อรถ ก็ติดเป็นนิสัยนะ ยิ่งเดินเร็วก็ยิ่งรีบ ยิ่งรีบก็เดินเร็ว แต่ก็คงเคยเป็นกันใช่ไหมที่เหมือนที่เขาพูดกันว่า ยิ่งรีบยิ่งช้า มันจะมักจะจริงอ่ะ ยิ่งรีบก็ยิ่งลืมนู่นลืมนี่ ต้องกลับมาเอา ทำให้ช้ากันไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น นิสัยอย่างนี้มันก็แก้ยากนะ เราเป็นคนหนึ่งนะที่เชื่อว่า อะไรที่เกิดขึ้นมาก็แล้วแต่ มันก็ต้องมีเหตุผลของมัน เรียกง่ายๆว่า There must be a reason for it. จากชีวิตตัวเองจะเห็นได้ชัดเลยว่า เมื่อไหร่ที่ชีวิตเรารีบๆยุ่งๆจนไม่ได้มีเวลาให้ตัวเอง ข้อเท้าจะพลิกทุกที ปกติเป็นคนข้อเท้าไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว เพราะเคยพลิกตั้งแต่เด็กๆ  เวลาโตขึ้นมา ขาก็จะแพลงบ่อยอยู่แล้ว ปีละครั้งสองครั้งอะไรอย่างเนี่ย จากการสังเกตนะ รู้สึกว่าเหมือนตัวเองพยายามจะบังคับให้ทำให้ชีวิตตัวเองช้าลง โดยการเดินเร็วไม่ได้ แต่ถึงจะรู้อย่างนี้ก็เถอะ พอขาหายดีเหมือนเดิม ก็กลับไปเป็นเหมือนเก่า คราวนี้สงสัยชีวิตอย่างให้เราอยู่อย่างช้าๆจริงๆ แล้้วอยู่กับมันให้ได้ ก็เลยข้อเท้าหักซะเลย 

บางทีก็ต้องยอมรู้สึกโง่บ้าง ถึงจะฉลาดขึ้นนะ

By |2013-01-24T11:12:41+07:00January 24th, 2013|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

เทอมนี้คิดอยู่นานมากว่าจะลงเรียนวิชาอะไรดี สุดท้ายได้ไปลงวิชาที่ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปเรียน (ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึึงได้ไปลงเนี่ย อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ) ลงไปแล้วที่มหาวิทยาลัยก็ให้เวลาสองอาทิตย์ในการตัดสินใจ ถ้าจะดร็อปก็ดร็อปได้โดยไม่ติด W  วิชานี้เป็นวิชาที่เราสนใจนะ แต่เราไม่มีพื้นฐานอะไรสักนิดเลย บางเรื่องคุยกันในห้องแล้วเราก็แทบจะไม่รู้เลยว่าพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ แต่เราอยากรู้อ่ะ อยากรู้ก็ต้องเสี่ยงกันหน่อยใช่ไหม คะแนนจะดีไม่ดีก็ไม่รู้เหมือนกัน จะผ่านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่ก็ขอลองสักหน่อยแล้วกันนะ พอผ่านช่วงที่เขาให้ดร็อปไปได้แล้วก็มีมาแอบคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า สงสัยเราจะคิดผิดอ่ะ แต่เรียนๆไปก็รู้ว่าสนุกมากๆเลย ถึงแม้เราจะไม่รู้เรื่องซะส่วนมาก แต่ก็เพราะว่าเราไม่รู้นั่นแหละ เลยทำให้เรียนสนุก เพราะเราได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะแยะเลย พอกลับมานั่งคิดกับตัวเอง ในฐานะที่เป็นคนแนะนำให้ใครๆไปเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่บางทีเราเองก็กลับลืมไปเหมือนกันนะ ในบางทีเวลาที่งานเราเยอะๆ เวลาที่มีอันนู้นอันนี้ที่เราต้องทำตลอดเวลา เรากลับลืมไปเหมือนกันว่าจริงๆแล้วเราเองก็มีสิทธิ์เลือกอะไรให้ตัวเองเหมือนกัน จากประสบการณ์การเรียนที่ผ่านมาหลายที่ ทำให้รู้ว่า ถึงแม้ว่าจะได้เกรด B แทน A แต่ถ้าเราทำใจให้กว้างไว้ เราอาจจะได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำและบางทีก็อาจจะถึงกับเปลี่ยนชีวิตเราก็ได้นะ

March 2012

นิยามของความสำเร็จ: จากหนึ่งถึงร้อยต้องทำได้เท่าไหร่

By |2012-10-01T16:34:01+07:00March 31st, 2012|Categories: Food for Thoughts, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , |

ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ว่า จากหนึ่งถึงร้อย เราทำได้เท่าไหร่ คนที่เดิมเขาทำได้เก้าสิบห้าอยู่แล้ว พอทำได้ร้อย ก็มีคนยกย่องเต็มไปหมด แต่ในใจ ได้รู้สึกไหมว่าเป็นความสำเร็จ ถ้าเราเริ่มจากศูนย์ ไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีปัญญาทำได้มากกว่าครึ่ง แล้ววันนี้เราทำได้ หกสิบ เราจะภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง หรือน้อยเนื้อต่ำใจว่า เราทำไม่ได้ร้อยเหมือนคนอื่นเขา ก็อยู่ที่ใจเราเอง