March 2019

A great library is freedom

By |2019-03-09T05:05:37+07:00March 9th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

“Knowledge sets us free, art sets us free. A great library is freedom. And that freedom must not be compromised. It must be available to all who need it, and that’s everyone, when they need it, and that’s always.” -‘The Wave in the Mind’, Ursula Le Guin, p.22- Since I’ve moved to the U.S. and

January 2018

อ่านสนุก จำได้แม่น

By |2018-01-31T02:12:31+07:00January 31st, 2018|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ครูม่อนเชื่อมากๆว่าการอ่านช่วยให้เราเรียนภาษาอังกฤษได้ดี เพราะนอกจากจะได้เรียนภาษาอังกฤษแล้ว เรายังได้สนุกกับมันด้วย ถ้าอ่านหนังสือดีๆล่ะก็ เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่เลย แต่เราสนุกไปกับเรื่องราวหรือเนื้อหาในหนังสือมากกว่า แต่ครูม่อนมีวิธีเพิ่มเติมที่ช่วยให้อ่านแล้วเรียนภาษาได้เร็วขึ้น วิธีนี้คือการอ่านซ้ำค่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าน่าเบื่อนะคะ วิธีนี้คือให้เลือกหนังสือหรือบทความที่เราอ่านแล้วชอบมาอ่านซ้ำอีกรอบ แต่รอบนี้ขณะที่อ่านให้จดvocab, phrases หรือ ประโยคที่เราสนใจจะเรียนไว้ แล้วไปเปิดดิกหรือgoogleดูความหมายและpronunciation อยากให้ลองเปิดกว้างมากกว่าจดแค่คำศัพท์ ให้หัดดูรูปประโยคด้วย และดูว่าใช้ในกรณีไหนบ้าง ลองดูตัวอย่างของครูม่อนนะคะ อันนี้ครูม่อนเพิ่งเริ่มจดต้นเดือนนี้เอง (เพราะว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในระดับไหน ก็เรียนรู้ได้เสมอนะคะ)  กดเข้าไปเพื่อดูรูปขนาดเต็มได้ค่ะ อีกอย่างคือ อย่าไปจริงจังมากจนเครียดค่ะ อันนี้ครูม่อนเขียนแค่สิบห้านาทีต่อวันเท่านั้นเอง ไม่ได้รีบร้อนอะไร พอไปอ่านเล่มอื่นๆก็เห็นได้ชัดเลยว่าตัวเองจำคำศัพท์และรูปประโยคได้เร็วจริงๆ เพราะพอไปเจออีกในการอ่านหนังสือเรื่องอื่นๆ มันเป็นการตอกย้ำให้short-term กลายเป็น long-term memories ค่ะ ทำไมการตั้งใจจดคำศัพท์และรูปประโยคถึงทำให้เราสังเกตเห็นคำศัพท์ในหนังสือเล่มอื่นๆ? เป็นเพราะว่าปกติแล้วคนเรามีworking memory จำกัด เพราะฉะนั้นเราจะมี selective attention  คือ เราจะให้ความสนใจเฉพาะสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญหรือเป็นสิ่งที่เราตั้งใจมองหาเท่านั้น (ไม่งั้นสมองเราคงแย่นะคะถ้าต้องสนใจทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา) มีการทดลองที่มีชื่อเสียงมากในเรื่อง selective attention ลองดูนะคะ การอ่านก็เหมือนกับในการทดลองค่ะ เรามักจะไม่เห็นคำที่เราไม่รู้ ข้ามไปเลย ทำให้เราเสียโอกาสในการเรียนคำนั้น แต่ถ้าเราตั้งใจจดสักครั้งนึง หลังจากนั้นสมองเราจะสังเกตเห็นเวลาที่คำนี้โผล่ขึ้นมาอีก ทำให้เราจำได้มากขึ้นค่ะ

November 2017

Train you brain to read English. สร้างนิสัยการอ่าน

By |2017-11-18T04:17:55+07:00November 18th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

“We are what we repeatedly do. Excellence, then is not an act but a habit.” -Aristotle เพราะว่าคนเราคือสิ่งที่เราทำอยู่บ่อยๆ ดังนั้นความเป็นเลิศจึงไม่ใช่มาจากการกระทำครั้งเดียว แต่มาจากนิสัย    “Successful people aren’t born that way. They become successful by establishing the habit of doing things unsuccessful people don’t like to do.” ―William Makepeace Thackeray (British author) คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดมาประสบความสำเร็จเลย พวกเขาประสบความสำเร็จโดยสร้างนิสัยทำสิ่งที่คนที่ไม่ประสบความสำเร็จไม่ชอบทำ    ครูม่อนได้แนะนำเรื่องการอ่านเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ แต่ว่ามีหลายคนถามว่าถ้าเราไม่เคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเลย จะเริ่มต้นยังไง  อันนี้ครูม่อนเข้าใจนะคะ เพราะว่าแม้แต่ครูม่อนเอง

Read to Learn ตอน What to do when I read เวลาอ่านเพื่อเรียนภาษา ต้องทำยังไงบ้าง

By |2017-11-08T01:10:10+07:00November 8th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

Read to Learn ตอน What to do when I read  อย่างแรกที่ต้องตระหนักไว้เลยคือว่า ถ้าขี้เกียจเรียนเพิ่ม ขี้เกียจเปิดศัพท์ ท่องศัพท์ ก็ไม่ต้องทำค่ะ อ่านอย่างเดียวยังดีกว่าไม่อ่านเลย อันนี้บอกตรงๆ เพราะตอนวัยรุ่น รู้สึกผิดมากอยู่ที่เวลาอ่านหนังสือแล้วไม่ได้จดศัพท์ บางทีก็ข้ามไปเลย ก็เรื่องกำลังเข้มข้นนะเนาะ เราก็ขี้เกียจเปิดศัพท์​ โตมาถึงเข้าใจว่า จริงๆก็อ่านไปเถอะค่ะ ถึงไม่ได้ตั้งใจเรียนศัพท์อะไร เราก็ได้ภาษาได้ศัพท์มาโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้ว ดีกว่าไม่อ่านเลย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่ขี้เกียจหรือไม่เหนื่อยเกินไป เรามาตั้งใจmaximizeสิ่งที่เราเรียนรู้จากการอ่านมันก็ดีค่ะ อย่างนึงที่เรียนรู้ได้ง่ายจากการอ่านก็คือ คำศัพท์​ Don’t Don’t look up every word อย่าเด็ดขาด ไม่มีใครทนได้หรอกค่ะ ถ้าเปิดศัพท์ที่ไม่รู้ทุกคำ ก็เลิกอ่านตั้งแต่ยังไม่จบหน้าหนึ่งนั่นแหละ ถ้าเราอยากจะรู้ศัพท์​ ก็เลือกเอาแต่อันที่สำคัญๆก่อน วิธีที่ครูม่อนใช้ก็คือ อ่านไปเลยค่ะ คำไหนไม่รู้ก็ข้ามไปก่อน พอเจอคำเดิม สักสามสี่รอบ ค่อยเปิดหาความหมาย  อันนี้เป็นcriteriaที่ง่าย คือ ถ้าคำไหนเจอบ่อย ก็คือสำคัญใช่ไหมคะ ก็เอาแค่คำพวกนี้ก่อนแหละ คำบางคำมันไม่ได้มีผลต่อการเข้าใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่

Read to Learn มาอ่านเพื่อเรียนภาษาอังกฤษกันเถอะ

By |2017-11-01T00:46:59+07:00November 1st, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , |

ครูม่อนเป็นคนที่เชื่อเรื่องการเรียนภาษาจากการอ่านมากๆเลยค่ะ จริงๆตัวเองก็เป็นนักอ่านอยู่แล้วทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ตอนเด็กๆก็อ่านแต่ภาษาไทยนะ กว่าจะได้มาเริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็มอหกนู่นแน่ะ ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดีนะ แต่ก็ใช่ว่าถ้าเราอายุเกินวัยรุ่นแล้วจะเริ่มไม่ได้นะคะ เริ่มวันนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ “The best time to start is now.” ตอนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็ง เราจะเริ่มอ่านอะไรก่อนดี ที่ง่ายที่สุดก็คงเป็น Children’s books ค่ะ แต่ถ้าหนังสือเนื้อหามันง่ายไป เราก็จะเบื่อเนาะ ต้องรู้ว่า เวลาจะเลือกอ่านหนังสือเนี่ยมันมีสองอย่างที่เราต้องพิจารณา 1. Language level ระดับภาษา อันนี้แน่นอนคือถ้าภาษาอังกฤษเรายังไม่แข็งมาก ไปอ่านเชคสเปียร์ก็คงจะไม่ไหว ต้องเลือกให้เหมาะกับระดับของเรา 2. Content เนื้อหา บางคนอาจจะสงสัยว่าเนื้อหามันเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ ถ้าจะอ่านเพื่อเรียนภาษาก็ดูระดับภาษาก็พอ แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ว่าระดับภาษากับระดับเนื้อหามันไม่ตรงกัน เช่น หนังสือเด็ก Children’s books ก็จะมีเนื้อหาไม่ซับซ้อน ให้เหมาะกับเด็กๆ ให้เข้าใจง่าย หนังสือวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ เนื้อหาก็จะต้องซับซ้อนขึ้นใช่ไหมคะ วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ถึงจะสนใจอ่าน ทีนี้พอเราไปลองอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เราโตแล้วแต่ภาษาเราอาจจะยังไม่เท่ากับEnglish-native speakersที่อายุเท่ากัน ฉะนั้นถ้าเราเลือกหนังสือตามระดับภาษา บางทีมันก็จะไปตรงกับหนังสือเด็กที่เนื้อหาอาจจะง่ายหรือน่าเบื่อไปสำหรับเรา ฉะนั้นเวลาเลือกหนังสืออ่านก็ลองดูทั้งสองอย่างนะคะ ทั้งภาษาและเนื้อหา ค่อยๆ

February 2013

เทคนิคการเตรียมสอบreadingของโทเฟล (TOEFL)

By |2019-04-16T11:18:42+07:00February 5th, 2013|Categories: Featured, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า readingเป็นส่วนที่เราควบคุมได้มากที่สุดนะคะ เพราะว่าเราควบคุมเวลาตัวเอง แล้วเราก็แค่อ่านให้เข้าใจแล้วเลือกตอบ ไม่ต้องคิดเองว่าจะพูดหรือเขียนยังไง  แต่ว่าโทเฟล เขามักจะมีวิธีที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันยาก โดยการเอาคำยากๆมาใช้เยอะๆ ทำให้เราอ่านไม่รู้เรื่อง ยิ่งถ้าได้บทความที่อยู่นอกวงการตัวเองยิ่งไปกันใหญ่ อย่างถ้าครูม่อนได้เรื่องพวกประวัติศาสตร์อเมริกา ไม่ก็ศิลปะเนี่ยจะงงไปเลย แต่ถ้าเป็นชีววิทยาหรือเรื่องการแพทย์เนี่ย มันจะพอเดาๆได้เลยด้วยซ้ำ ครูม่อนคิดว่า เรื่องการอ่านต้องฝึกอ่านเยอะๆค่ะ ถ้าเรามีเวลาก็อ่านนิยาย อ่านหนังสือพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้ามันต้องสอบแล้ว ไม่มีเวลาแล้ว ก็เอาข้อสอบแนวโทเฟลมาลองอ่านดูเยอะๆค่ะ ของโทเฟลเวลาฝึกเราต้องจับเวลาด้วย คือดูว่า เราอ่านเร็วแล้วรู้เรื่องไหม  ถ้าคำแนะนำเฉพาะก็น่าจะอย่างนี้ค่ะ 1. อ่านให้ได้ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ควรให้เวลาในการอ่านนานหน่อยคือ อันแรกกับอันสุดท้าย ส่วนย่อหน้าอื่นก็ให้เน้นอ่านประโยคแรก ไม่ก็ประโยคสุดท้ายของย่อหน้านั้น แต่ถ้าอันไหนไม่เข้าใจก็ข้ามไปค่ะ อย่าไปเสียเวลา 2. พออ่านจบแล้ว อย่าเพิ่งดูคำถาม  ให้ถามตัวเองก่อนว่า นี่มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เพราะอะไร อย่างไร คนเขียนมุ่งหวังอะไร    เราจะได้พอรู้คร่าวๆว่าตัวเองเข้าใจหรือเปล่า ถ้าถามตัวเองแล้ว ยังมึนไม่รู้เรื่องเลย ก็ควรจะย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าแรกหรือย่อหน้าสุดท้ายที่เป็นใจความสำคัญดูอีกทีค่ะ 3. เวลาอ่านคำถามแล้ว อย่าเพิ่งดูchoiceนะคะ ให้เราคิดก่อนว่าเราจะตอบว่าอะไร แล้วค่อยไปดูchoice เพราะโดยปกติแล้วchoiceมันชอบหลอกค่ะ

January 2012

อิทธิพลของสื่อ (1)

By |2012-01-11T03:43:36+07:00January 11th, 2012|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

วันนี้ได้สัมผัสกับพลังอิทธิพลของสื่อ อาจารย์ที่คณะเสนอแนะให้เราคิดกันว่าสื่อมีผลต่อประเทศ และโลกขนาดไหน  พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าสมัยก่อน สังคมจะขึ้นอยู่กับครอบครัว วัด โบสถ์ ชุมชนใกล้เคียง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งหล่อหลอมคนในชุมชนขึ้นมา แต่ปัจจุบันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อ กลับเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุด ตั้งแต่เล็กจนโต พวกเราโตมากับสื่อทั้งนั้น ทีวี วีดีโอ โฆษณา ภาพยนตร์ เพลง แต่เราไม่ค่อยได้คิดกันเท่าไหร่ว่าตัวเราที่เป็นอยู่ สิ่งที่เราคิด ความเชื่อที่เราเชื่อ และสิ่งที่เราทำ ได้รับอิทธิพลจากสื่อมากแค่ไหน สื่อมักจะถูกใช้ในการเผยแพร่แนวความคิดโดยเฉพาะทางการเมือง เราดูจากประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา จะเห็นว่าช่วงที่อเมริการบกับอิรัก เขาก็ใช้ทีวีเนี่ยแหละในการสื่อให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอย่างไร แม้แต่กระทั่งตอนที่โอบามาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดิ ถ้าสังเกตให้ดี ก็จะเห็นว่าในช่วงนั้นมีสื่อเป็นตัวช่วยเขาอีกแรงหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ว่าโอบามาไปจ้างโดยตรง แต่เป็นการทำให้คนหันมาสนใจ พวกสร้างหนังเขาก็จะคาดการว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แล้วก็แฝงมาในหนัง ช่วงใกล้ๆเลือกตั้งก็มีหนังที่คนดำเล่นเป็นพระเอก เป็นคนดี หรือแม้แต่เป็นพระเจ้าก็มี ซึ่งปกติจะไม่มีเยอะขนาดนี้ ซึ่งมันก็เป็นอีกแรงหนึ่งที่เปิดทางให้โดยการทำให้คนดูรู้สึกว่าแอฟริกันอเมริกันก็เป็นฮีโร่ได้ หรือถ้าจะดูย้อนหลังกว่านี้ก็เช่น นาซี ที่ใช้สื่อของเยอรมันเป็นตัวหล่อหลอมให้คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนาซี ถ้าใกล้ๆกันนี้หน่อยก็ในอียิปต์ ที่มีการใช้อินเตอร์เนท เช่น facebook twitter เป็นตัวช่วยในการก่อปฏิวัติ แล้วเวลาที่การเมืองบ้านเรามีปัญหา บางทีเราก็น่าจะมาฉุกคิดเหมือนกันนะคะว่า สื่อหรือผู้ที่ใช้สื่อในการส่งสารนั้นมีเจตนาแอบแฝงหรือเปล่า (ต่อพรุ่งนี้คะ)

July 2011

แนะนำiphone app Vocab Ahead GRE/SAT เอาไว้ท่องศัพท์เตรียมสอบGRE/GMAT/TOEFL ค่ะ

By |2011-07-10T19:16:13+07:00July 10th, 2011|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ต้องขออภัยด้วยที่หายหน้าหายตาไปนานพอสมควรนะคะ ตอนนี้ใกล้จะกลับเมืองไทยแล้ว คิดแล้วก็ใจหายเหมือนกัน กลัวจะลืมภาษาจีนที่เรียนมา แต่อีกใจหนึ่งก็เริ่มคิดว่าต้องทบทวนภาษาอังกฤษแล้วเพราะจะต้องเริ่มเรียนปริญญาเอกแล้ว อาทิตย์ได้ฤกษ์สอบภาษาจีนเสร็จซะที ว่างๆเลยลองหาอะไรหนุกๆมาทบทวนศัพท์GRE เลยไปเจอappอันนึงเจ๋งมาก คิดว่าต้องมาแนะนำผู้อ่านกันค่ะ วิธีจำศัพท์ให้ดีก็คือ ต้องจำในcontext คือควรจำจากประโยค ให้เข้าใจจากประโยคเลย ไม่ใช่จำแต่คำแปลค่ะ และtrickที่ช่วยยิ่งกว่านั้นก็คือ ถ้าคิดเป็นภาพในใจได้จะยิ่งช่วยทำให้จำได้ดียิ่งขึ้น Appนี้ทำทั้งสองอย่างเลยค่ะ คือมีภาพให้ด้วย แล้วก็ให้ตัวอย่างประโยคด้วย และก็มีฝรั่งอ่านออกเสียงให้เราด้วย ซึ่งดีมากๆเพราะส่วนใหญ่คำGREมันยาก เราจะออกเสียงไม่ค่อยถูก และถ้าใครอยากได้คำแปลภาษาไทยก็สามารถกดให้แปลได้ค่ะ แต่แปลอาจจะผิดบ้าง (คิดว่าใช้google translatorนะ แต่รวมๆแล้วก็ถือว่าดีล่ะค่ะ) แต่ยังไงก็ตามเวลาเราท่องเราก็ไม่ค่อยได้ใช้แปลภาษาไทยอยู่แล้ว(หรือยังไงก็ไม่ควรใช้ค่ะ ฝึกไว้) โปรแกรมก็จะมีให้เลือกQuiz ถ้าตอบถูก คำคำนั้นก็จะเปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่มคำที่masteredแล้ว ส่วนคำที่ตอบไม่ถูกก็จะอยู่กลุ่มที่don’t know ครูม่อนคิดว่าตอบถูกแค่ครั้งเดียวไม่น่าจะถือว่าmastered น่าจะมีการให้ตอบซ้ำหลายๆครั้งเป็นspace-repetition แต่ยังไงก็ตามก็ถือว่าappนี้ใช้ได้สมราคาแล้วล่ะค่ะ ถือซะว่าเหมือนซื้อหนังสือเล่มนึง ถ้าคำไหนที่เรียนผ่านไปแล้วเราไม่แน่ใจหรือลืมก็มาซ้ำอีกครั้งหนึ่งได้  คิดว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากๆเพราะทำให้เข้าใจศัพท์ได้เร็วขึ้นมากๆ ดีกว่าท่องโดยไม่มีภาพและมีประโยคน้อยกว่า เสียดายที่ตอนที่ครูม่อนสอบGREตอนนั้นยังไม่มีiphoneเลยยังไม่ได้ใช้โปรแกรมนี้ ส่วนใครที่ไม่ได้สอบGRE แต่สอบTOEFL ก็ใช้อันที่เตรียมสอบSAT ก็ได้เหมือนกันเพราะเป็นศัพท์ที่ออกสอบในโทเฟลพอสมควรค่ะ ว่างๆนั่งทำquizเล่นๆสนุกดีค่ะ ฝึกภาษาจะได้ใช้ศัพท์คล่องๆ