study

/Tag: study

ฝึกสมาธิด้วยการเขียน (ไม่ใช่พิมพ์)

ช่วงนี้พยายามเขียนอะไรด้วยมือให้บ่่อยขึ้น  เป็นเวลานานเหมือนกันที่หันมาใช้วิธีพิมพ์แทนการเขียน รู้สึกจะเริ่มตั้งแต่ตอนเรียนที่ฮาร์วาร์ดได้้มั้ง เพราะรู้สึกว่ามีอะไรต้องใช้คอมพิวเตอร์เยอะ ขนาดจดโน้ตเวลาเรียน ตัวบทความที่เราอ่านมันก็อยู่ในคอมพิวเตอร์ เราแค่พิมพ์ไป ก็ง่ายกว่า ไม่ต้องปริ้นต์ออกมาด้วย ประหยัดกระดาษ  พอทำมาสามสี่ปี แล้วลองมานึกดู เราไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะกลายเป็นคนที่เปลี่ยนจากการใช้กระดาษมาเป็นคอมพิวเตอร์ได้ เพราะเมื่อก่อนจำได้แม่นว่า เราคิดกับตัวเองว่า เราเป็นคนประเภทที่อ่านจากจอไม่ได้ ต้องอ่านจากหนังสือ หรือไม่ก็ปริ้นต์ออกมาให้จับต้องได้ แต่หลังๆนี้ ยิ่งตอนมาเริ่มเรียนปริญญาเอก รู้สึกว่าพิมพ์แล้วเร็วกว่าเยอะ และประหยัดกระดาษด้วย แม้แต่เขียนไดอารี่ยังพิมพ์เอาเลย [...]

เป็นนักเรียนก็ต้องรู้สึกโง่บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

เวลาที่เรียนหนักๆ เดี๋ยวก็มีงานนู่น ควรส่งอันนี้ อาจารย์จะให้ส่งเดี๋ยวนี้ แลปก็ยังไม่เสร็จ พออะไรๆมันรุมเร้าเข้ามาเยอะๆ รู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นจมเลย แต่ได้อ่านบทความให้ข้อคิดที่ดีมากว่า เวลาเราเป็นนักเรียนเนี่ย รู้สึกโง่ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ก็เพราะเรามาเรียนนี่หน่า เป็นนักเรียนก็ต้องรู้สึกอย่างนี้เป็นธรรมดา ถ้ารู้หมดแล้วจะมาเรียนทำไมล่ะ ซึ่งก็จริงแหละนะ พอเรียนสูงๆเข้า มักจะลืมไปว่าเราเป็นนักเรียน เพราะใครๆจะบังคับผลักดันให้เราทำงานให้ดี ให้เก่งเลิศ เราก็คิดว่าจะต้องทำให้ได้แบบนั้นเสมอไป แต่จริงๆแล้ว ไม่ว่าใครก็ทำไม่ได้ดีหมดทุกอย่างหรอก เพราะอย่างนี้ถึงได้มาเรียนอยู่นี่ไง  คิดแบบนี้แล้วก็คงรู้สึกดีขึ้นบ้างนะ [...]

เรียนภาษาแบบธรรมชาติ

เวลาที่เด็กๆเรียนภาษาเนี่ยซับซ้อนกว่าที่เราคิดกันเยอะนะคะ ปกติเรามักจะเข้าใจกันว่าเด็กเล็กๆเรียนภาษาจากการที่ได้ฟังซ้ำๆจนรู้เรื่อง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กๆจะแค่จำสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น แต่ยังมีการสังเกตและจับรูปแบบของภาษา เช่น อย่างภาษาไทย เราพูดว่า “แมวสีขาว” “หมาตัวใหญ่” พอได้ยินหลายๆครั้งในหลายๆประโยค ในสมองเด็กๆจะจับหลักได้ว่า เราจะนำคำขยายไปไว้ข้างหลังคำนาม แต่ว่าไม่ใช่ว่าเด็กๆจะตัั้งใจคิดจับหลักภาษาแบบรู้สึกตัวนะคะ มันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว บางครั้งกฏหรือหลักที่เด็กๆคิด ก็อาจจะผิด แต่พอเอามาใช้แล้วก็จะได้รับการแก้ไขจากคนที่โตกว่า ทำให้สมองเรามาปรับหลักภาษาที่เคยคิดเอาไว้ ให้ถูกต้องมากขึ้นเรื่อยๆ น่าทึ่งใช่ไหมคะ สมองคนเราเนี่ย เวลาเราเรียนแบบธรรมชาติก็มักจะเรียนแบบนี้ทั้งนั้น แต่พอมาเข้าโรงเรียน [...]

ผู้ใหญ่ก็เรียนคำศัพท์ได้เร็วเหมือนเด็กๆ

วันนี้อ่านบทความวิชาการได้เรื่องน่าสนใจมาอันหนึ่ง คือ นักวิจัยพบว่ายังไม่มีหลักฐานอะไรที่มายืนยันว่าเด็กเรียนคำศัพท์ได้เร็วกว่าผู้่ใหญ่ ผู้เขียนกล่าวว่า ถ้าให้ผู้ใหญ่ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นภาษาใหม่ ได้ฟังได้พูดภาษานั้นตลอดเวลา เหมือนตอนที่เด็กๆเรียนภาษาแม่ ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนศัพท์ได้เร็วไม่แพ้เด็กๆเหมือนกัน แต่ที่เรามักจะคิดกันว่าผู้ใหญ่เรียนศัพท์ได้น้อย ก็เพราะว่าปกติแล้วพอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย จำนวนคำที่เราเรียนรู้แต่ละคำจะลดลง ปกติแล้วเด็กๆตั้งแต่ 16 เดือนจะเรียนได้อย่างน้อยวันละสิบคำแล้วจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ แต่พอเราเป็นผู้ใหญ่ เราก็เห็นว่าตัวเองไม่ได้เรียนรู้ศัพท์อะไรใหม่ทุกๆวัน ผู้เขียนให้เหตุผลว่า คำศัพท์มันไม่มีให้เรียนแล้วต่างหาก หมายถึงว่า ในชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่ไม่ค่อยได้เจอคำใหม่ๆเลยไม่ได้เรียนรู้ ต่างกับเด็กๆที่ทุกๆวันเจอศัพท์ใหม่ๆเป็นสิบเป็นร้อยคำค่ะ แหงล่ะ มีนักวิชาการบางคนที่ไม่เห็นด้วย [...]

เรียนแบบนักวิชาการต้องหัดเถึยงให้เป็น

ที่ฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยดีๆอื่นๆ นักเรียนเถียงอาจารย์ได้ แล้วไม่เป็นไร แถมอาจารย์ยังชอบด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ว่าเถียงแบบไม่มีเนื้อหา เถียงแบบไม่มีเหตุผล (ซึ่งบางทีเจอเยอะในห้องเรียนมัธยมนะ) ถ้าเราคิดอย่างมีเหตุผลแล้วไม่เห็นด้วยเราก็เถียงได้ ถามได้ ใช้เหตุผลของเรามาแสดง แล้วดูกันซิว่าอันไหนมีเหตุมีผลกว่ากัน ซึ่งการทำแบบนี้ ก็เป็นการทำให้วิชาการก้าวหน้าขึ้นด้วย เพราะบางทีคำถามของนักเรียนก็จุดประกายให้อาจารย์คิดอะไรดีๆได้ หรือไม่ก็ทำให้นักเรียนคนอื่นๆได้คิดถึงเรื่องที่ไม่เคยคิดมาก่อน สิ่งที่เราน่าจะส่งเสริมให้มีในวงการการศึกษาบ้านเรามากขึ้น คือ การคิดอย่างมีเหตุผล หรือที่เราชอบพูดกันว่า คิดอย่างมีวิจารญาณ แต่เราไม่ค่อยได้เข้าใจว่ามันหมายถึงว่าอะไรกันแน่ หลายๆครั้งที่วัฒนธรรมบ้านเรา [...]

เรียนภาษาตอนโตก็ใช่ว่าจะเก่งไม่ได้

เรามักจะคิดว่าเราเรียนเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ซะที แต่จริงๆแล้วเราลืมไปว่าเด็กๆต้องเรียนกันมากแค่ไหนกว่าจะจำได้ ตอนเรียนภาษาจีน ครูม่อนรู้สึกว่าจำตัวอักษรไม่ได้ซะที รู้สึกแย่มากๆ ลองถามเพื่อนๆคนจีนว่าตอนเด็กๆเขาเรียนกันยังไง จะได้ทำบ้าง เขาบอกว่าตอนประถม ตั้งแต่ปอหนึ่งถึงปอหกต้องเขียนตัวอักษรตลอด ทุกปีต้องจำให้ได้อย่างน้อยสองสามร้อยตัว จริงอยู่ที่เด็กจีน ได้เปรียบเพราะว่าเขาพูดได้แล้ว แค่เชื่อมโยงตัวอักษรกับเสียงและความหมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ต้องพยายามเลย อย่างภาษาอังกฤษ เวลาครูม่อนถามเพื่อนที่ไม่ได้เรียนปริญญาโทปริญญาเอก เรื่องแกรมมา หรือวิธีการเขียน หลายๆครั้งเพื่อนๆก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะเรื่องที่ยากขึ้น เขาเองก็ต้องใช้เวลาในการเรียนเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นภาษาแม่ก็ตาม (ลองคิดดูว่า [...]

นิสัย 3 อย่างที่ทำให้เก่งภาษา

ช่างสังเกต ไม่ว่าจะไปเที่ยวหรืออยู่เมืองไทย ถ้าเราช่างสังเกต เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะเลย แถมยังสนุกด้วย สังเกตป้ายตามถนน ป้ายโฆษณา มีภาษาให้เราเรียนเยอะแยะไปหมด ไม่ต้องตั้งใจเรียนก็ยังได้ความรู้ค่ะ   ช่างสงส้ย สังเกตแล้วก็ต้องสงสัยด้วย เวลาไปเจอคำที่ไม่รู้จัก ก็สงสัยว่าแปลว่าอะไร แหงล่ะ ขี้เกียจเปิดดิก ณ เวลานั้นๆใช่ไหมคะ ลองเดาดูสิิ จากรากศัพท์ จากคำภาษาไทยข้างๆ จากบริบท แล้วค่อยไปหาความหมายทีหลังอีกที [...]

จะซิ่วหรือไม่ซิ่วดี?

ถ้าใครจะซิ่วหรือจะเปลี่ยนสาขาการเรียน เรามักจะคิดกันไม่ตกว่าจะซิ่วดีไม่ดี เราจะตัดสินใจอย่างไรดี ครูม่อนมีหลักการที่ได้จากประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกค่ะ ครูม่อนลาออกจากหมอแล้วไปเรียนต่อศึกษาศาสตร์ จากประสบการณ์แล้วต้องถามตัวเองค่ะว่าเป็นคนแบบไหน เป็นประเภท high achiever คือมีความทะเยอทะยานสูง ทำอะไรต้องทำให้เลิศ หรือว่าเป็นคนแบบสบายๆ ชอบทำอะไรที่สบายๆที่ตัวเองชอบๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศก็ได้ ถ้าเป็นอย่างแรก (ซึ่งตัวเราเองเป็น-ซึ่งในบางเวลาก็ไม่ใช่ลักษณะที่ดีเท่าไหร่) การเรียนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ จะทำให้ไปเรียนต่อลำบาก เพราะมหาวิทยาลัยดังๆ เช่น ฮาร์วาร์ด เขาไม่ได้ดูเกรดอย่างเดียว แต่ดูว่าเราได้ที่เท่าไหร่ของคณะ [...]