fbpx

ทำอย่างไรให้เปลี่ยนจาก “เกลียด” มาเป็น “รัก” ภาษาอังกฤษ

Share This Post

Share on email
Share on facebook
Share on twitter

หลังจากที่ลงไปว่าได้ TOEFL iBT 117เต็ม120 ก็มีคนถามเรื่องการฝึกภาษาอังกฤษเยอะ เลยคิดว่าอยากจะเขียนแนะนำวิธีการฝึกภาษาอังกฤษให้ได้อ่านกันนะคะ

อยากจะเล่าวิถีชีวิตการเรียนภาษาอังกฤษของตัวเองให้ได้อ่านกันก่อน เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจได้บ้าง

เชื่อหรือไม่ว่า ม่อนเคยเป็นคนที่เกลียดภาษาอัีงกฤษมากๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด จำได้ว่าตอนเรียนประถมกับมอต้น เกลียดวิชานี้มาก เพราะไม่เคยเรียนรู้เรื่องเลย อ่านก็ไม่ออก ฟังก็ไม่รู้เรื่อง ม่อนเป็นคนที่เรียนโรงเรียนไทยมาตลอด ก็ไม่เคยเรียนกับฝรั่งเลยค่ะ เรียนแต่กับครูไทย ก็เลยว่าไม่ใช่เรื่องกลัวฝรั่งแน่นอน แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไรถึงไม่ชอบ จำได้ว่าการบ้านยังต้องถามเพื่อนอยู่เลย คือไม่ได้อะไรสักอย่าง

แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนก็คือ อาจารย์ที่่สอนภาษาอังกฤษตอนมอสาม ที่โรงเรียนสามเสนวิืทยาลัย อาจารย์เป็นคนที่เก่งมากๆ จำได้ว่าอาจารย์จบ อักษร จุฬา เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ตอนนั้นอาจารย์สอนหลักแกรมมา ตั้งแต่เริ่มต้น part of speech, tense, article คือเรียกได้ว่าสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ต้น จากที่ไม่เคยเข้าใจเรื่องtense ก็ อ๋อ อาจารย์สอนเกือบจะทุกเรื่องในปีเดียว ทำให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดของภาษา

แต่ก็ไม่ใช่ว่าแค่ปีนั้นปีเดียวแล้วเก่งเลยนะคะ ก็เรียกว่าได้พื้นฐานแล้ว พอเริ่มได้ เราก็เริ่มมีแรงบันดาลใจให้ฝึกภาษาอังกฤษต่อ พอมาอยู่มอปลาย ก็ตั้งใจเรียนมากๆ กลับไปฝึกทุกวัน ก็ฝึกจากใบงานที่อาจารย์ให้ที่โรงเรียนนี่แหละ คำไหนไม่รู้ก็เปิดดู ฝึกอ่านออกเสียงจากใบงาน ทั้งๆที่อาจารย์ไม่ได้สั่ง แต่เราทำแล้วสนุก ทำโดยไม่ได้คิืดด้วยซ้ำว่าจะต้องเอาจนเก่ง ทำไปเพราะสนุกค่ะ

พออยู่มอห้ามอหก ถึงได้รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นจุดเด่นของเรา เป็นวิชาที่เราทำคะแนนได้ดี ซึ่งด้วยความสามารถทางภาษาอังกฤษก็ทำให้ได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนAFSที่นอร์เวย์

หลายๆคนที่ฟังม่อนพูดภาษาอังกฤษตอนนี้ อาจจะคิดว่าม่อนเคยไปเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งก็ไปมาจริง แต่ไปนอร์เวย์ตอนมอหก แต่ต้องบอกก่อนว่าที่ไปนอร์เวย์นั้น พูดภาษานอร์วีเจียนค่ะ ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ ต้องไปเรียนภาษาใหม่ ไม่ได้ไปประเทศที่พูดภาษาอังกฤษแต่อย่างใด

จากนั้นก็มาฝึกการฟังเยอะ ช่วงตอนเรียนที่จุฬา ไม่ใช่ว่าฝึกที่มหาวิทยาลัยนะค่ะ แต่ฝึกที่บ้าน จากการดูหนัง ดูซีรีส์เยอะๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจอีกแหละว่าจะฝึก เพียงแต่ว่าชอบดู แล้วก็พยายามไม่ดูด้วยซับไทย เพราะอยากเข้าใจจริงๆ แล้วพอเจอคำไหนไม่เข้าใจก็เปิดดิกเอา จนกลายเป็นว่าการดูหนัง ดูซีรีส์เยอะๆ ทำให้ฟังเก่งพูดเก่งไปเลย ตอนไปฮาร์วาร์ดใหม่ๆ เพื่อนชอบถามว่า โตที่อเมริกาเหรอ หรือว่าเคยมาเรียนปริญญาตรีที่อเมริกาหรือเปล่า เพราะสำเนียงเราดีมาก เหมือนคนฝั่งแคลิฟอเนีย แต่จริงๆแล้วก่อนเรียนปริญญาโทไม่เคยไปอยู่อเมริกาเลยค่ะ แต่เราดูหนังเยอะๆ สำเนียงเราก็เลยเหมือนคนฝั่งhollywoodไปมั่ง

และเนื่องจากเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ก็เริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษตอนปีหนึ่งปีสอง เพราะว่าหนังสือหลายๆเล่มที่เราอยากอ่าน มัีนไม่มีแปลเป็นภาษาไทย จากนั้นมาก็เลยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษซะเป็นส่วนมาก ทำให้ฝึกอ่านไปในตัวค่ะ

เลยสรุปได้ว่า การฝึกภาษาอังกฤษ เราต้องทำให้ตัวเองแวดล้อมด้วยภาษาอังกฤษให้มากที่สุด ใช้ความบันเทิงเข้าช่วยค่ะ มันจะทำให้เราทำได้นาน ถ้าฝึกภาษาแล้วเราเบื่อ เราก็ทำได้ไม่นานจริงไหมคะ

ทุกวันนี้ ม่อนก็ยังต้องฝึกอยู่ บางครั้งก็ยังพูดผิดพูดถูก ศัพท์ที่ไม่รู้ก็ยังมีอีกเยอะ ก็เรียนต่อไปค่ะ ภาษาเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้ว พยายามทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดีกว่า ที่จะมองมันเป็นวิชาวิชาหนึ่งนะคะ

More To Explore

Academic Writing

สรุปเนื้อหาจาก Workshop 20 ธ.ค. 2563 “Say What You Really Mean – วิธีเลือกคำให้ถูกต้องตรงใจแบบไม่ต้องท่อง”

           สวัสดีค่ะ วันนี้ครูม่อนอยากมาแนะนำเทคนิคดีๆ 3 ข้อ เพื่อช่วยให้นักเรียนเลือกคำมาใช้ในบทความหรืองานเขียนเชิงวิชาการได้ดีขึ้น

Featured

อย่าเพิ่งส่ง Statement Of Purpose ถ้ายังไม่ได้แก้ 4 อย่างนี้

ก่อนจะได้เรียนต่อในที่ที่เราฝัน ก็ต้องสมัครให้ติดก่อน Statement of Purpose หรือ Personal Statement เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนกลัวกันมาก ซึ่งก็ไม่แปลกเลยเพราะการเขียน