Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน)

Cover art: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม)

Date: 6 ตุลาคม 2562

 

ภาษาเป็นประตูสู่โลกกว้าง

 

ครูม่อนรู้สึกกับภาษานะคะว่ามันไม่ใช่แค่แบบสิ่งที่เราแบบต้องสอบให้ผ่านอะไรอย่างนี้

คือมันไม่ใช่แค่นั้นนะคะ จริงๆตอนเด็กๆเป็นคนที่เกลียดภาษาอังกฤษมากเลย

เคยสอบตกด้วยถึงแม้ว่าช่วงมัธยมปลายจะพอดีขึ้นบ้าง

แต่ครูก็ยังคิดว่าภาษาอังกฤษเป็นแค่วิชาที่ต้องสอบให้ผ่านและทำคะแนนให้ได้เยอะๆ

 

สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนใจคือ ตอนครูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นอร์เวย์ (เด็ก AFS  ขอเสียงหน่อยค่ะ)

คือจนกระทั่งถึงตอนนั้นนะคะ ไม่เคยเรียนภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ พอไปอยู่ที่นู่น

ต้องเรียนภาษานอร์วีเจี้ยน ก็ไปโรงเรียนที่เขาพูดภาษานอร์วีเจี้ยนทั้งวัน

ตอนแรกก็ไม่ได้แบบฟังรู้เรื่องเลย

ตอนนั้นรู้สึกว่าภาษานอร์วีเจี้ยนนั้นเรียนไปมันก็คงไม่ได้ใช้อย่างอื่นอยู่ดี

ก็เลยกะเรียนเพื่อให้อยู่รอดปีนึงเท่านั้น

ปรากฏว่าพอดีเรียนไปๆมันก็รู้สึกว่าจริงๆเราเนี่ย

ถ้าไม่ได้ภาษาเขา ก็ไม่ถือว่าได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเลยนะ

 

จริงๆคนที่นู่นเขาพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี ถือถ้าอยากนะพูดภาษาอังกฤษตลอดมันก็อยู่รอดได้นะ

แต่โฮสต์และครูบังคับให้เรียนภาษานอร์วีเจียน

ซึ่งโชคดีมากเลย เพราะว่าถ้าไม่ได้ภาษาเขา ช่วงปีนั้นก็คงจะไม่ได้ประสบการณ์ดีๆอีกเยอะ

 

พอคุยกับคนที่นู่นได้ เม้าส์มอยได้เนี่ย เข้าใจเขาขึ้นเยอะเลย

เข้าใจว่าเขาคิดอะไรยังไง เข้าใจระดับที่ว่าถ้าต้องแปลเราจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย

อย่างถ้าเราลองคุยกับคนต่างชาติ แล้วพยายามจะแปลบางคำซิคะ

บางทีมันก็แปลไม่ได้นะ คือ ต้องอธิบาย

อธิบายแล้วบางทีเขาก็ยังไม่เข้าใจอีก

 

ประสบการณ์ตอนนั้นเลยเป็นครั้งที่ทำให้รู้สึกว่าภาษาไม่ใช่แค่วิชาเรียน

แต่มันเป็น medium เป็นสื่อที่ทำให้เราเข้าใจสังคมอื่นได้อย่างลึกซึ้งค่ะ

 

ก่อนจะจบ ครูขอเสนอคำที่แปลเป็นภาษาอังกฤษตรงๆไม่ได้นะคะ น่าสนใจดี

Forelsket (Norwegian) 

ในดิกชันนารีบอกว่าแปลว่า “The euphoria experienced as you begin to fall in love.”

แปลไม่ถูกเลยจริงๆ ต้องอยู่ไปถึงจะพอเข้าใจ

คือเป็นคำที่เขาไม่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้าเลย ถ้าไม่รักสุดๆไม่ใช้คำนี้นะ

 

Pålegg (Norwegian)

อันนี้แปลว่า อะไรก็ได้ที่เราเอาไปวางบนขนมปัง

คืออะไรก็ได้จริงๆอ่ะ แยม แฮม ไข่ นูเทลล่า ปลาแฮร์ริ่ง

คืออะไรก็ได้หมด  ภาษาอังกฤษไม่มีอ่ะคำนี้

 

Hygge (Danish)

อันนี้เป็นคำที่ฮิตมากในคนอเมริกันกับยุโรปแล้วนะคะ

เพราะว่าเดนมาร์กนั้นได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

ถึงขึ้นมีศูนย์งานวิจัยเรื่องhappiness กันเลยทีเดียว

ก็เลยมีการเอาconcept ของ hygge นี้มาใช้กัน

แปลได้ประมาณว่า cozy, content, joyful อะไรประมาณนี้

คนเดนนิชเขาอธิบายว่าความรุ้สึกคล้ายๆกับเวลานั่งคุยกับเพื่อน

(ลองนึกภาพอากาศหนาว ๆ ที่นู่นด้วยนะ)

 

เกรงใจ 

ลองแปลให้คนต่างชาติหลายรอบแล้ว มันไม่ตรงสักที

จะว่า considerate ก็น่าจะใกล้สุด แต่มันก็ยังไม่ตรงอยู่ดีนะ

 

ภาษาเป็นประตูสู่โลกกว้างจริงๆนะเนี่ย