Loading...

สองข้อควรระวังในการใช้ determiners and articles (a,an,the)

By |2019-11-15T12:10:35+07:00November 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

เรื่องที่มักจะผิดกันเยอะก็คือ การใช้ articles (a,an,the) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าภาษาไทยเราไม่มีเรื่องนี้ ไม่ต้องมีคำมาบ่งบอกว่าเป็นคำนามเฉพาะ หรือไม่เฉพาะเจาะจง ครูม่อนคิดว่าเข้าใจแต่ articles ไม่พอ ต้องเข้าใจ determiners ด้วย   Determiners คือ คำชนิดหนึ่งที่จะอยู่หน้า noun  Articles (a,an,the) เป็น determiners ชนิดหนึ่ง     ชนิดของ Determiners Indefinite articles: a, an  บอกความไม่เฉพาะเจาะจง Definite articles: the  บอกความเฉพาะเจาะจง Demonstratives: this, that, these, those  บอกว่าอันไหน Possessive: adjective (my, his, their, etc.) or noun (Sally’s, my mother’s, etc) บอกว่าของใคร Quantity

หัดใช้ academic writing templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ

By |2019-11-13T04:26:01+07:00November 13th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic Writing Templates หัดใช้ templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ วิธีการใช้ templates  ให้เป็น model ค่ะ คือ ให้ดู structure ของ template แล้วเปลี่ยนเป็นคำและเนื้อหาที่เหมาะสมกับงานของเรา ง่ายๆคือใช้เป็น inspiration ค่ะ ปกติเราก็จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าsynonymsมีอะไรบ้าง เราก็เอามาใช้แทนในtemplateได้ ประโยชน์สำคัญของ templates ก็คือ เวลาเขียน เราจะได้นึกออกเร็วขึ้นค่ะ ปกติเวลาเขียน บางทีมันนึกไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไร จริงๆเรารู้นะว่าจะเขียนอะไร แต่บางทีมันนึกคำไม่ออกนึกประโยคไม่ออกจริงๆ การที่เรามี templates ที่เราสะสมไว้ จะทำให้เราเขียนได้เร็วขึ้นเยอะค่ะ  ข้อแนะนำเพิ่มเติม นอกจากใช้ templates และ models ตามนี้แล้ว ครูม่อนยังแนะนำให้รวบรวม phrases ที่เราอ่านเจอในpaper ของสาขาเราด้วยค่ะ เพราะว่าในแต่ละสาขาจะมีการเขียนที่แตกต่างกันบ้าง ถ้าเราหัดสังเกตและจดphrases ที่เราอ่านเจอ เวลาเราจะเขียนเราก็จะได้ style ที่เหมาะกับสาขาเราค่ะ   Establishing a research

จะตั้งเป้าหมายให้ดี ต้องมีทั้ง outcome และ action

By |2019-11-05T06:37:19+07:00November 5th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน|Tags: , , , |

เป้าหมายสามารถตั้งได้สองแบบด้วยกัน Outcome goals คือ ผลลัพธ์ที่อยากได้ Action goals คือ การกระทำของเรา ปกติแล้วเรามักจะตั้งเป้าหมายกันโดยเน้น outcome goals คือว่าอยากได้อะไร หลายๆคนคงจะเคยเรียนมาว่าให้ตั้งเป้าหมายแบบ SMART (specific, measurable, achievable, relevant, and time-based) เช่น สอบ TOEFL เดือนหน้าให้ได้ 100 คะแนนขึ้นไป เทอมหน้าให้ได้เกรด 3.50 ขึ้นไป ซึ่งเป้าหมายแบบนี้ก็ดีแต่ว่ามันมีปัจจัยอื่นๆที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น  วันสอบเราอาจจะป่วย หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สอบให้เสียงฟังไม่ชัด  อาจารย์ไม่ชอบเรื่องที่เราเขียนโดยไม่มีเหตุผล หรือ ข้อสอบออกไม่ตรงกับที่เราอ่าน  ถ้าเราตั้งแต่outcome goals เราก็จะผิดหวังหมดกำลังใจได้ว่าเราพยายามแล้ว ทำไมไม่ต้องอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ฉะนั้นจะให้ดี ลองตั้ง action goals ด้วย คือ เป้าหมายของการกระทำของเราเอง ซึ่งก็ใช้หลัก SMART ได้เหมือนกัน เช่น เพื่อเตรียมสอบ TOEFL ฉันจะทำแบบฝึกหัดวันละ 

Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery.

By |2019-11-05T04:54:40+07:00November 5th, 2019|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

"Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery." "คุณรู้ไหมว่าสำเนียงต่างชาติคืออะไร? มันคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ" - Amy Chua   หลายๆคนไม่กล้าพูดเพราะว่าสำเนียงไม่ดี ครูม่อนเองก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอไปเรียนต่อ ไปอยู่ในสังคมเขาจริงๆ จะรู้เลยว่าเรื่องสำเนียงนั้นเป็นรองกว่าเนื้อหาเยอะ คนทั่วๆไปจะไม่ judgemental ไม่ตัดสินเราจากสำเนียง แต่จะรับฟังสิ่งที่เราอยากจะพูด เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลว่าสำเนียงเราไม่เหมือนเจ้าของภาษาเป๊ะๆ ถ้าเขาฟังรู้เรื่องก็พอแล้ว อย่าลืมว่าถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่องเราก็ยังพูดซ้ำยังอธิบายได้ ฉะนั้นอย่าไปกลัวค่ะ พูดไปเลย    มาเรียนwritingด้วยกันฟรี ที่ Facebook group "English writing made easy - ชมรมฝึกเขียนภาษาอังกฤษ" https://www.facebook.com/groups/1706912769441545/

Run-on sentences และ entence fragments

By |2019-10-31T16:35:18+07:00October 31st, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

Run-on sentences และ sentence fragments Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Date: 31 ตุลาคม 2562   เรื่องนึงที่เจอเยอะเวลา edit งานเขียนคือ run-on sentence กับ fragment ค่ะ แต่ก่อนไปเรื่องนั้นลองมาทวนชนิดของประโยคนิดนึงนะคะ   ประโยคภาษาอังกฤษมี 4 แบบด้วยกัน  Simple sentence  มี independent clause อันเดียว   Compound sentence และ independent clauses สองอันเชื่อมกัน   Complex sentence ประโยคหลักอันนึง (independent clause), clause ย่อยอีกอันนึง (dependent clause) Compound-Complex sentence อันนี้ก็คือ compound และ complex เชื่อมกัน

ฝึกเขียนให้คล่อง ลองทำวิธีนี้

By |2019-10-16T02:53:54+07:00October 16th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , |

Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Cover art: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม) Date: 16 ตุลาคม 2562   ฝึกเขียนให้คล่อง ลองทำวิธีนี้ อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือให้ทำสม่ำเสมอให้เป็นนิสัย เขียนวันละนิดแต่เขียนทุกวัน ดีกว่าเขียนยาวแต่นานๆทีค่ะ เรียนภาษาต้องสม่ำเสมอ ครูเคยเขียนเรื่องสร้างนิสัยไว้แล้วนะคะ อ่านเพิ่มเติมได้ 4 วิธีง่ายๆสร้างนิสัยเรียนภาษาอังกฤษ https://kru-mon.com/2019/04/habits/ และวิธีทำให้สมองอยากฝึกภาษาอังกฤษทุกวัน (โดยไม่ต้องบังคับตัวเอง) https://kru-mon.com/2019/04/tracker/ ส่วนในโพสต์นี้ครูจะแนะนำวิธีฝึกเขียนโดยใช้การเขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษนะคะ   วิธีฝึกเขียนทุกวันให้คล่องโดยการสร้างนิสัยการเขียน 1. ตัดสินใจว่าจะเขียนวันละกี่นาที และกี่วันต่อสัปดาห์ (แนะนำให้เลือกสั้นๆ ให้แน่ใจว่าเราทำได้จริงๆ แนะนำว่า 5 นาทีพอค่ะ 5-7 วันต่อสัปดาห์) 2. เลือกเวลาที่จะเขียน เช่น ก่อนนอน หรือตอนพักเที่ยง 3. ตั้ง reminder อาจจะเป็นphysical reminder เช่น ถ้าเราจะเขียนในสมุดเวลาก่อนนอน ก็ให้เอาสมุดนั้นมาวางไว้ที่หัวเตียง การที่มีphysical

ภาษาเป็นประตูสู่โลกกว้าง ตอน Norway

By |2019-10-04T03:48:58+07:00October 6th, 2019|Categories: Food for Thoughts, ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , |

Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Cover art: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม) Date: 6 ตุลาคม 2562   ภาษาเป็นประตูสู่โลกกว้าง   ครูม่อนรู้สึกกับภาษานะคะว่ามันไม่ใช่แค่แบบสิ่งที่เราแบบต้องสอบให้ผ่านอะไรอย่างนี้ คือมันไม่ใช่แค่นั้นนะคะ จริงๆตอนเด็กๆเป็นคนที่เกลียดภาษาอังกฤษมากเลย เคยสอบตกด้วยถึงแม้ว่าช่วงมัธยมปลายจะพอดีขึ้นบ้าง แต่ครูก็ยังคิดว่าภาษาอังกฤษเป็นแค่วิชาที่ต้องสอบให้ผ่านและทำคะแนนให้ได้เยอะๆ   สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนใจคือ ตอนครูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นอร์เวย์ (เด็ก AFS  ขอเสียงหน่อยค่ะ) คือจนกระทั่งถึงตอนนั้นนะคะ ไม่เคยเรียนภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษ พอไปอยู่ที่นู่น ต้องเรียนภาษานอร์วีเจี้ยน ก็ไปโรงเรียนที่เขาพูดภาษานอร์วีเจี้ยนทั้งวัน ตอนแรกก็ไม่ได้แบบฟังรู้เรื่องเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าภาษานอร์วีเจี้ยนนั้นเรียนไปมันก็คงไม่ได้ใช้อย่างอื่นอยู่ดี ก็เลยกะเรียนเพื่อให้อยู่รอดปีนึงเท่านั้น ปรากฏว่าพอดีเรียนไปๆมันก็รู้สึกว่าจริงๆเราเนี่ย ถ้าไม่ได้ภาษาเขา ก็ไม่ถือว่าได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเลยนะ   จริงๆคนที่นู่นเขาพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี ถือถ้าอยากนะพูดภาษาอังกฤษตลอดมันก็อยู่รอดได้นะ แต่โฮสต์และครูบังคับให้เรียนภาษานอร์วีเจียน ซึ่งโชคดีมากเลย เพราะว่าถ้าไม่ได้ภาษาเขา ช่วงปีนั้นก็คงจะไม่ได้ประสบการณ์ดีๆอีกเยอะ   พอคุยกับคนที่นู่นได้ เม้าส์มอยได้เนี่ย เข้าใจเขาขึ้นเยอะเลย เข้าใจว่าเขาคิดอะไรยังไง เข้าใจระดับที่ว่าถ้าต้องแปลเราจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย อย่างถ้าเราลองคุยกับคนต่างชาติ แล้วพยายามจะแปลบางคำซิคะ บางทีมันก็แปลไม่ได้นะ คือ

One choice doesn’t determine your whole future.

By |2019-10-04T02:00:37+07:00October 5th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Cover art: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม) Date: 5 ตุลาคม 2562   “One choice doesn’t determine your whole future.” การตัดสินใจครั้งเดียวไม่ได้กำหนดอนาคตของเราทั้งหมด   อาทิตย์ที่แล้วอ่านนิยาย Call it what you want โดย Brigid Kemmere ตอนแรกกะจะอ่านแป๊บเดียวแล้วนอน ปรากฏว่าผ่านไปตีสี่ครึ่งถึงได้นอน 55 คืออ่านจนจบนั่นแหละ ที่ได้จากเล่มนี้และอยากแชร์ คือ ธีมที่บอกว่า การตัดสินใจครั้งเดียวไม่ได้กำหนดอนาคตของเราทั้งหมด ซึ่งเป็นธีมที่เจอทั้งเรื่องเลย คือ ตัวเอกของเรื่อง Meagan นั้นเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ได้โกงสอบไปครั้งหนึ่งแล้วโดนจับได้ ส่วน Rob นั้นเคยเป็นหนุ่ม popular ที่โรงเรียนจนกระทั่งพ่อเขาโดนจับว่าโกงเงินคนอื่นไปหลายล้าน และคนอื่นๆก็คิดว่า Rob นั้นมีส่วนรู้เห็นด้วย..   แค่นี้ก็เห็นว่าน่าอ่านแล้วเนอะ