ตอบคำถาม

December 2019

Facebook Live 19/11/2019 – “วิธีอ่านและวิเคราะห์รายงาน Understand and analyze research reports”

By |2019-12-04T11:30:20+07:00December 4th, 2019|Categories: Facebook Live Rerun|Tags: , , , |

https://youtu.be/MKypl-P2G24 Author: Dr Natpat Chanjavanakul Date: 19 November 2019 การอ่าน report และเอามาเขียนตอบเวลาทำข้อสอบหรือเขียนธีสิสเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ วิดีโอนี้ครูจะลองยกตัวอย่าง อธิบายว่าควรอ่านอย่างไรให้เข้าใจลึกซึ้งและเอาไปใช้ได้ ใครที่ต้องอ่าน report หรือ paper ยาวๆ วิดีโอนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากค่ะ สำหรับคราวนี้ครูลองใช้รายงาน English First - English Proficiency Index (EF - EPI) มาอ่านและวิเคราะห์ให้ดูนะคะ ลองดูว่าครูมีกระบวนการคิด และตัวอย่างในการอ่านเนื้อหายาวๆ และมีเนื้อหาเยอะๆ อย่างไรบ้าง *****

May 2011

ตอบปัญหา ทุกข์ใจที่พลาดสาขาที่อยากเรียน

By |2011-05-08T13:24:53+07:00May 8th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , |

"พี่ม่อนคะตอนนี้หนูทุกข์ใจมากๆเลยค่ะ หนูซิ่วแล้วแอดมิสชั่นใหม่และผลแอดมิสชั่นก็ประกาศออกมาแล้วในวันที่ 04-05-54 ที่ผ่านมา หนูไม่ติดสาขาที่หนูต้องการเรียนอีกแล้วค่ะ แต่มาติดอีกสาขาหนึ่งที่ลงไว้สำรองในอันดับที่ 4 ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมีเพื่อนที่เรียนในสาขาอยู่แล้ว และเห็นว่าเพื่อนเขาเรียนง่ายๆ สบายๆ (ทั้งๆที่เป็นสาขาที่เขาไม่ได้ชอบเหมือนกัน) เราก็คงเรียนได้อยู่แล้วแหละ พอได้เจอหนังสือ "ฟังเสียงหัวใจ เรียนอะไรที่ใช่เรา" ได้อ่านได้ลองทำแบบทดสอบแล้วก็พบว่าสาขานี้มันไม่ใช่ตัวหนูเลยสักนิด นั่งมองไปถึงอนาคตก็นึกไม่ออกว่าเราจะประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับสาขานี่ได้อย่างไร มันอึดอัดมากๆเลยค่ะ ตั้งแต่ประกาศผลออกมานั่งคิดตลอดเลย จะซิ่วอีกรอบดีไหมนะ แต่ก็คิดว่าเราจะมัวแต่ซิ่วไปตอลดไม่ได้หรอก ถ้าปีหน้าไม่ได้อีกล่ะ ไม่ได้ทำมาหากินอย่างอื่นพอดี หนูควรทำอย่างไรดีคะพี่ม่อน" ---- จะซิ่วหรือไม่ซิ่ว พี่ม่อนคงตอบแทนไม่ได้ เพราะเราต้องคิดถึงปัจจัยหลายอย่าง ความชอบ ความสามารถ ครอบครัว การเงิน และอื่นๆ แต่สิ่งที่ต้องตระหนักไว้คือ หนึ่ง การที่เราจะซิ่วหนึ่งหรือสองหรือสามปีนั้น จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอก สำหรับตอนนี้ดูเป็นเรื่องใหญ่ เพราะชีวิตนักเรียนนักศึกษา การเีเรียนเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอไปทำงานแล้ว ทำไปเป็นสิบๆไป ยังไม่รู้เลยว่าอยากทำอะไรก็มี พอถึงตอนนั้นสองสามปี จะไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่หรอก สอง เรียนได้ ไม่ได้แปลว่าจะทำมาหากินได้ดีเสมอไป ถ้าเราไม่ได้ชอบไม่ได้ทำได้ดี  เราอาจจะไม่ได้มีข้อดีมากพอที่จะไปแข่งกับคนอื่นในfieldเดียวกันที่เขาชอบในสิ่งที่เขาทำ สาม มองภาพให้กว้างขึ้น บางทีการซิ่วอาจไม่ได้เป็นทางเดียวในการเลือกทางเดินอาชีพก็ได้ ในบ้านเราการเรียนมหาวิทยาลัยค่อนข้างแคบ

January 2011

หนูน่าจะเรียนคณะอะไรดีคะ?

By |2011-01-10T20:38:35+07:00January 10th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

วันนี้ขอตอบคำถามจากน้องที่ถามเรื่องการเลือกคณะเข้ามานะคะ ขออนุญาต ตัดคำถามบางส่วนมาให้อ่านกันในที่นี้่ค่ะ ---------------- แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ หนูยังค้นหาตัวเองไม่ค่อยจะเจอ รู้ว่า หนูถนัดและชอบเรื่องภาษา สนใจวัฒนธรรม ดนตรี วรรณกรรม การเขียน-การอ่าน เด็กๆ การเจอผู้คนจากหลายๆที่ การได้ไปสถานที่และประเทศต่างๆ.. ซึ่งหนูคิดว่ามันค่อนข้างกว้าง และตอนนี้ บทสรุปที่ว่าหนูควรจะเรียนอะไรก็ยังไม่ลงตัวค่ะ หนูเคยอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ เพราะอยากช่วยเหลือคนให้คนบางกลุ่มมีความสุข มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น เคยอยากเป็นหมอ แต่รู้ตัวเองว่าคะแนนวิทย์ไม่ดี แถมยังไม่ชอบความกดดันมากๆอีก ไม่ชอบให้ใครมาสั่งด้วย เคยอยากเป็นนักเขียน เพราะชอบอ่านเรื่องราว แล้วก็อยากบอกเล่าเรื่องราวความรู้ดีๆให้คนอื่นได้รู้กันต่อ เคยอยากเป็นครูสอนเด็กเล็กๆ เพราะอยากปลูกฝังอะไรดีๆให้กับเด็กๆ อาจจะได้ช่วยอะไรเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจอะไรดีๆให้พวกเขาได้บ้าง  (ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศก็ได้มีโอกาสไปฝึกงานหนึ่งวันที่โรงเรียนประถม ชั้นป.หนึ่ง อยู่กับเด็กๆทั้งวัน ทำให้หนูคิดว่าถ้าได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยให้เด็กๆได้เริ่มต้นการเรียนรู้ที่ดีขึ้นที่ประเทศไทยก็คงจะดี) แต่ตอนนี้หนูอยากเป็นนักท่องเที่ยวค่ะ แปลกมั้ยคะ มันไม่ใช่อาชีพด้วยซ้ำ... หนูชอบที่จะไปต่างถิ่น ชอบที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ชอบฟังภาษาอื่นๆ มันดูเพ้อฝันเกินจริงไปหรือเปล่าคะ? เป้าหมายสูงสุดคือ การได้เดินทาง และทำอะไรด้วยตัวเอง ทำให้คนอื่นมีความสุข เพราะหนูรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้"ให้"อะไรดีๆกับคนอื่น พี่ม่อนคิดว่า หนูน่าจะเรียนคณะอะไรดีคะ ตอนนี้กำลังสับสนระหว่าง มนุษยศาสตร์ วรรณกรรม การท่องเที่ยว -----------------------

September 2010

อ่านหนังสือเตรียมสอบ เริ่มตรงไหนดี

By |2010-09-21T23:37:39+07:00September 21st, 2010|Categories: เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , |

ในฐานะที่ผ่านการสอบมาเยอะ ม่อนรู้ว่าเวลาอ่านหนังสือสอบ ไม่ว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย สอบทุน สอบโทเฟล GRE หรือสอบอะไรก็ตาม มันจะรู้สึกเหมือนหลงทาง ไม่รู้จะเริ่มจากตรง เล่มนี้ก็ต้องอ่าน ตรงนั้นก็ต้องทวน เลยพาลให้ไม่อยากอ่านซะอย่างนั้น แล้วเราก็ชอบที่จะผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ก็เลยไม่เริ่มซะเลยดีกว่า  วิธีแก้วิธีหนึ่งก็คือ ไปหาหนังสือที่เราจะอ่านเนี่ยแหละค่ะสักเล่มหนึ่ง(ที่เราคิดว่าดี สมควรแก่การอ่านด้วยนะ) พวกหนังสือเตรียมสอบเนี่ยแหละค่ะใช้ได้ดีมาก แล้วก็นั่งอ่านไปเลยตั้งแต่หน้าแรกนั่นแหละ วันละนิดวันหน่อย ไปเรื่อยๆ พออ่านไปสักพักเราจะเริ่มมีกำลังใจ ทำให้มีแรงอ่านต่อไปเรื่อยๆ  ประมาณว่า พอเราอ่านได้สำเร็จสักขั้นหนึ่ง เราจะมีกำลังใจ มีแรงผลักดันให้อ่านต่อค่ะ ลองทำดูนะคะ ได้ผลหรือไม่อย่างไร ก็เล่าสู่กันฟังได้ค่ะ

เลือกแผนการเรียนมัธยมปลายสายอะไรดี?

By |2010-09-14T20:59:49+07:00September 14th, 2010|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

Q: อยากทราบวิธีค้นหาวิชาที่ตนเองชอบค่ะ จะได้รู้ว่าควรเรียนสายอะไร เพราะว่าตอนนี้อยู่ ม.3 แล้วค่ะปีหน้าต้องเลือกสายเลยเครียดอยู่ A: สำหรับการเลือกแผนการเรียน ครูม่อนมีความเห็นว่าอาจจะต่างจากการเลือกคณะนะคะ เพราะว่าการเลือกคณะในหลายๆคณะคือการเลือกอาชีพที่ต้องทำไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการเลือกที่เฉพาะเจาะจงมาก ถ้าไม่ชอบจะลำบาก ถ้าไม่มีใจให้กับสิ่งนั้นจริงๆก็จะทรมานมาก  แต่การเลือกสายการเรียนนั้น เป็นการเลือกเส้นทางที่จะนำไปสู่การเรียนสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้น ครูม่อนจะแบ่งเป็นกรณีๆอย่างนี้นะคะ ถ้าเรามีอะไรอยู่ในใจอย่างแน่ชัดว่าอยากเป็นอะไร ก็ควรจะเลือกสายที่เหมาะสมไปเลย เช่น ถ้าอยากเป็นนักแปลก็น่าจะเลือกสายภาษาไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนวิทย์ให้ยุ่งยาก   อีกอย่างคือ ปกติแล้วผู้ปกครองมักจะส่งเสริมให้ลูกเรียนสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ เพราะคิดว่าดูดีกว่า แต่จริงๆแล้วครูม่อนคิดว่า ถ้าบางคนรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ชอบสายอาชีพมากกว่า เช่นชอบทำอาหาร ชอบเครื่องยนต์ เป็นต้น ก็น่าจะไปเรียนสายอาชีพมากกว่าค่ะ ครูม่อนเห็นหลายๆคนที่รู้ตัวว่าชอบสายอาชีพก็ไปต่อสายอาชีพแล้วประสบความสำเร็จเยอะแยะไปค่ะ ผิดกับบางคนที่โดนพ่อแม่บังคับให้เรียนสายสามัญ หรือแผนวิทย์ แล้วไม่ชอบเลยจริงๆ เห็นแล้วทรมานแทน ทั้งๆที่นักเรียนเหล่านี้มักจะมีความสามารถพิเศษอย่างอื่น เช่น ศิลปะ ดนตรี การประดิษฐ์ ซึ่งถ้าได้รับการฝึกฝนมากขึ้นก็น่าจะไปได้ไกลกว่าการเรียนแบบโดนบังคับมากๆ น่าเสียดายค่ะ  แถมไม่มีความสุขด้วย  ถ้าใครรู้ตัวแล้วก็น่าจะไปทางที่ตัวเองชอบเลยดีกว่าค่ะ แต่ที่เรามักจะมีปัญหากันก็คือ เมื่อไม่รู้ว่าอยากจะเรียนต่ออะไร หรืออยากเป็นอะไรล่ะจะทำอย่างไรดี?   ในกรณีอย่างนี้ ถ้ามีวิชาไหนที่คิดว่าเรียนไม่ได้จริงๆ หรือไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่ควรฝืนค่ะ เช่น ไม่ชอบวิทยาศาสตร์มากๆ ไม่สนใจเลย

อยากเรียนด้านสมอง ต้องไปทางไหน?

By |2010-09-01T22:36:36+07:00September 1st, 2010|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

วันนี้ขอตอบคำถามน้องที่ถามเข้ามานะคะ Q: “ครูม่อนค่ะ วาจบ ป ตรี แล้วมาปีกว่าค่ะเพิ่งไปเจอหนังสือครูม่อนมาโดนใจมากเรยค่ะ ตอนแรกวาจบคอมแระอยากต่อโทวิศวคอม แต่ตัวเองก็เป็นติวเตอร์ด้วย ทำงานประจำไปก็เริ่มไม่มั่นใจตัวเองเพราะเริ่มสนใจด้านสมอง และ มาเจอหนังสือครูม่อนอีก คราวนี้คิดจะเปลี่ยนสายจริงจังแล้วค่ะ แต่ในประเทศไทยพยายามหาข้อมูลทางด้านนี้ไม่รู้ว่ามหาลัยไหนเปิดสาขาเกี่ยวกับทางด้านนี้บ้าง เพราะเข้าเวบไปก็เจอลักษณะคล้ายจะเป็นแพทย์รักษาสมองมากกว่า รบกวนครูม่อนชี้ทางทีนะค่ะ เพราะตั้งใจว่าจบโทเมื่อไหร่ จะศึกษาหาความรู้อีกเรื่อยจะเปิดโรงเรียนให้เด็กต่างจังหวัดได้มีโอกาสพัฒนาทักษะทางด้านนี้บ้างค่ะ หรือจะเขียนEssay ไปทาง Harvard ก็ไม่ได้เรียนจบเกียตรนิยม หรือว่ามีทางมั้ยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ” A: ถ้าอยากเรียนทางด้านสมองจริงๆ ก็จะมีอยู่สองทางค่ะ คือไปทาง neuroscience จริงๆไปเลย ซึ่งอาจจะเป็นนักวิจัยหรือหมอทางด้านสมองค่ะ แต่ถ้าแค่ต้องการเพื่อไปเป็นพื้นฐานด้านการศึกษาก็จะเรียนเหมือนที่ครูม่อนเรียนก็ได้ค่ะ  ซึ่งก็มีอยู่หลายที่เหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้ใช้ชื่อ Mind, Brain and Education บางที่ก็ใช้cognitive neuroscience in education หรือ educational neuroscience ค่ะ  บางทีก็อาจจะอยู่ในสาขาที่เกี่ยวกับ human development หรือ psychology หรือ educational psychology ค่ะ