reading

October 2019

One choice doesn’t determine your whole future.

By |2019-10-04T02:00:37+07:00October 5th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Cover art: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม) Date: 5 ตุลาคม 2562   “One choice doesn’t determine your whole future.” การตัดสินใจครั้งเดียวไม่ได้กำหนดอนาคตของเราทั้งหมด   อาทิตย์ที่แล้วอ่านนิยาย Call it what you want โดย Brigid Kemmere ตอนแรกกะจะอ่านแป๊บเดียวแล้วนอน ปรากฏว่าผ่านไปตีสี่ครึ่งถึงได้นอน 55 คืออ่านจนจบนั่นแหละ ที่ได้จากเล่มนี้และอยากแชร์ คือ ธีมที่บอกว่า การตัดสินใจครั้งเดียวไม่ได้กำหนดอนาคตของเราทั้งหมด ซึ่งเป็นธีมที่เจอทั้งเรื่องเลย คือ ตัวเอกของเรื่อง Meagan นั้นเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ได้โกงสอบไปครั้งหนึ่งแล้วโดนจับได้ ส่วน Rob นั้นเคยเป็นหนุ่ม popular ที่โรงเรียนจนกระทั่งพ่อเขาโดนจับว่าโกงเงินคนอื่นไปหลายล้าน และคนอื่นๆก็คิดว่า Rob นั้นมีส่วนรู้เห็นด้วย..   แค่นี้ก็เห็นว่าน่าอ่านแล้วเนอะ

May 2019

แนะนำหนังสือน่าอ่านสำหรับ Mental Health Awareness Month

By |2019-05-15T05:01:50+07:00May 15th, 2019|Categories: Uncategorized, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

การอ่านเป็นวิธีสร้าง English brain ได้ดีมาก ทำให้เราหัดคิดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ พออ่านเยอะๆเราก็จะคิดเป็นภาษาอังกฤษเก่งขึ้นเรื่อยๆ เดือนพ.ค.เป็น Mental health awareness month ครูม่อนเลยขอโอกาสนี้มาแนะนำหนังสือที่เกี่ยว mental health นะคะ การอ่านหนังสือเป็นวิธีเรียนภาษาที่ดีมาก แม้แต่การอ่านนิยายก็ช่วยได้เยอะ ได้ทั้งความบันเทิง ภาษา และได้เรียนเกี่ยวกับสังคมด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกอย่างน้อยสามตัวเลยทีเดียว 1. Eliza and Her Monsters by  Francesca Zappia “How can I want something so badly but become so paralyzed every time I think about taking it?” Synopsis from GoodReads: In the real world, Eliza

March 2019

A great library is freedom

By |2019-03-09T05:05:37+07:00March 9th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

“Knowledge sets us free, art sets us free. A great library is freedom. And that freedom must not be compromised. It must be available to all who need it, and that’s everyone, when they need it, and that’s always.” -‘The Wave in the Mind’, Ursula Le Guin, p.22- Since I’ve moved to the U.S. and

January 2018

อ่านสนุก จำได้แม่น

By |2018-01-31T02:12:31+07:00January 31st, 2018|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ครูม่อนเชื่อมากๆว่าการอ่านช่วยให้เราเรียนภาษาอังกฤษได้ดี เพราะนอกจากจะได้เรียนภาษาอังกฤษแล้ว เรายังได้สนุกกับมันด้วย ถ้าอ่านหนังสือดีๆล่ะก็ เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่เลย แต่เราสนุกไปกับเรื่องราวหรือเนื้อหาในหนังสือมากกว่า แต่ครูม่อนมีวิธีเพิ่มเติมที่ช่วยให้อ่านแล้วเรียนภาษาได้เร็วขึ้น วิธีนี้คือการอ่านซ้ำค่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าน่าเบื่อนะคะ วิธีนี้คือให้เลือกหนังสือหรือบทความที่เราอ่านแล้วชอบมาอ่านซ้ำอีกรอบ แต่รอบนี้ขณะที่อ่านให้จดvocab, phrases หรือ ประโยคที่เราสนใจจะเรียนไว้ แล้วไปเปิดดิกหรือgoogleดูความหมายและpronunciation อยากให้ลองเปิดกว้างมากกว่าจดแค่คำศัพท์ ให้หัดดูรูปประโยคด้วย และดูว่าใช้ในกรณีไหนบ้าง ลองดูตัวอย่างของครูม่อนนะคะ อันนี้ครูม่อนเพิ่งเริ่มจดต้นเดือนนี้เอง (เพราะว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในระดับไหน ก็เรียนรู้ได้เสมอนะคะ)  กดเข้าไปเพื่อดูรูปขนาดเต็มได้ค่ะ อีกอย่างคือ อย่าไปจริงจังมากจนเครียดค่ะ อันนี้ครูม่อนเขียนแค่สิบห้านาทีต่อวันเท่านั้นเอง ไม่ได้รีบร้อนอะไร พอไปอ่านเล่มอื่นๆก็เห็นได้ชัดเลยว่าตัวเองจำคำศัพท์และรูปประโยคได้เร็วจริงๆ เพราะพอไปเจออีกในการอ่านหนังสือเรื่องอื่นๆ มันเป็นการตอกย้ำให้short-term กลายเป็น long-term memories ค่ะ ทำไมการตั้งใจจดคำศัพท์และรูปประโยคถึงทำให้เราสังเกตเห็นคำศัพท์ในหนังสือเล่มอื่นๆ? เป็นเพราะว่าปกติแล้วคนเรามีworking memory จำกัด เพราะฉะนั้นเราจะมี selective attention  คือ เราจะให้ความสนใจเฉพาะสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญหรือเป็นสิ่งที่เราตั้งใจมองหาเท่านั้น (ไม่งั้นสมองเราคงแย่นะคะถ้าต้องสนใจทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา) มีการทดลองที่มีชื่อเสียงมากในเรื่อง selective attention ลองดูนะคะ การอ่านก็เหมือนกับในการทดลองค่ะ เรามักจะไม่เห็นคำที่เราไม่รู้ ข้ามไปเลย ทำให้เราเสียโอกาสในการเรียนคำนั้น แต่ถ้าเราตั้งใจจดสักครั้งนึง หลังจากนั้นสมองเราจะสังเกตเห็นเวลาที่คำนี้โผล่ขึ้นมาอีก ทำให้เราจำได้มากขึ้นค่ะ

November 2017

Train you brain to read English. สร้างนิสัยการอ่าน

By |2017-11-18T04:17:55+07:00November 18th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

“We are what we repeatedly do. Excellence, then is not an act but a habit.” -Aristotle เพราะว่าคนเราคือสิ่งที่เราทำอยู่บ่อยๆ ดังนั้นความเป็นเลิศจึงไม่ใช่มาจากการกระทำครั้งเดียว แต่มาจากนิสัย    “Successful people aren’t born that way. They become successful by establishing the habit of doing things unsuccessful people don’t like to do.” ―William Makepeace Thackeray (British author) คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดมาประสบความสำเร็จเลย พวกเขาประสบความสำเร็จโดยสร้างนิสัยทำสิ่งที่คนที่ไม่ประสบความสำเร็จไม่ชอบทำ    ครูม่อนได้แนะนำเรื่องการอ่านเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ แต่ว่ามีหลายคนถามว่าถ้าเราไม่เคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเลย จะเริ่มต้นยังไง  อันนี้ครูม่อนเข้าใจนะคะ เพราะว่าแม้แต่ครูม่อนเอง

Read to Learn ตอน What to do when I read เวลาอ่านเพื่อเรียนภาษา ต้องทำยังไงบ้าง

By |2017-11-08T01:10:10+07:00November 8th, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

Read to Learn ตอน What to do when I read  อย่างแรกที่ต้องตระหนักไว้เลยคือว่า ถ้าขี้เกียจเรียนเพิ่ม ขี้เกียจเปิดศัพท์ ท่องศัพท์ ก็ไม่ต้องทำค่ะ อ่านอย่างเดียวยังดีกว่าไม่อ่านเลย อันนี้บอกตรงๆ เพราะตอนวัยรุ่น รู้สึกผิดมากอยู่ที่เวลาอ่านหนังสือแล้วไม่ได้จดศัพท์ บางทีก็ข้ามไปเลย ก็เรื่องกำลังเข้มข้นนะเนาะ เราก็ขี้เกียจเปิดศัพท์​ โตมาถึงเข้าใจว่า จริงๆก็อ่านไปเถอะค่ะ ถึงไม่ได้ตั้งใจเรียนศัพท์อะไร เราก็ได้ภาษาได้ศัพท์มาโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้ว ดีกว่าไม่อ่านเลย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่ขี้เกียจหรือไม่เหนื่อยเกินไป เรามาตั้งใจmaximizeสิ่งที่เราเรียนรู้จากการอ่านมันก็ดีค่ะ อย่างนึงที่เรียนรู้ได้ง่ายจากการอ่านก็คือ คำศัพท์​ Don’t Don’t look up every word อย่าเด็ดขาด ไม่มีใครทนได้หรอกค่ะ ถ้าเปิดศัพท์ที่ไม่รู้ทุกคำ ก็เลิกอ่านตั้งแต่ยังไม่จบหน้าหนึ่งนั่นแหละ ถ้าเราอยากจะรู้ศัพท์​ ก็เลือกเอาแต่อันที่สำคัญๆก่อน วิธีที่ครูม่อนใช้ก็คือ อ่านไปเลยค่ะ คำไหนไม่รู้ก็ข้ามไปก่อน พอเจอคำเดิม สักสามสี่รอบ ค่อยเปิดหาความหมาย  อันนี้เป็นcriteriaที่ง่าย คือ ถ้าคำไหนเจอบ่อย ก็คือสำคัญใช่ไหมคะ ก็เอาแค่คำพวกนี้ก่อนแหละ คำบางคำมันไม่ได้มีผลต่อการเข้าใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่

Read to Learn มาอ่านเพื่อเรียนภาษาอังกฤษกันเถอะ

By |2017-11-01T00:46:59+07:00November 1st, 2017|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , |

ครูม่อนเป็นคนที่เชื่อเรื่องการเรียนภาษาจากการอ่านมากๆเลยค่ะ จริงๆตัวเองก็เป็นนักอ่านอยู่แล้วทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ตอนเด็กๆก็อ่านแต่ภาษาไทยนะ กว่าจะได้มาเริ่มอ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็มอหกนู่นแน่ะ ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดีนะ แต่ก็ใช่ว่าถ้าเราอายุเกินวัยรุ่นแล้วจะเริ่มไม่ได้นะคะ เริ่มวันนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ “The best time to start is now.” ตอนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็ง เราจะเริ่มอ่านอะไรก่อนดี ที่ง่ายที่สุดก็คงเป็น Children’s books ค่ะ แต่ถ้าหนังสือเนื้อหามันง่ายไป เราก็จะเบื่อเนาะ ต้องรู้ว่า เวลาจะเลือกอ่านหนังสือเนี่ยมันมีสองอย่างที่เราต้องพิจารณา 1. Language level ระดับภาษา อันนี้แน่นอนคือถ้าภาษาอังกฤษเรายังไม่แข็งมาก ไปอ่านเชคสเปียร์ก็คงจะไม่ไหว ต้องเลือกให้เหมาะกับระดับของเรา 2. Content เนื้อหา บางคนอาจจะสงสัยว่าเนื้อหามันเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ ถ้าจะอ่านเพื่อเรียนภาษาก็ดูระดับภาษาก็พอ แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ว่าระดับภาษากับระดับเนื้อหามันไม่ตรงกัน เช่น หนังสือเด็ก Children’s books ก็จะมีเนื้อหาไม่ซับซ้อน ให้เหมาะกับเด็กๆ ให้เข้าใจง่าย หนังสือวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ เนื้อหาก็จะต้องซับซ้อนขึ้นใช่ไหมคะ วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ถึงจะสนใจอ่าน ทีนี้พอเราไปลองอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เราโตแล้วแต่ภาษาเราอาจจะยังไม่เท่ากับEnglish-native speakersที่อายุเท่ากัน ฉะนั้นถ้าเราเลือกหนังสือตามระดับภาษา บางทีมันก็จะไปตรงกับหนังสือเด็กที่เนื้อหาอาจจะง่ายหรือน่าเบื่อไปสำหรับเรา ฉะนั้นเวลาเลือกหนังสืออ่านก็ลองดูทั้งสองอย่างนะคะ ทั้งภาษาและเนื้อหา ค่อยๆ

February 2013

เทคนิคการเตรียมสอบreadingของโทเฟล (TOEFL)

By |2019-04-16T11:18:42+07:00February 5th, 2013|Categories: Featured, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า readingเป็นส่วนที่เราควบคุมได้มากที่สุดนะคะ เพราะว่าเราควบคุมเวลาตัวเอง แล้วเราก็แค่อ่านให้เข้าใจแล้วเลือกตอบ ไม่ต้องคิดเองว่าจะพูดหรือเขียนยังไง  แต่ว่าโทเฟล เขามักจะมีวิธีที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันยาก โดยการเอาคำยากๆมาใช้เยอะๆ ทำให้เราอ่านไม่รู้เรื่อง ยิ่งถ้าได้บทความที่อยู่นอกวงการตัวเองยิ่งไปกันใหญ่ อย่างถ้าครูม่อนได้เรื่องพวกประวัติศาสตร์อเมริกา ไม่ก็ศิลปะเนี่ยจะงงไปเลย แต่ถ้าเป็นชีววิทยาหรือเรื่องการแพทย์เนี่ย มันจะพอเดาๆได้เลยด้วยซ้ำ ครูม่อนคิดว่า เรื่องการอ่านต้องฝึกอ่านเยอะๆค่ะ ถ้าเรามีเวลาก็อ่านนิยาย อ่านหนังสือพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้ามันต้องสอบแล้ว ไม่มีเวลาแล้ว ก็เอาข้อสอบแนวโทเฟลมาลองอ่านดูเยอะๆค่ะ ของโทเฟลเวลาฝึกเราต้องจับเวลาด้วย คือดูว่า เราอ่านเร็วแล้วรู้เรื่องไหม  ถ้าคำแนะนำเฉพาะก็น่าจะอย่างนี้ค่ะ 1. อ่านให้ได้ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ควรให้เวลาในการอ่านนานหน่อยคือ อันแรกกับอันสุดท้าย ส่วนย่อหน้าอื่นก็ให้เน้นอ่านประโยคแรก ไม่ก็ประโยคสุดท้ายของย่อหน้านั้น แต่ถ้าอันไหนไม่เข้าใจก็ข้ามไปค่ะ อย่าไปเสียเวลา 2. พออ่านจบแล้ว อย่าเพิ่งดูคำถาม  ให้ถามตัวเองก่อนว่า นี่มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เพราะอะไร อย่างไร คนเขียนมุ่งหวังอะไร    เราจะได้พอรู้คร่าวๆว่าตัวเองเข้าใจหรือเปล่า ถ้าถามตัวเองแล้ว ยังมึนไม่รู้เรื่องเลย ก็ควรจะย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าแรกหรือย่อหน้าสุดท้ายที่เป็นใจความสำคัญดูอีกทีค่ะ 3. เวลาอ่านคำถามแล้ว อย่าเพิ่งดูchoiceนะคะ ให้เราคิดก่อนว่าเราจะตอบว่าอะไร แล้วค่อยไปดูchoice เพราะโดยปกติแล้วchoiceมันชอบหลอกค่ะ