study

December 2019

Facebook Live 19/11/2019 – “วิธีอ่านและวิเคราะห์รายงาน Understand and analyze research reports”

By |2019-12-04T11:30:20+07:00December 4th, 2019|Categories: Facebook Live Rerun|Tags: , , , |

https://youtu.be/MKypl-P2G24 Author: Dr Natpat Chanjavanakul Date: 19 November 2019 การอ่าน report และเอามาเขียนตอบเวลาทำข้อสอบหรือเขียนธีสิสเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ วิดีโอนี้ครูจะลองยกตัวอย่าง อธิบายว่าควรอ่านอย่างไรให้เข้าใจลึกซึ้งและเอาไปใช้ได้ ใครที่ต้องอ่าน report หรือ paper ยาวๆ วิดีโอนี้น่าจะเป็นประโยชน์มากค่ะ สำหรับคราวนี้ครูลองใช้รายงาน English First - English Proficiency Index (EF - EPI) มาอ่านและวิเคราะห์ให้ดูนะคะ ลองดูว่าครูมีกระบวนการคิด และตัวอย่างในการอ่านเนื้อหายาวๆ และมีเนื้อหาเยอะๆ อย่างไรบ้าง *****

November 2019

เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้เราอ่านเร็วขึ้น

By |2019-11-28T04:25:18+07:00November 28th, 2019|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ, เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้เราประหยัดเวลาอ่าน reading ใครที่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ ปริญญาตรีหรือเอก ก็จะรู้ว่าจะมีอะไรที่ต้องอ่านเยอะมาก ทั้งtexbooks ทั้งบทความ journal  บางวิชาก็จะให้listมาเลยว่าแต่ละอาทิตย์ต้องอ่านอะไรบ้าง ครั้งแรกที่ครูม่อนไปเรียนที่อเมริกา ตอนนั้นเรียนปริญญาโทที่ฮาร์วาร์ด ช็อกมากว่าทำไมแต่ละอาทิตย์ต้องอ่านเยอะขนาดนั้น วิชาละ 100 กว่าหน้าอย่างต่ำ แล้วเราเรียน 4 วิชา! ตอนที่เรียนหมอ จุฬา ก็ต้องอ่านเยอะนะ แต่รู้สึกว่าไม่เหมือนกัน เพราะตอนเรียนหมอนั้นมันต้องจำหมดอยู่แล้วแถมยังอ่านภาษาไทย แต่ตอนเรียนปริญญาโทนี่ บทความบางอัน แค่อาจยังไม่เข้าใจเลย จะให้จำอย่างไรไหว เรียกว่าน้ำตาตกกันเลยทีเดียว โชคดีว่า เราไปเข้า workshop ที่สอนเรื่องการอ่านการเขียนในมหาวิทยาลัย เขาบอกเทคนิคซึ่งครูใช้แล้วได้ผลดีมาก   ก่อนอ่านอะไรก็ตาม ให้เขียนไว้หน้าแรกว่า  "เป้าหมายของการอ่านอันนี้คืออะไร" พออ่านจบแล้วก็ตอบคำถามที่เราเขียนไว้   ไม่น่าเชื่อว่าทำแค่นี้แล้วจะได้ผลมาก ประหยัดเวลาได้เยอะ แถมยังเข้าใจดีกว่าอ่านไปทีละประโยคแบบเดิมอีกด้วย  ที่วิธีนี้ได้ผลก็เพราะสมองคนเรานั้นจะมองหาสิ่งที่ fresh in mind  คือ สิ่งที่เราเพิ่งคิดถึง เช่น เคยเป็นไหมคะ เวลาที่เราตัดสินใจจะซื้อของ อาจจะเป็นรถ เสื้อผ้า กระเป๋า พอเราตั้งใจว่าอยากซื้อรุ่นนี้นะ

อ่านอย่างไรถึงจะเขียนเก่ง?

By |2019-11-25T07:04:14+07:00November 25th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ใครบ้างที่คิดว่าอ่านเยอะๆแล้วทำให้ภาษาดีขึ้น ทำให้เขียนได้เก่งขึ้น? ครูม่อนคิดว่าทุกๆคนก็คงรู้ และเชื่อแบบนี้ ซึ่งมันก็จริงค่ะ ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไร การใช้ภาษานั้นทำให้ภาษาดีขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการเขียนนั้น แน่นอนว่าอย่างน้อยก็ต้องอ่านเป็นบ้าง ถึงจะเขียนดีขึ้น วันนี้ครูจะพูดถึงสองเรื่องด้วยกัน  การอ่านนิยายเพื่อเรียนภาษาและพัฒนาการเขียน สิ่งที่ควรรู้ไว้สำหรับการปรับใช้ให้เข้ากับงานเขียนของเราเอง   เรื่องแรก คือ อ่าน fiction (นิยาย)  เพื่อเรียนภาษาและพัฒนาการเขียน เมื่อก่อนครูเป็นคนที่เลือกจะอ่านแต่ non-fiction (งานเขียนจากเรื่องจริง้ฟะ รวมถึงความรู้ต่างๆ) เท่านั้น ตอนนั้นช่วงเรียนที่จุฬา คิดว่าอยากจะอ่านหาความรู้ให้เยอะๆ และให้เก่งภาษาอังกฤษด้วย  คิดว่าความรู้ก็ต้องมาจาก non-fiction เท่านั้น ถ้าอ่าน fiction จะเสียเวลาช่วงนั้นก็พูดจริงๆว่าอ่านไปเยอะมาก ได้ความรู้เยอะมาก ตอนนั้นอ่านเรื่อง จิตวิทยา เรื่อง การฝึกสมอง เรื่องวิทยาศาสตร์ เพิ่งมารู้สึกตอนที่เรียนปริญญาเอกว่า อ่าน non-fiction เนี่ยมันก็น่าเบื่อนะ คือตอนเรียนเอกมันต้องอ่านเยอะไง อ่านเยอะจนเบื่อ เลยหันไปอ่านนิยายบ้าง ถึงได้รู้ว่าอ่านนิยายเนี่ยแหละก็ได้ภาษาเยอะ แล้วไม่ใช่ได้แต่ภาษานะ ยังได้เข้าใจความคิดเห็นความรู้สึกของคนอื่นด้วย  งานวิจัยมีบอกว่า คนที่อ่านนิยายจะมี emphathy เพิ่มขึ้น เพราะว่าได้หัดคิดได้เห็นความรู้สึกของคนอื่น (other point

จะตั้งเป้าหมายให้ดี ต้องมีทั้ง outcome และ action

By |2019-11-05T06:37:19+07:00November 5th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน|Tags: , , , |

เป้าหมายสามารถตั้งได้สองแบบด้วยกัน Outcome goals คือ ผลลัพธ์ที่อยากได้ Action goals คือ การกระทำของเรา ปกติแล้วเรามักจะตั้งเป้าหมายกันโดยเน้น outcome goals คือว่าอยากได้อะไร หลายๆคนคงจะเคยเรียนมาว่าให้ตั้งเป้าหมายแบบ SMART (specific, measurable, achievable, relevant, and time-based) เช่น สอบ TOEFL เดือนหน้าให้ได้ 100 คะแนนขึ้นไป เทอมหน้าให้ได้เกรด 3.50 ขึ้นไป ซึ่งเป้าหมายแบบนี้ก็ดีแต่ว่ามันมีปัจจัยอื่นๆที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น  วันสอบเราอาจจะป่วย หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สอบให้เสียงฟังไม่ชัด  อาจารย์ไม่ชอบเรื่องที่เราเขียนโดยไม่มีเหตุผล หรือ ข้อสอบออกไม่ตรงกับที่เราอ่าน  ถ้าเราตั้งแต่outcome goals เราก็จะผิดหวังหมดกำลังใจได้ว่าเราพยายามแล้ว ทำไมไม่ต้องอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ฉะนั้นจะให้ดี ลองตั้ง action goals ด้วย คือ เป้าหมายของการกระทำของเราเอง ซึ่งก็ใช้หลัก SMART ได้เหมือนกัน เช่น เพื่อเตรียมสอบ TOEFL ฉันจะทำแบบฝึกหัดวันละ 

September 2019

Done is better than perfect

By |2019-09-25T18:37:25+07:00September 25th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , |

สิ่งหนึ่งที่ครูเรียนรู้ก็คือ Done is better than perfect ซึ่งแปลว่า ทำอะไรให้เสร็จดีกว่ารอให้perfectแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ซึ่งจริงๆก็ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตนะคะ แต่วันนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องwriting ล่ะกัน ตอนเรียนปริญญาเอกเนี่ยมีงานเขียนเยอะมาก ปกติครูก็เป็นคนประเภทว่าเวลาทำอะไรก็อยากทำให้ดีเนาะ คือ ถ้าเราคิดว่าไม่ยังไม่ดีก็ไม่กล้าส่ง แต่ว่าพองานมันเยอะๆเข้าก็มัวแต่รอแก้มันก็ไม่ทัน ก็เครียดนะ รู้สึกว่าทำไม่ได้  ทำไม่ทัน รู้สึกว่าเราคงจะเรียนไม่ได้แน่ๆ แต่ก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์จากเพื่อนๆด้วยกันว่า งานเขียนเนี่ยมันแก้ได้ตลอดแหละ ไม่ว่าจะแก้มาแล้วกี่สิบรอบ พอเอาไปให้อาจารย์อ่าน เขาก็ยังมีcommentมาอีกจนได้ เพราะว่า writing มันไม่เหมือนข้อสอบ มันไม่ได้มีคำตอบเดียว มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ฉะนั้นวิธีที่จะเอาตัวรอดได้ก็คือ ต้องยึดคถาที่ว่า Done is better than perfect คือ ก็แก้ให้ดีในระดับหนึ่ง ในระดับที่ good enough สำหรับเป้าหมายของโปรเจคนี้ เพราะว่า there is no such thing as perfection ความเพอร์เฟคมันไม่มีอยู่จริง ถ้ารอให้เพอร์เฟคมันก็ไม่เสร็จสักที จริงไหมคะ?

June 2019

Verb Tense Consistency เลือกใช้ tenseใน academic writingให้ถูกต้อง

By |2019-06-15T05:03:06+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ปกติเวลาเราเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ เราก็จะฝึกการใช้tenseตามเวลา ว่า อดืต ปัจจุบัน หรืออนาคต สำหรับacademic writing ก็จะคล้ายๆกัน ตามนี้ค่ะ Present Tense ใช้สำหรับ • Introducing a topic with a general statement การเริ่มแนะนำtopicด้วยประโยคกว้างๆ • Making statements about what is currently true การเขียนถึงประโยคที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นจริงเสมอ Past Tense ใช้สำหรับ • Reporting another’s completed research การรายงานงานวิจัยหรืองานเขียนคนอื่นที่ทำเสร็จแล้ว • Describing completed methods and data การอธิบายวิธีและข้อมูลงานวิจัยที่ทำเสร็จแล้ว Present Perfect Tenseใช้สำหรับ • Describing a past situation

เลือกใช้คำที่ specific

By |2019-06-15T05:03:43+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic writing หรือ เขียนเชิงวิชาการต้องใช้คำที่specificเฉพาะเจาะจง เพื่อให้คนอ่านไม่งง เพราะว่างานเขียนวิชาการจะซับซ้อนเข้าใจยากกว่าการพูดเขียนในชีวิตประจำวัน ถ้าเราไม่ใช้คำที่specificพอ คนอ่านจะงงได้ง่ายมาก ข้อแนะนำการเลือกใช้คำที่specific เลี่ยงใช้คำคลุมเครือ เช่น thing หรือ get ใช้thesaurusช่วยในการหาคำที่specifcกว่ามาใช้แทน แต่ต้องระวังว่าเวลาเลือกคำมาแทนต้องเช็คกับdictionaryอีกทีว่าความหมายของคำที่เราจะเอามาใช้แทนนั้นตรงกับความหมายที่เราจะสื่อหรือเปล่า ตัวอย่าง พอเราเปิดthesaurusก็จะเห็นว่าเราสามารถเลือกใช้คำทางด้านขวามือมาแทนคำทางซ้ายมือได้ Give --> donate, provide, offer Thing --> element, factor, entity Make --> compose, formulate, create Nice --> kind, pleasant, enjoyable Let --> allow, enable, permit แล้วเราจะเลือกคำไหน? ก็ให้ดูexact meaningที่เราต้องการจะสื่อ ถ้าไม่แน่ใจให้เช็ค dictionary The result will depend on a number

Articles (a, an, the) ใช้ยังไงใน academic writing ?

By |2019-06-15T04:49:31+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

การใช้ articles (a, an, the) เนี่ยเป็นอะไรที่ยากสำหรับคนไทยมากๆ คนเรียนอยู่เมืองนอกหลายปีแล้วยังใช้ไม่ถูกตลอดเวลา ครูม่อนเองก็ยังต้องกลับมาเช็คก่อนส่งงานเขียนเพราะเป็นอะไรที่จะหลุดmistakesไปได้ง่ายมากๆ จะไม่มาสอนกฏกันอีกรอบในโพสต์นี้นะคะ เพราะไปเปิดกันในหนังสือแกรมมาก็จะมีกันอยู่แล้ว วันนี้จะมาเสนอ hack ที่ใช้กันที่มหาวิทยาลัยที่อเมริกา ก็คือ article usage flowchart ง่ายๆเลยคือก็ไล่ไปตามflowchartมันก็จะบอกว่าเราต้องใช้อะไร                 ถ้าใช้ตามนี้แล้วมักจะถูกประมาณ  80-90%  ที่ไม่ถูกหมดเพราะว่ามันก็มีข้อยกเว้น และภาษาก็มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ เราต้องดู contexts ด้วยค่ะ Image source: The Writing Center, University of North Carolina at Chapel Hill