study

June 2019

Verb Tense Consistency เลือกใช้ tenseใน academic writingให้ถูกต้อง

By |2019-06-15T05:03:06+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ปกติเวลาเราเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ เราก็จะฝึกการใช้tenseตามเวลา ว่า อดืต ปัจจุบัน หรืออนาคต สำหรับacademic writing ก็จะคล้ายๆกัน ตามนี้ค่ะ Present Tense ใช้สำหรับ • Introducing a topic with a general statement การเริ่มแนะนำtopicด้วยประโยคกว้างๆ • Making statements about what is currently true การเขียนถึงประโยคที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นจริงเสมอ Past Tense ใช้สำหรับ • Reporting another’s completed research การรายงานงานวิจัยหรืองานเขียนคนอื่นที่ทำเสร็จแล้ว • Describing completed methods and data การอธิบายวิธีและข้อมูลงานวิจัยที่ทำเสร็จแล้ว Present Perfect Tenseใช้สำหรับ • Describing a past situation

เลือกใช้คำที่ specific

By |2019-06-15T05:03:43+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic writing หรือ เขียนเชิงวิชาการต้องใช้คำที่specificเฉพาะเจาะจง เพื่อให้คนอ่านไม่งง เพราะว่างานเขียนวิชาการจะซับซ้อนเข้าใจยากกว่าการพูดเขียนในชีวิตประจำวัน ถ้าเราไม่ใช้คำที่specificพอ คนอ่านจะงงได้ง่ายมาก ข้อแนะนำการเลือกใช้คำที่specific เลี่ยงใช้คำคลุมเครือ เช่น thing หรือ get ใช้thesaurusช่วยในการหาคำที่specifcกว่ามาใช้แทน แต่ต้องระวังว่าเวลาเลือกคำมาแทนต้องเช็คกับdictionaryอีกทีว่าความหมายของคำที่เราจะเอามาใช้แทนนั้นตรงกับความหมายที่เราจะสื่อหรือเปล่า ตัวอย่าง พอเราเปิดthesaurusก็จะเห็นว่าเราสามารถเลือกใช้คำทางด้านขวามือมาแทนคำทางซ้ายมือได้ Give --> donate, provide, offer Thing --> element, factor, entity Make --> compose, formulate, create Nice --> kind, pleasant, enjoyable Let --> allow, enable, permit แล้วเราจะเลือกคำไหน? ก็ให้ดูexact meaningที่เราต้องการจะสื่อ ถ้าไม่แน่ใจให้เช็ค dictionary The result will depend on a number

Articles (a, an, the) ใช้ยังไงใน academic writing ?

By |2019-06-15T04:49:31+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

การใช้ articles (a, an, the) เนี่ยเป็นอะไรที่ยากสำหรับคนไทยมากๆ คนเรียนอยู่เมืองนอกหลายปีแล้วยังใช้ไม่ถูกตลอดเวลา ครูม่อนเองก็ยังต้องกลับมาเช็คก่อนส่งงานเขียนเพราะเป็นอะไรที่จะหลุดmistakesไปได้ง่ายมากๆ จะไม่มาสอนกฏกันอีกรอบในโพสต์นี้นะคะ เพราะไปเปิดกันในหนังสือแกรมมาก็จะมีกันอยู่แล้ว วันนี้จะมาเสนอ hack ที่ใช้กันที่มหาวิทยาลัยที่อเมริกา ก็คือ article usage flowchart ง่ายๆเลยคือก็ไล่ไปตามflowchartมันก็จะบอกว่าเราต้องใช้อะไร                 ถ้าใช้ตามนี้แล้วมักจะถูกประมาณ  80-90%  ที่ไม่ถูกหมดเพราะว่ามันก็มีข้อยกเว้น และภาษาก็มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ เราต้องดู contexts ด้วยค่ะ Image source: The Writing Center, University of North Carolina at Chapel Hill

April 2019

ในการเขียนเชิงวิชาการ (academic writing) เราใช้การย่อ (abbreviation) อย่างไร?

By |2019-04-26T02:43:36+07:00April 26th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

ในการเขียนเชิงวิชาการ (academic writing) เราใช้การย่อ (abbreviation) อย่างไร? Abbreviation คือ การย่อให้คำหรือวลี(phrase)สั้นลง ยกตัวอย่างเช่น Professor --> Prof.,  Doctor —> Dr. การย่อนั้นยังมีอีกสองแบบย่อยด้วยกัน Contraction หรือ การย่อ do—> don’t, cannot—>can’t, will not—>won’t ในกรณีไหนบ้างที่เหมาะกับการใช้contraction  ในการเขียนเชิงวิชาการ? คำตอบคือ ไม่มีค่ะ เขียนเชิงวิชาการถือเป็นการเขียนแบบทางการ เราจะไม่ใช้การย่อเลย ให้เขียนตัวเต็มให้หมด Acronyms  หรือ ตัวย่อที่เอาตัวอักษรแรกของหลายๆคำมาทำให้เป็นคำใหม่ เช่น ASEAN ย่อมาจาก Association of Southeast Asian Nations เราใช้acronymsในการเขียนเชิงวิชาการได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ แต่มีข้อแนะนำคือ 1. เวลาที่เราจะเอ่ยถึงตัวย่อครั้งแรก เราจะต้องใช้ตัวเต็มแล้วใส่ตัวย่อไว้ในวงเล็บ เช่น ในessay เวลาเราพูดถึงASEAN ครั้งแรก ให้เราใช้เขียน

ภาษาวิชาการ Academic Writing: Formal VS Informal

By |2019-04-23T03:24:27+07:00April 23rd, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

อาทิตย์นี้ครูม่อนจะคุยเรื่อง academic writing style (เขียนเชิงวิชาการ) นะคะ ซึ่งอันนี้มันใช้ในการสอบต่างๆเช่น โทเฟล (TOEF) หรือ GRE ด้วย คือ ในการสอบวัดระดับภาษาสำหรับการเรียนต่อต่างๆ เรื่องหนึ่งก็คือ formal language คือ academic writing จะเป็นทางการกว่าภาษาพูด ซึ่งหลักการนี้ก็น่าจะรู้ๆกันอยู่แล้ว แต่อุปสรรคคือบางทีเราไม่รู้ว่าภาษาที่เราใช้อันไหนมันไม่เป็นทางการ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะว่าเราไม่ได้ใช้ภาษาวิชาการทุกวัน เราเรียนภาษาอังกฤษจากหนัง ทีวี เพลง หรือบทความทางอินเตอร์เนท มันก็ไม่แปลกที่เราจะไม่รู้ว่าแบบไหนที่ไม่เป็นทางการพอสำหรับacademic writing ลองดูตัวอย่างง่ายๆ Gonna -->  going to Kind of, sort of -->  rather, to some extent Really —> extremely, immensely, tremendously อันนี้ต้องแล้วแต่ความหมายที่เราตั้งใจจะใช้ตอนแรกด้วยเพราะว่า really  ใช้ได้หลายกรณี Get (something

อธิบายขนาดของผลลัพธ์ adj.+ effect

By |2019-04-09T05:34:56+07:00April 9th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

เวลาเขียนรายงานเรามักจะต้องสรุปผลว่าการทดลองนั้นมีผลมากน้อยแค่ไหน มาดูกันว่าเราใช้ adjective อะไรได้บ้าง n. effect  ผลลัพธ์ significant considerable substantial notable sizable คำเหล่านี้พอเอามาขยายeffect หมายถึงว่ามีผลเยอะพอสมควร เราจะทำเป็นประโยคก็ได้ The effect is significant/considerable/substantial/notable/sizable. ที่เราต้องใช้คำพวกนี้เพราะว่าบางทีตัวเหตุมันส่งให้มีผลก็จริง แต่ผลอาจจะน้อยมากๆจนไม่มีความหมาย เราถึงต้องอธิบายให้ชัดว่าผลที่เราพูดถึงนี้มันเยอะพอสมควรนะ Significant จะเจอบ่อยมาก เวลาเขียนต้องระวังตรงที่บางสาขาวิชาจะใช้คำนี้เมื่อผลสถิติออกมา significant Considerable จำง่ายๆว่า ก็ผลเยอะขนาดต้องมาconsider Substantial  จำว่า substance คือ สสาร  จะเป็นสสารได้ก็ต้องมีผลเยอะ Notable จำว่า note ก็คือจด  -ableก็แปลว่า น่าจำได้  สิ่งที่น่าจำได้ก็ต้องมีผลเยอะ Sizable  จำว่า size คือขนาด  -able ก็ขนาดใหญ่มีผลเยอะ Q:เพื่อนๆคิดว่ามีคำไหนที่เราเอามาใช้ขยาย effect ได้อีกบ้างคะ   #learnenglish #learnenglishonline #academicwriting

เรียนฟรี คอร์สเตรียม Academic writing สำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

By |2019-04-16T11:13:35+07:00April 2nd, 2019|Categories: Featured, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

มินิคอร์สอันนี้ตั้งใจให้คนที่อยากไปเรียนต่อปริญญาโทปริญญาเอกที่ต่างประเทศ หรือโปรแกรมอินเตอร์ในประเทศไทย จะไปเรียนต่อทั้งทีอย่าให้ภาษามาเป็นอุปสรรคเลยดีกว่าค่ะ คนที่ตั้งใจจะเรียนต่อดีกรีที่เป็นภาษาอังกฤษคงรู้อยู่แล้วว่าจะมีงานเขียนเยอะมาก ถ้าจะเรียนให้จบให้ได้เกรดดีๆ ต้องเขียนให้ดี แต่ว่าเรียนแค่ภาษาอย่างเดียวมันไม่พอ แค่สอบโทเฟล IELTS ผ่านมันไม่พอ ต้องรู้ให้มากกว่านั้น มินิคอร์สนี้จะให้ความรู้จากวงในจากคนที่ผ่านมาแล้ว เป็นความรู้ที่สำคัญแต่ไม่ค่อยมีใครสอน พอไปเรียนถึงได้รู้ว่ามันสำคัญมาก ผู้เรียนคอร์สนี้จะได้ความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศ เรื่องภาษาอะไรที่เราต้องเตรียมตัว จะเรียนแข่งกับเจ้าของภาษาได้ยังไง และเคล็ดลับอื่นๆที่จะช่วยให้เรียนจบได้โดยไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเอง ถ้าสนใจ คลิกแล้วเรียนได้เลยค่ะ Enroll for free

May 2018

ใช้obsessionมาช่วยให้เก่งอังกฤษ

By |2019-04-16T11:41:56+07:00May 24th, 2018|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

คำว่า  obsession (n) นั้นมักจะมีความหมายไปในทางลบ  มักจะหมายถึงการหมกมุ่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป  ทางการแพทย์มีโรค obsessive compulsive disorder หรือที่รู้จักกันว่า OCD ซึ่งก็คือการที่คิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปจนควบคุมความคิดนั้นไม่ได้ ทำให้ส่งผลต่อการกระทำด้วย แต่ถ้าobsession ในขนาดที่พอดีๆ ไม่กระทบต่อด้านอื่นๆของชีวิต (ครูม่อนขอเรียกว่า healthy obsession) ครูม่อนเห็นจากคนที่เรียนภาษาหลายๆคนว่ามันมีประโยชน์เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ครูม่อนมีเพื่อนที่ชอบละครและดาราไต้หวันมากๆ จนเป็นแรงผลักดันให้เรียนภาษาจีน จนตอนนี้เก่งคล่องไปเลย  อีกคนชอบอาหารฝรั่งเศสมากๆ จนไปเรียนภาษาฝรั่งเศสเพื่อไปเรียนทำอาหารที่ฝรั่งเศส ในงานวิจัยปริญญาเอกของครูม่อนเอง ครูม่อนทำการสัมภาษณ์นักเรียนมอปลายที่เมืองไทยมากกว่า 40 คน  ครูม่อนพบว่าหลายๆคนที่เก่งภาษาอังกฤษนั้นใช้healthy obsession ให้เป็นประโยชน์ เช่น น้องวิวชอบซีรีส์ภาษาอังกฤษเรื่องนึงมากๆ ทำให้สนใจดาราเรื่องนั้นไปด้วย ทำให้ดูซีรีส์หลายๆรอบ หาข้อมูลติดตามซีรีส์เกือบทุกวัน ติดต่อกับแฟนคลับต่างประเทศ ทำให้เก่งทั้งreading, writing   อีกคนคือน้องแก้ว ชอบเรื่องกล้องถ่ายรูปมากๆ ทำให้คอยติดตามกล้องที่ออกมาใหม่ๆ เฝ้าตามอ่าน review หรือดูYouTube แล้วก็มีนักเรียนผู้ชายหลายๆคนที่ติดเกมส์มากๆ เล่นทุกวัน แต่ไม่ได้แค่เล่นอย่างเดียว คืออย่างเล่นเก่งก็เลยต้องไปอ่านหาข้อมูลเพิ่มเติม ตามดูว่าคนต่างประเทศเล่นยังไง เข้าไปคุยไปถามในwebboard ซึ่งก็ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด