fbpx

Law of diminishing returns in writing

Share This Post

Share on email
Share on facebook
Share on twitter

Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน)

Editor: อธิกฤต ชาญเชาวน์กุล (โดม)

Date: 26 กันยายน 2562

จากคราวที่แล้วที่โพสต์ไปว่า pitfall อันนึงที่เรามักจะเจอบ่อยคือ การแก้งานเขียนเยอะเกินไปคือคิดว่าต้องเพอร์เฟคก็เลยแก้แล้วแก้อีกซึ่งนอกจากจะทำให้เครียดแล้ว ยังทำให้ miss deadline ส่งงานไม่ทันอีกด้วย

ปรากฏการณ์นี้คือ law of diminishing returns ซึ่งบอกว่า มันจะมีช่วงหนึ่งที่จะเป็น most productive คือ งานที่เราทำ ทั้งเวลาทั้งความพยายาม มันจะให้ผลลัพธ์เยอะ แต่สักพักนึงจะเป็นช่วง diminishing returns คือ งานที่ทำเพิ่มไปจะได้ผลดีขึ้นไม่เยอะเหมือนในช่วงแรก

ยกตัวอย่างเช่น ตอนแก้จากร่างที่หนึ่งไปร่างที่สอง งานเขียนเราอาจจะดีขึ้น 80%  พอสองไปสามอาจจะดีขึ้น 60% แต่พอแก้ครั้งที่ยี่สิบมันอาจจะดีขึ้นแค่ 2% ซึ่งก็ไม่คุ้มกับเวลาที่เราจะไปแก้อีก

ฉะนั้นมันก็อยู่ที่เราต้องดูด้วยว่า งานเขียนของเราตอนนี้ดีพอหรือยัง ถ้าเราแก้อีก มันจะคุ้มเวลาหรือไม่ ซึ่งก็เป็นอะไรที่บอกยาก ต้องใช้ประสบการณ์ ซึ่งถ้าใครที่ยังเพิ่งเริ่มเขียนเยอะๆ ก็อาศัยคนที่เขาทำมาก่อนให้เขาช่วยบอกให้ก็จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ

More To Explore

Academic Writing

สรุปเนื้อหาจาก Workshop 20 ธ.ค. 2563 “Say What You Really Mean – วิธีเลือกคำให้ถูกต้องตรงใจแบบไม่ต้องท่อง”

           สวัสดีค่ะ วันนี้ครูม่อนอยากมาแนะนำเทคนิคดีๆ 3 ข้อ เพื่อช่วยให้นักเรียนเลือกคำมาใช้ในบทความหรืองานเขียนเชิงวิชาการได้ดีขึ้น

Featured

อย่าเพิ่งส่ง Statement Of Purpose ถ้ายังไม่ได้แก้ 4 อย่างนี้

ก่อนจะได้เรียนต่อในที่ที่เราฝัน ก็ต้องสมัครให้ติดก่อน Statement of Purpose หรือ Personal Statement เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนกลัวกันมาก ซึ่งก็ไม่แปลกเลยเพราะการเขียน