เลือกคณะ

October 2012

เรียนคำศัพท์จากประสบการณ์เรียนนอก – Feedback

By |2012-10-05T19:47:37+07:00October 5th, 2012|Categories: บทเรียนชีวิตจากฮาร์วาร์ด, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

จะเลือกวิชาไหน ดูfeedbackจากนักเรียนรุ่นก่อนๆได้   เนื่องจากว่าที่นี่ค่าเรียนค่อนข้างแพง แต่ละคนเลยเลือกกันน่าดูว่าจะเรียนวิชาไหน (กลัวไม่คุ้ม) ดีที่เราสามารถเข้าไปดู feedback ของนักเรียนที่เคยเรียนวิชานี้มาก่อน feed คือ ให้(กิน) backคือกลับ รวมกันก็คือ การป้อนกลับเข้าไป  ในกรณีก็คือให้นักเรียนเขียนความคิดเห็นที่มีต่อวิชานั้นๆและอาจารย์คนนั้นๆ นั่นเอง Feedbackที่ให้นักเรียนเขียนของที่นี่ละเอียดมากๆ ถามทุกอย่าง ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้เราได้รู้ก่อนว่าอาจารย์คนนี้ดุไหม งานเยอะไหม สอนรู้เรื่องไหม ช่วยในการตัดสินใจได้ดีมากๆเลย ในทางกลับกัน มันก็มีผลทำให้อาจารย์ต้องคอยปรับปรุงตัวเองด้วยเหมือนกันนะ แต่ละปีก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามfeedbackที่ได้จากนักเรียน

February 2012

จะซิ่วหรือไม่ซิ่วดี?

By |2012-02-15T12:27:12+07:00February 15th, 2012|Categories: บทเรียนชีวิตจากฮาร์วาร์ด, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , , , , , , |

ถ้าใครจะซิ่วหรือจะเปลี่ยนสาขาการเรียน เรามักจะคิดกันไม่ตกว่าจะซิ่วดีไม่ดี เราจะตัดสินใจอย่างไรดี ครูม่อนมีหลักการที่ได้จากประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกค่ะ ครูม่อนลาออกจากหมอแล้วไปเรียนต่อศึกษาศาสตร์ จากประสบการณ์แล้วต้องถามตัวเองค่ะว่าเป็นคนแบบไหน เป็นประเภท high achiever คือมีความทะเยอทะยานสูง ทำอะไรต้องทำให้เลิศ หรือว่าเป็นคนแบบสบายๆ ชอบทำอะไรที่สบายๆที่ตัวเองชอบๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศก็ได้ ถ้าเป็นอย่างแรก (ซึ่งตัวเราเองเป็น-ซึ่งในบางเวลาก็ไม่ใช่ลักษณะที่ดีเท่าไหร่) การเรียนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ จะทำให้ไปเรียนต่อลำบาก เพราะมหาวิทยาลัยดังๆ เช่น ฮาร์วาร์ด เขาไม่ได้ดูเกรดอย่างเดียว แต่ดูว่าเราได้ที่เท่าไหร่ของคณะ ถึงแม้จะเรียนคณะที่ไม่ได้ดังหรือเด่นมากนัก แต่ถ้าเราเป็นที่หนึ่ง เขาก็จะพิจารณาเราค่ะ แม้แต่เพื่อนเราที่จบหมอแล้วไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาก็ดูว่าจบเป็นที่เท่าไหร่ของคณะ ถ้าไม่ใช่ระดับท็อปของชั้นก็ค่อนข้างลำบากค่ะ ต้องได้คะแนนสูงมากๆ หรือมีประสบการณ์อย่างอื่น แต่ถ้าเราคิดว่าเราไม่ได้ต้องการเป็นเลิศ หรือพยายามอะไรมากนัก แค่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การเรียนอะไรที่หางานง่ายหน่อยก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ถ้าคิดว่าไม่ทรมานเกินไป คิดว่าเรียนได้ การเรียนกฏหมายก็ค่อนข้างเป็นอะไรที่ดี แม้ว่าจะไปทำานอย่างอื่นก็ถือเป็นพื้นฐานที่ดี อย่างตอนที่เราไปเรียนศึกษาศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด ก็เป็นเรื่องดีมากๆที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก่อน เพราะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น แล้วสามารถมองอะไรได้จากมุมใหม่ๆ ก็ลองคิดดูนะคะว่าตัวเราเป็นแบบไหน แล้วทำแบบไหนเราจะมีความสุขมากกว่าค่ะ ------------------------- อยากอ่านบทความแนวไหนในเวปครูม่อนดอทคอม? ครูม่อนสังเกตเห็นว่าในบล็อคมีคนอ่านเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษเยอะมาก ครูม่อนก็อยากเขียนให้อ่านกันอีก แต่ไม่่แน่ใจว่า ผู้อ่านอยากอ่านแนวไหนกันแน่ อยากได้เป็นวิธีการเรียน หรืออยากได้เป็นเนื้อหาเป็นตอนๆไป หรือว่าอยากได้การเตรียมตัวสอบต่างๆ ใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็คอมเมนต์ได้เลยนะคะ

May 2011

ประสบการณ์ คือ ไฟส่องให้เราเข้าใจชีวิตที่ผ่านมา

By |2012-10-01T16:34:02+07:00May 17th, 2011|Categories: Food for Thoughts, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

การจะรู้ว่าเราจะเรียนอะไร ชอบอะไร อยากทำอะไร คงไม่ใช่ว่าอยู่ๆก็จะตัดสินใจขึ้นมาได้ หรือว่าจะให้คนอื่นมาชี้นิ้วบอก ไม่ว่าพ่อแม่ ครูอาจารย์ ก็ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีกว่าเราเอง แต่ว่าเราเองก็มักจะบอกตัวเองว่า เราไม่รู้จักตัวเองดีพอ อยากให้คนอื่นมาบอกเราว่าทำอย่างไรถึงจะดีที่สุด ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้หรอก แต่เป็นเพราะว่า เราไม่อยากตัดสินใจ เรากลัวผิด เราจึงโยนให้คนอื่นตัดสินใจ เพราะถ้าผิดแล้ว เราก็จะได้โทษเขาได้ หรือไม่ก็เราจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบทีหลังเวลาชีวิตเรามันไม่รุ่งอย่างที่ควรจะเป็น การที่จะเลือกทำสิ่งที่เราอยากทำจริงๆเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่หวังไหม ถ้าเกิดเราเลือกแล้วมันไม่เป็นอย่างที่หวังล่ะ เราต้องรับผิดเต็มๆเลยนะ? ไปโทษใครไม่ได้….. แต่ถามจริงๆเถอะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วจะทำไมเหรอ? ชีวิตมันก็มีอยู่แค่นี้แหละ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ พยามให้ถึงที่สุด ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย  ถ้าเลือกผิดแล้วจะเป็นอย่างไรเหรอ เราก็เลือกให้ดีที่สุด เท่าที่เราคิดพิจารณาในวันนี้ เอาสิ่งที่มีในวันนี้มาคิด เท่าที่เรารู้แล้วตัดสินใจ ประสบการณ์จะเป็นตัวตัดสินเอง มันไม่มีผิดถูกหรอก ถ้าทางที่เราเดินทำให้เรารู้ว่าทางนี้คือทางที่ไม่ใช่ มันก็คือประสบการณ์ดีๆที่ทำให้เรารู้ว่าทางไหนไม่ใช่ ฉะนั้นสิ่งที่เราเลือกมาก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด ถ้าทางที่เราเดินมาเราชอบเราก็จะได้เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีถูกไม่มีผิด  ประสบการณ์จะทำให้เราเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นเอง

ตอบปัญหา ทุกข์ใจที่พลาดสาขาที่อยากเรียน

By |2011-05-08T13:24:53+07:00May 8th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , |

"พี่ม่อนคะตอนนี้หนูทุกข์ใจมากๆเลยค่ะ หนูซิ่วแล้วแอดมิสชั่นใหม่และผลแอดมิสชั่นก็ประกาศออกมาแล้วในวันที่ 04-05-54 ที่ผ่านมา หนูไม่ติดสาขาที่หนูต้องการเรียนอีกแล้วค่ะ แต่มาติดอีกสาขาหนึ่งที่ลงไว้สำรองในอันดับที่ 4 ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมีเพื่อนที่เรียนในสาขาอยู่แล้ว และเห็นว่าเพื่อนเขาเรียนง่ายๆ สบายๆ (ทั้งๆที่เป็นสาขาที่เขาไม่ได้ชอบเหมือนกัน) เราก็คงเรียนได้อยู่แล้วแหละ พอได้เจอหนังสือ "ฟังเสียงหัวใจ เรียนอะไรที่ใช่เรา" ได้อ่านได้ลองทำแบบทดสอบแล้วก็พบว่าสาขานี้มันไม่ใช่ตัวหนูเลยสักนิด นั่งมองไปถึงอนาคตก็นึกไม่ออกว่าเราจะประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับสาขานี่ได้อย่างไร มันอึดอัดมากๆเลยค่ะ ตั้งแต่ประกาศผลออกมานั่งคิดตลอดเลย จะซิ่วอีกรอบดีไหมนะ แต่ก็คิดว่าเราจะมัวแต่ซิ่วไปตอลดไม่ได้หรอก ถ้าปีหน้าไม่ได้อีกล่ะ ไม่ได้ทำมาหากินอย่างอื่นพอดี หนูควรทำอย่างไรดีคะพี่ม่อน" ---- จะซิ่วหรือไม่ซิ่ว พี่ม่อนคงตอบแทนไม่ได้ เพราะเราต้องคิดถึงปัจจัยหลายอย่าง ความชอบ ความสามารถ ครอบครัว การเงิน และอื่นๆ แต่สิ่งที่ต้องตระหนักไว้คือ หนึ่ง การที่เราจะซิ่วหนึ่งหรือสองหรือสามปีนั้น จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอก สำหรับตอนนี้ดูเป็นเรื่องใหญ่ เพราะชีวิตนักเรียนนักศึกษา การเีเรียนเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอไปทำงานแล้ว ทำไปเป็นสิบๆไป ยังไม่รู้เลยว่าอยากทำอะไรก็มี พอถึงตอนนั้นสองสามปี จะไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่หรอก สอง เรียนได้ ไม่ได้แปลว่าจะทำมาหากินได้ดีเสมอไป ถ้าเราไม่ได้ชอบไม่ได้ทำได้ดี  เราอาจจะไม่ได้มีข้อดีมากพอที่จะไปแข่งกับคนอื่นในfieldเดียวกันที่เขาชอบในสิ่งที่เขาทำ สาม มองภาพให้กว้างขึ้น บางทีการซิ่วอาจไม่ได้เป็นทางเดียวในการเลือกทางเดินอาชีพก็ได้ ในบ้านเราการเรียนมหาวิทยาลัยค่อนข้างแคบ

February 2011

What is the meaning of life? ความหมายของชีวิต คือ อะไร?

By |2011-02-09T20:19:26+07:00February 9th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

The meaning of life, then, is to live it. To be here. To follow your hearts. Nothing has to happen, and there’s no one we’re supposed to be other than ourselves. -Mike Dooley ความหมายของชีวิต จริงๆแล้วก็คือ การใช้ชีวิตนั่นเอง คือการที่อยู่ที่ตรงนี้ คือการทำตามเสียงหัวใจตัวเอง ไม่มีอะไรที่ควรจะต้องเกิดขึ้นและไม่มีใครอื่นที่เราควรจะต้องเป็นนอกเหนือจากการเป็นตัวของเราเอง -ไมค์ ดูลี ม่อนชอบคำพูดนี้มากๆ รู้สึกว่าสั้นๆแต่ตรงกับใจมากๆ  คนเรามักคิดเสมอว่าฉันควรจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ให้ได้ แต่จริงๆแล้วเราต่างก็ได้เติมเต็มจุดมุ่งหมายของชีวิตแล้วด้วยการใช้ชีวิตตามเสียงหัวใจของเรานั่นเองง่ายไม่เท่ากันนะ

January 2011

หนูน่าจะเรียนคณะอะไรดีคะ?

By |2011-01-10T20:38:35+07:00January 10th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

วันนี้ขอตอบคำถามจากน้องที่ถามเรื่องการเลือกคณะเข้ามานะคะ ขออนุญาต ตัดคำถามบางส่วนมาให้อ่านกันในที่นี้่ค่ะ ---------------- แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ หนูยังค้นหาตัวเองไม่ค่อยจะเจอ รู้ว่า หนูถนัดและชอบเรื่องภาษา สนใจวัฒนธรรม ดนตรี วรรณกรรม การเขียน-การอ่าน เด็กๆ การเจอผู้คนจากหลายๆที่ การได้ไปสถานที่และประเทศต่างๆ.. ซึ่งหนูคิดว่ามันค่อนข้างกว้าง และตอนนี้ บทสรุปที่ว่าหนูควรจะเรียนอะไรก็ยังไม่ลงตัวค่ะ หนูเคยอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ เพราะอยากช่วยเหลือคนให้คนบางกลุ่มมีความสุข มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น เคยอยากเป็นหมอ แต่รู้ตัวเองว่าคะแนนวิทย์ไม่ดี แถมยังไม่ชอบความกดดันมากๆอีก ไม่ชอบให้ใครมาสั่งด้วย เคยอยากเป็นนักเขียน เพราะชอบอ่านเรื่องราว แล้วก็อยากบอกเล่าเรื่องราวความรู้ดีๆให้คนอื่นได้รู้กันต่อ เคยอยากเป็นครูสอนเด็กเล็กๆ เพราะอยากปลูกฝังอะไรดีๆให้กับเด็กๆ อาจจะได้ช่วยอะไรเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจอะไรดีๆให้พวกเขาได้บ้าง  (ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศก็ได้มีโอกาสไปฝึกงานหนึ่งวันที่โรงเรียนประถม ชั้นป.หนึ่ง อยู่กับเด็กๆทั้งวัน ทำให้หนูคิดว่าถ้าได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยให้เด็กๆได้เริ่มต้นการเรียนรู้ที่ดีขึ้นที่ประเทศไทยก็คงจะดี) แต่ตอนนี้หนูอยากเป็นนักท่องเที่ยวค่ะ แปลกมั้ยคะ มันไม่ใช่อาชีพด้วยซ้ำ... หนูชอบที่จะไปต่างถิ่น ชอบที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ชอบฟังภาษาอื่นๆ มันดูเพ้อฝันเกินจริงไปหรือเปล่าคะ? เป้าหมายสูงสุดคือ การได้เดินทาง และทำอะไรด้วยตัวเอง ทำให้คนอื่นมีความสุข เพราะหนูรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้"ให้"อะไรดีๆกับคนอื่น พี่ม่อนคิดว่า หนูน่าจะเรียนคณะอะไรดีคะ ตอนนี้กำลังสับสนระหว่าง มนุษยศาสตร์ วรรณกรรม การท่องเที่ยว -----------------------

ทุกอย่างเป็นไปได้ (แต่ยากง่ายไม่เท่ากัน) (part 2)

By |2011-01-04T15:10:11+07:00January 4th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

เมื่อก่อนม่อนเองก็อยากเป็นนักเปียโน มองดูนักเล่นเปียโนแล้วก็ทึ่ง อยากเป็นแบบเขาบ้าง พอได้ลองดู ก็นึกได้ว่า เราเองไม่มีความสามารถด้านดนตรีเลย ฟังแยกโน้ตยังไม่ออกด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือเวลาเล่นเราไม่ได้มีความสุขกับมันเลย - ถามว่าถ้าม่อนอยากเป็นนักเล่นเปียโนจริงๆทำได้ไหม? ถ้าอยากทำก็ทำได้ แต่ม่อนคิดว่า ทำไมเราต้องไปพยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา - ม่อนคิดได้ว่า ตัวเองก็อยากเรียนภาษา อยากเก่งภาษา และก็ชอบเรียนด้วย เลยคิดว่าเอาเวลาที่จะไปฝืนเล่นเปียโน ไปเรียนภาษาดีกว่า เรามีความสุขกว่า และเป็นตัวของตัวเองมากกว่า - เราต้องรู้ว่าในบางช่วงเวลา เราอาจจะมองคนอื่นแล้วอยากเป็นแบบเขา แต่ก็ต้องอย่าลืมตัวเราด้วยว่า เราเป็นอย่างไร ข้อดีของเรา อาจจะไม่เหมือนข้อดีของเขา ความถนัดของเราอาจจะไม่เหมือนของเขา - เราสามารถเป็นได้ทุกอย่าง แต่บางอย่างเราเป็นได้ดี ได้ง่าย และมีความสุขกับมันมากกว่า - ทำไมต้องไปพยายามเป็นเหมือนคนอื่น? ในเมื่อเราเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุด

ทุกอย่างเป็นไปได้ (แต่ยากง่ายไม่เท่ากัน) (part 1)

By |2011-01-03T14:40:13+07:00January 3rd, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , , |

เมื่อเราเริ่มเรียนรู้ด้านการพัฒนาตัวเอง เราจะคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ซึ่งมันก็จริง แต่เราลืมไปว่า มันเป็นไปได้แต่ยากง่ายไม่เท่ากันนะ - เราเห็นคนอื่นเป็นดารา เราก็อยากเป็นบ้าง  เราเห็นคนอื่นเป็นนักเขียน เราก็อยากเป็นบ้าง เราเห็นคนอื่นเรียนสาขานี้เราก็อยากเรียนบ้าง โดยลืมไปว่าตัวเราเองนั้นเป็นอย่างไร - แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน มีข้อดีข้อด้อยไม่เหมือนกัน มีประสบการณ์ต่างกัน ซึ่งความแตกต่างกันนี้แหละที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราทำบางอย่างได้ดีและมีความสุข แต่ทำบางอย่างได้ด้วยความยากลำบากและไม่มีความสุข - ถ้าทุกๆคนพยายามเป็นคนเหมือนๆกัน ทำสิ่งเหมือนๆกัน โลกจะเจริญก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้ไหม?