เลือกแผนการเรียน

February 2012

จะซิ่วหรือไม่ซิ่วดี?

By |2012-02-15T12:27:12+07:00February 15th, 2012|Categories: บทเรียนชีวิตจากฮาร์วาร์ด, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , , , , , , |

ถ้าใครจะซิ่วหรือจะเปลี่ยนสาขาการเรียน เรามักจะคิดกันไม่ตกว่าจะซิ่วดีไม่ดี เราจะตัดสินใจอย่างไรดี ครูม่อนมีหลักการที่ได้จากประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกค่ะ ครูม่อนลาออกจากหมอแล้วไปเรียนต่อศึกษาศาสตร์ จากประสบการณ์แล้วต้องถามตัวเองค่ะว่าเป็นคนแบบไหน เป็นประเภท high achiever คือมีความทะเยอทะยานสูง ทำอะไรต้องทำให้เลิศ หรือว่าเป็นคนแบบสบายๆ ชอบทำอะไรที่สบายๆที่ตัวเองชอบๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศก็ได้ ถ้าเป็นอย่างแรก (ซึ่งตัวเราเองเป็น-ซึ่งในบางเวลาก็ไม่ใช่ลักษณะที่ดีเท่าไหร่) การเรียนสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ จะทำให้ไปเรียนต่อลำบาก เพราะมหาวิทยาลัยดังๆ เช่น ฮาร์วาร์ด เขาไม่ได้ดูเกรดอย่างเดียว แต่ดูว่าเราได้ที่เท่าไหร่ของคณะ ถึงแม้จะเรียนคณะที่ไม่ได้ดังหรือเด่นมากนัก แต่ถ้าเราเป็นที่หนึ่ง เขาก็จะพิจารณาเราค่ะ แม้แต่เพื่อนเราที่จบหมอแล้วไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาก็ดูว่าจบเป็นที่เท่าไหร่ของคณะ ถ้าไม่ใช่ระดับท็อปของชั้นก็ค่อนข้างลำบากค่ะ ต้องได้คะแนนสูงมากๆ หรือมีประสบการณ์อย่างอื่น แต่ถ้าเราคิดว่าเราไม่ได้ต้องการเป็นเลิศ หรือพยายามอะไรมากนัก แค่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การเรียนอะไรที่หางานง่ายหน่อยก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ถ้าคิดว่าไม่ทรมานเกินไป คิดว่าเรียนได้ การเรียนกฏหมายก็ค่อนข้างเป็นอะไรที่ดี แม้ว่าจะไปทำานอย่างอื่นก็ถือเป็นพื้นฐานที่ดี อย่างตอนที่เราไปเรียนศึกษาศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด ก็เป็นเรื่องดีมากๆที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก่อน เพราะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น แล้วสามารถมองอะไรได้จากมุมใหม่ๆ ก็ลองคิดดูนะคะว่าตัวเราเป็นแบบไหน แล้วทำแบบไหนเราจะมีความสุขมากกว่าค่ะ ------------------------- อยากอ่านบทความแนวไหนในเวปครูม่อนดอทคอม? ครูม่อนสังเกตเห็นว่าในบล็อคมีคนอ่านเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษเยอะมาก ครูม่อนก็อยากเขียนให้อ่านกันอีก แต่ไม่่แน่ใจว่า ผู้อ่านอยากอ่านแนวไหนกันแน่ อยากได้เป็นวิธีการเรียน หรืออยากได้เป็นเนื้อหาเป็นตอนๆไป หรือว่าอยากได้การเตรียมตัวสอบต่างๆ ใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็คอมเมนต์ได้เลยนะคะ

July 2011

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ไปเรียนภาคสองภาษาหรืออินเตอร์ดีไหม?

By |2012-01-11T10:43:09+07:00July 20th, 2011|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

โปรแกรมสองภาษา โปรแกรมอินเตอร์ ในประเทศเราถือว่าบูมมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงเรียนไทยก็เปิดโปรแกรมสองภาษา หรือภาคอินเตอร์เพิ่ม และก็มีโรงเรียนสองภาษา โรงเรียนอินเตอร์ผุดขึ้นมากมาย ในฐานะที่เป็นคนในวงการการศึกษา เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการแล้วก็อดห่วงอนาคตของชาติไม่ได้ คิดว่าจำเป็นต้องแนะนำให้ตัดสินใจกันดีๆก่อนที่จะเปลี่ยนจากเรียนโรงเรียนไทยไปเรียนภาคสองภาษาหรือภาคอินเตอร์นะค่ะ เมื่อก่อน โรงเรียนอินเตอร์จะมีไว้สำหรับลูกของคนต่างชาติหรือลูกครึ่งที่ที่บ้านก็มักจะใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่ไม่เก่งภาษาไทย จึงจำเป็นต้องมีทางเลือกเพื่อให้เรียนโดยใช้ภาษาอังกฤษ ทีนี้ในขณะที่ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ คนไทยก็ส่งลูกหลานไปเรียนมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเด็กที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีตั้งแต่เล็กอยู่แล้ว หรือเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่เล็กก็จะไม่มีปัญหา แต่สำหรับเด็กไทยที่ภาษาอังกฤษยังไม่เก่งนัก (หรือบางคนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ) ก็ถูกกระแสสังคมซึ่งมองว่าการไปเรียนภาคสองภาษาหรือภาคอินเตอร์จะทำให้เก่งภาษาอังกฤษได้ พ่อแม่จึงส่งไปเรียน ซึ่งราคาก็จะแพงกว่าโรงเรียนไทยปกติหลายเท่านัก ถามว่าแล้วนักเรียนเรียนโปรแกรมเหล่านี้แล้วไม่เก่งภาษาอังกฤษเหรอ? ก็คงบอกว่าไม่ใช่ เพราะนักเรียนจะได้เจอฝรั่งแหละกว่านักเรียนในโรงเรียนไทย แต่เท่าที่เห็นแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งกว่านักเรียนไทยมากอย่างเห็นได้ชัด อาจจะฟังได้ดีกว่านักเรียนไทยหน่อยเท่านั้นเอง แต่ข้อเสียที่ใหญ่มาก และค่อนข้างจะถาวรคือ วิธีการเรียนรู้ ทัศนคติที่มีต่อการเรียน และความตื้นลึกของความรู้ที่ได้รับ  ปัญหาก็คือ เมื่อเด็กไม่ได้ภาษาอังกฤษ แต่ต้องเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม และอื่นๆ เป็นภาษาอังกฤษ ถามว่านักเรียนจะเข้าใจเนื้อหาได้มากน้อยแค่ไหน ในเมื่อแม้แต่การสนนทนาง่ายๆในชีวิตประจำวันก็ยังไม่ได้เลย ถึงแม้จะถามครูแล้ว ครูตอบแล้วก็ไม่เข้าใจชัด ลองนึกอย่างตอนที่เราเรียนตอนประถมปลายหรือมอต้นดูซิค่ะ อย่างวิชาวิทยาศาสตร์ บางทีให้ครูอธิบายภาษาไทยก็ยังไม่เข้าใจเลย แล้วประสาอะไรถ้าครูอธิบายเป็นภาษาอังกฤษคะ? นักเรียนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเอาตัวรอดด้วยการ จำเนื้อหาเป็นจุดๆ หรือเป็นคำๆไป เพื่อให้พอผ่าน ซึ่งเห็นแล้วครูม่อนก็รู้สึกเศร้าใจแทนเพราะคิดว่านักเรียนเหล่านี้ส่วนมากแล้วถ้าให้เรียนเป็นภาษาไทยก็คงจะสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งมากกว่าเรียนเป็นภาษาอังกฤษแน่  และผลกระทบยังไม่หมดแค่นั้น เพราะว่าสมองในช่วงวัยรุ่นจะมีการพัฒนาเรื่องการคิดนามธรรม

May 2011

ประสบการณ์ คือ ไฟส่องให้เราเข้าใจชีวิตที่ผ่านมา

By |2012-10-01T16:34:02+07:00May 17th, 2011|Categories: Food for Thoughts, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

การจะรู้ว่าเราจะเรียนอะไร ชอบอะไร อยากทำอะไร คงไม่ใช่ว่าอยู่ๆก็จะตัดสินใจขึ้นมาได้ หรือว่าจะให้คนอื่นมาชี้นิ้วบอก ไม่ว่าพ่อแม่ ครูอาจารย์ ก็ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีกว่าเราเอง แต่ว่าเราเองก็มักจะบอกตัวเองว่า เราไม่รู้จักตัวเองดีพอ อยากให้คนอื่นมาบอกเราว่าทำอย่างไรถึงจะดีที่สุด ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้หรอก แต่เป็นเพราะว่า เราไม่อยากตัดสินใจ เรากลัวผิด เราจึงโยนให้คนอื่นตัดสินใจ เพราะถ้าผิดแล้ว เราก็จะได้โทษเขาได้ หรือไม่ก็เราจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบทีหลังเวลาชีวิตเรามันไม่รุ่งอย่างที่ควรจะเป็น การที่จะเลือกทำสิ่งที่เราอยากทำจริงๆเป็นสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่หวังไหม ถ้าเกิดเราเลือกแล้วมันไม่เป็นอย่างที่หวังล่ะ เราต้องรับผิดเต็มๆเลยนะ? ไปโทษใครไม่ได้….. แต่ถามจริงๆเถอะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วจะทำไมเหรอ? ชีวิตมันก็มีอยู่แค่นี้แหละ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ พยามให้ถึงที่สุด ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย  ถ้าเลือกผิดแล้วจะเป็นอย่างไรเหรอ เราก็เลือกให้ดีที่สุด เท่าที่เราคิดพิจารณาในวันนี้ เอาสิ่งที่มีในวันนี้มาคิด เท่าที่เรารู้แล้วตัดสินใจ ประสบการณ์จะเป็นตัวตัดสินเอง มันไม่มีผิดถูกหรอก ถ้าทางที่เราเดินทำให้เรารู้ว่าทางนี้คือทางที่ไม่ใช่ มันก็คือประสบการณ์ดีๆที่ทำให้เรารู้ว่าทางไหนไม่ใช่ ฉะนั้นสิ่งที่เราเลือกมาก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด ถ้าทางที่เราเดินมาเราชอบเราก็จะได้เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีถูกไม่มีผิด  ประสบการณ์จะทำให้เราเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นเอง

January 2011

ทุกอย่างเป็นไปได้ (แต่ยากง่ายไม่เท่ากัน) (part 2)

By |2011-01-04T15:10:11+07:00January 4th, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

เมื่อก่อนม่อนเองก็อยากเป็นนักเปียโน มองดูนักเล่นเปียโนแล้วก็ทึ่ง อยากเป็นแบบเขาบ้าง พอได้ลองดู ก็นึกได้ว่า เราเองไม่มีความสามารถด้านดนตรีเลย ฟังแยกโน้ตยังไม่ออกด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือเวลาเล่นเราไม่ได้มีความสุขกับมันเลย - ถามว่าถ้าม่อนอยากเป็นนักเล่นเปียโนจริงๆทำได้ไหม? ถ้าอยากทำก็ทำได้ แต่ม่อนคิดว่า ทำไมเราต้องไปพยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา - ม่อนคิดได้ว่า ตัวเองก็อยากเรียนภาษา อยากเก่งภาษา และก็ชอบเรียนด้วย เลยคิดว่าเอาเวลาที่จะไปฝืนเล่นเปียโน ไปเรียนภาษาดีกว่า เรามีความสุขกว่า และเป็นตัวของตัวเองมากกว่า - เราต้องรู้ว่าในบางช่วงเวลา เราอาจจะมองคนอื่นแล้วอยากเป็นแบบเขา แต่ก็ต้องอย่าลืมตัวเราด้วยว่า เราเป็นอย่างไร ข้อดีของเรา อาจจะไม่เหมือนข้อดีของเขา ความถนัดของเราอาจจะไม่เหมือนของเขา - เราสามารถเป็นได้ทุกอย่าง แต่บางอย่างเราเป็นได้ดี ได้ง่าย และมีความสุขกับมันมากกว่า - ทำไมต้องไปพยายามเป็นเหมือนคนอื่น? ในเมื่อเราเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุด

ทุกอย่างเป็นไปได้ (แต่ยากง่ายไม่เท่ากัน) (part 1)

By |2011-01-03T14:40:13+07:00January 3rd, 2011|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , , |

เมื่อเราเริ่มเรียนรู้ด้านการพัฒนาตัวเอง เราจะคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ซึ่งมันก็จริง แต่เราลืมไปว่า มันเป็นไปได้แต่ยากง่ายไม่เท่ากันนะ - เราเห็นคนอื่นเป็นดารา เราก็อยากเป็นบ้าง  เราเห็นคนอื่นเป็นนักเขียน เราก็อยากเป็นบ้าง เราเห็นคนอื่นเรียนสาขานี้เราก็อยากเรียนบ้าง โดยลืมไปว่าตัวเราเองนั้นเป็นอย่างไร - แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน มีข้อดีข้อด้อยไม่เหมือนกัน มีประสบการณ์ต่างกัน ซึ่งความแตกต่างกันนี้แหละที่เป็นสิ่งที่ทำให้เราทำบางอย่างได้ดีและมีความสุข แต่ทำบางอย่างได้ด้วยความยากลำบากและไม่มีความสุข - ถ้าทุกๆคนพยายามเป็นคนเหมือนๆกัน ทำสิ่งเหมือนๆกัน โลกจะเจริญก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้ไหม?

September 2010

เลือกแผนการเรียนมัธยมปลายสายอะไรดี?

By |2010-09-14T20:59:49+07:00September 14th, 2010|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , , |

Q: อยากทราบวิธีค้นหาวิชาที่ตนเองชอบค่ะ จะได้รู้ว่าควรเรียนสายอะไร เพราะว่าตอนนี้อยู่ ม.3 แล้วค่ะปีหน้าต้องเลือกสายเลยเครียดอยู่ A: สำหรับการเลือกแผนการเรียน ครูม่อนมีความเห็นว่าอาจจะต่างจากการเลือกคณะนะคะ เพราะว่าการเลือกคณะในหลายๆคณะคือการเลือกอาชีพที่ต้องทำไปตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการเลือกที่เฉพาะเจาะจงมาก ถ้าไม่ชอบจะลำบาก ถ้าไม่มีใจให้กับสิ่งนั้นจริงๆก็จะทรมานมาก  แต่การเลือกสายการเรียนนั้น เป็นการเลือกเส้นทางที่จะนำไปสู่การเรียนสิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้น ครูม่อนจะแบ่งเป็นกรณีๆอย่างนี้นะคะ ถ้าเรามีอะไรอยู่ในใจอย่างแน่ชัดว่าอยากเป็นอะไร ก็ควรจะเลือกสายที่เหมาะสมไปเลย เช่น ถ้าอยากเป็นนักแปลก็น่าจะเลือกสายภาษาไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนวิทย์ให้ยุ่งยาก   อีกอย่างคือ ปกติแล้วผู้ปกครองมักจะส่งเสริมให้ลูกเรียนสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ เพราะคิดว่าดูดีกว่า แต่จริงๆแล้วครูม่อนคิดว่า ถ้าบางคนรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ชอบสายอาชีพมากกว่า เช่นชอบทำอาหาร ชอบเครื่องยนต์ เป็นต้น ก็น่าจะไปเรียนสายอาชีพมากกว่าค่ะ ครูม่อนเห็นหลายๆคนที่รู้ตัวว่าชอบสายอาชีพก็ไปต่อสายอาชีพแล้วประสบความสำเร็จเยอะแยะไปค่ะ ผิดกับบางคนที่โดนพ่อแม่บังคับให้เรียนสายสามัญ หรือแผนวิทย์ แล้วไม่ชอบเลยจริงๆ เห็นแล้วทรมานแทน ทั้งๆที่นักเรียนเหล่านี้มักจะมีความสามารถพิเศษอย่างอื่น เช่น ศิลปะ ดนตรี การประดิษฐ์ ซึ่งถ้าได้รับการฝึกฝนมากขึ้นก็น่าจะไปได้ไกลกว่าการเรียนแบบโดนบังคับมากๆ น่าเสียดายค่ะ  แถมไม่มีความสุขด้วย  ถ้าใครรู้ตัวแล้วก็น่าจะไปทางที่ตัวเองชอบเลยดีกว่าค่ะ แต่ที่เรามักจะมีปัญหากันก็คือ เมื่อไม่รู้ว่าอยากจะเรียนต่ออะไร หรืออยากเป็นอะไรล่ะจะทำอย่างไรดี?   ในกรณีอย่างนี้ ถ้ามีวิชาไหนที่คิดว่าเรียนไม่ได้จริงๆ หรือไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่ควรฝืนค่ะ เช่น ไม่ชอบวิทยาศาสตร์มากๆ ไม่สนใจเลย