fbpx

Done is better than perfect

Share This Post

Share on email
Share on facebook
Share on twitter

สิ่งหนึ่งที่ครูเรียนรู้ก็คือ Done is better than perfect ซึ่งแปลว่า ทำอะไรให้เสร็จดีกว่ารอให้perfectแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ซึ่งจริงๆก็ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตนะคะ แต่วันนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องwriting ล่ะกัน

ตอนเรียนปริญญาเอกเนี่ยมีงานเขียนเยอะมาก ปกติครูก็เป็นคนประเภทว่าเวลาทำอะไรก็อยากทำให้ดีเนาะ คือ ถ้าเราคิดว่าไม่ยังไม่ดีก็ไม่กล้าส่ง

แต่ว่าพองานมันเยอะๆเข้าก็มัวแต่รอแก้มันก็ไม่ทัน ก็เครียดนะ รู้สึกว่าทำไม่ได้  ทำไม่ทัน รู้สึกว่าเราคงจะเรียนไม่ได้แน่ๆ

แต่ก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์จากเพื่อนๆด้วยกันว่า งานเขียนเนี่ยมันแก้ได้ตลอดแหละ ไม่ว่าจะแก้มาแล้วกี่สิบรอบ พอเอาไปให้อาจารย์อ่าน เขาก็ยังมีcommentมาอีกจนได้ เพราะว่า writing มันไม่เหมือนข้อสอบ มันไม่ได้มีคำตอบเดียว มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

ฉะนั้นวิธีที่จะเอาตัวรอดได้ก็คือ ต้องยึดคถาที่ว่า Done is better than perfect คือ ก็แก้ให้ดีในระดับหนึ่ง ในระดับที่ good enough สำหรับเป้าหมายของโปรเจคนี้

เพราะว่า there is no such thing as perfection ความเพอร์เฟคมันไม่มีอยู่จริง ถ้ารอให้เพอร์เฟคมันก็ไม่เสร็จสักที จริงไหมคะ?

More To Explore

Academic Writing

ไม่รู้จะเริ่มฝึก writing ยังไงให้ตรงเป้าหมาย?

เคยท้อแท้ไหมคะว่า ดูแล้วตัวเองต้องฝึก writing อีกนาน กว่าจะเขียนเป็นก็ไม่ทันใช้กันพอดี ครูก็เป็นค่ะ รู้สึกว่าศัพท์ก็ต้องรู้ แกรมม่าก็ต้องเป๊ะ ไหนจะต้องได้เนื้อหาของสาขาวิชาอีก  กว่าจะเก่งทุกอย่างคงอีกหลายปี

Academic Writing

เขียนแล้วโดนให้แก้ทั้ง essay ทำยังไงดี?

ใครเคยคิดว่า เก่ง writing คือ เขียนเสร็จเร็ว   ก็แค่ร่างหนึ่งรอบ, เขียน, แล้วก็ตรวจทางอีกรอบก็ส่งได้เลย  แต่จริงๆแล้วไม่มีใครเป็นแบบนั้นได้เลยค่ะ