เรื่องที่มักจะผิดกันเยอะก็คือ การใช้ articles (a,an,the) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าภาษาไทยเราไม่มีเรื่องนี้ ไม่ต้องมีคำมาบ่งบอกว่าเป็นคำนามเฉพาะ หรือไม่เฉพาะเจาะจง

ครูม่อนคิดว่าเข้าใจแต่ articles ไม่พอ ต้องเข้าใจ determiners ด้วย

 

Determiners คือ คำชนิดหนึ่งที่จะอยู่หน้า noun 

Articles (a,an,the) เป็น determiners ชนิดหนึ่ง 

 

 ชนิดของ Determiners

  • Indefinite articles: a, an  บอกความไม่เฉพาะเจาะจง
  • Definite articles: the  บอกความเฉพาะเจาะจง
  • Demonstratives: this, that, these, those  บอกว่าอันไหน
  • Possessive: adjective (my, his, their, etc.) or noun (Sally’s, my mother’s, etc) บอกว่าของใคร
  • Quantity words: some, many much, a lot of, etc. บอกว่ามากน้อยแค่ไหน
  • Numerals, one, two, five  บอกว่าจำนวนเท่าไหร่

 

มีสองเรื่องที่มักจะผิดกันเยอะค่ะ

1.การแยก indefinite กับ definite articles  

เรื่องนี้เรามักจะผิดกันที่ เราจะไม่รู้ว่าคำนามอะไรควรเป็น indefinite อันไหนเป็น definite 

ให้คิดง่ายๆว่า ถ้าเป็น a,an ก็คือ แปลว่าพูดถึงอันไหนก็ได้ general ไม่เจาะจง

ถ้ามันมีข้อมูลเกี่ยวกับคำนามนั้น ข้อมูลที่พอบอกได้ว่าเฉพาะเจาะจงกับนามตัวไหน ก็ถือว่าเป็น definite ให้ใช้ the 

2. ลืมเติม determiner ให้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์  

ต้องจำไว้ว่า  A countable singular noun MUST have a determiner. ไม่ว่าจะเป็น determiner แบบไหนก็ได้ แต่ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคำ 

ครูจำว่า นามนับได้เอกพจน์ ขี้เหงาอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมี determiner มาเป็นเพื่อน 🙂

ตัวอย่าง

 

He wants bicycle. อันนี้ไม่ได้เพราะว่า bicycle เป็นนามนับได้ เอกพจน์ ต้องมี determiner 

 

ก็แก้ได้หลายแบบ เช่น 

  • He wants a bicycle.  ก็ใส่ a ไปเลย แปลว่าอยากได้จักรยาน แต่ไม่เฉพาะเจาะจง คือ อันไหนก็ได้
  • He wants the bicycle displayed at the mall. อันนี้ใส่ the คือ บอกว่าอยากได้จักรยานอันนี้ เฉพาะเจาะจงว่าเป็นอันที่โชว์อยู่ที่ห้างนะ
  • He wants his bicycle back. จะใช้ possessive determiner  ก็ได้ อย่างประโยคนี้ก็ใช้ his 
  • He wants one bicycle. แบบนี้ก็ได้ค่ะ ใส่จำนวนไปเลย
  • He wants bicycles. หรือทำเป็นpluralไปเลยก็ได้

 

ตารางอันนี้สรุปไว้ดีมากๆเลย เอาไว้เป็น reference ได้ค่ะ

Source: Raimes, A. (1998). How English works: A grammar handbook with readings (p.58). Cambridge, UK: Cambridge University Press.


มาเรียนwritingด้วยกันฟรี ที่ Facebook group “English writing made easy – ชมรมฝึกเขียนภาษาอังกฤษ

ใครที่สนใจอยากรู้เรื่อง academic writing เพิ่มเติม ลองดูมินิคอร์ส Academic writing hacks ของเราได้ฟรีค่ะ