เรียนภาษาอังกฤษ

December 2019

Error in Subject-Verb Agreement

By |2019-12-10T12:01:30+07:00December 10th, 2019|Categories: Facebook Live Rerun, Featured, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

วันนี้มาดูกันเรื่อง 'subject-verb agreement' กัน ซึ่งอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายๆนะคะ ปกติในเวลาที่ 'subject' เป็น 'singular' เราก็จะเติม s ที่ verb แต่เวลาที่เราเขียนประโยคยาวๆ บางทีเราจะมองไม่เห็นหรือลืมไปว่า ประธานจริงๆคืออะไรกันแน่ เรามาดูตัวอย่างและฝึกฝนกันค่ะ https://youtu.be/Seob5OicUXc ตัวอย่างที่ 1 "Improved sonar technology, together with less stringent quotas, account/accounts for the recent increase in the amount of fish caught by commercial vessels." อันนี้ดูเผินๆ อาจจะนึกว่าsubject คือ quotas แต่จริงๆเป็นคำว่า technology ซึ่งเป็น singular  แก้ได้เป็น "Improved sonar technology, together

Reducing wordiness: เขียนให้กระชับ (concise) ด้วยการลดคำที่ไม่จำเป็น

By |2019-12-06T13:31:26+07:00December 6th, 2019|Categories: Featured, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

Reducing wordiness: เขียนให้กระชับ(concise)ด้วยการลดคำที่ไม่จำเป็น Author: Dr Natpat Chanjavanakul Written: 26 November 2019 Published: 6 December 2019 ***** เราเรียกประโยคที่ใช้คำฟุ่มเฟือยว่า wordy ซึ่งการตัดคำที่ไม่จำเป็นทิ้งไปนั่นถือเป็นวิธีการแก้ writing ที่ง่ายๆวิธีหนึ่งเลย การ reduce wordiness นั้นมีสองกลุ่มใหญ่ๆ 1. Redundant words and phrases การใช้คำและวลีที่ความหมายซ้ำซ้อน 2. Awkward phrases and sentences คือการใช้วลีและประโยคที่ยาวเกินไปไม่จำเป็น ทำให้อ่านแล้วไม่ลื่นไหล ***** https://youtu.be/IIeXdy7Rp10 1. Redundant words and phrases Redundant แปลว่า ความหมายซ้ำซ้อน เรื่องนี้ก็แก้ง่ายๆด้วยการอ่านทวน แล้วดูว่าคำไหนความหมายซ้ำบ้าง ลองดูตัวอย่างประโยคนี้นะคะ "Both unemployment levels as

November 2019

เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้เราอ่านเร็วขึ้น

By |2019-11-28T04:25:18+07:00November 28th, 2019|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ, เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

เทคนิคง่ายๆที่ช่วยให้เราประหยัดเวลาอ่าน reading ใครที่เรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ ปริญญาตรีหรือเอก ก็จะรู้ว่าจะมีอะไรที่ต้องอ่านเยอะมาก ทั้งtexbooks ทั้งบทความ journal  บางวิชาก็จะให้listมาเลยว่าแต่ละอาทิตย์ต้องอ่านอะไรบ้าง ครั้งแรกที่ครูม่อนไปเรียนที่อเมริกา ตอนนั้นเรียนปริญญาโทที่ฮาร์วาร์ด ช็อกมากว่าทำไมแต่ละอาทิตย์ต้องอ่านเยอะขนาดนั้น วิชาละ 100 กว่าหน้าอย่างต่ำ แล้วเราเรียน 4 วิชา! ตอนที่เรียนหมอ จุฬา ก็ต้องอ่านเยอะนะ แต่รู้สึกว่าไม่เหมือนกัน เพราะตอนเรียนหมอนั้นมันต้องจำหมดอยู่แล้วแถมยังอ่านภาษาไทย แต่ตอนเรียนปริญญาโทนี่ บทความบางอัน แค่อาจยังไม่เข้าใจเลย จะให้จำอย่างไรไหว เรียกว่าน้ำตาตกกันเลยทีเดียว โชคดีว่า เราไปเข้า workshop ที่สอนเรื่องการอ่านการเขียนในมหาวิทยาลัย เขาบอกเทคนิคซึ่งครูใช้แล้วได้ผลดีมาก   ก่อนอ่านอะไรก็ตาม ให้เขียนไว้หน้าแรกว่า  "เป้าหมายของการอ่านอันนี้คืออะไร" พออ่านจบแล้วก็ตอบคำถามที่เราเขียนไว้   ไม่น่าเชื่อว่าทำแค่นี้แล้วจะได้ผลมาก ประหยัดเวลาได้เยอะ แถมยังเข้าใจดีกว่าอ่านไปทีละประโยคแบบเดิมอีกด้วย  ที่วิธีนี้ได้ผลก็เพราะสมองคนเรานั้นจะมองหาสิ่งที่ fresh in mind  คือ สิ่งที่เราเพิ่งคิดถึง เช่น เคยเป็นไหมคะ เวลาที่เราตัดสินใจจะซื้อของ อาจจะเป็นรถ เสื้อผ้า กระเป๋า พอเราตั้งใจว่าอยากซื้อรุ่นนี้นะ

อ่านอย่างไรถึงจะเขียนเก่ง?

By |2019-11-25T07:04:14+07:00November 25th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ใครบ้างที่คิดว่าอ่านเยอะๆแล้วทำให้ภาษาดีขึ้น ทำให้เขียนได้เก่งขึ้น? ครูม่อนคิดว่าทุกๆคนก็คงรู้ และเชื่อแบบนี้ ซึ่งมันก็จริงค่ะ ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไร การใช้ภาษานั้นทำให้ภาษาดีขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการเขียนนั้น แน่นอนว่าอย่างน้อยก็ต้องอ่านเป็นบ้าง ถึงจะเขียนดีขึ้น วันนี้ครูจะพูดถึงสองเรื่องด้วยกัน  การอ่านนิยายเพื่อเรียนภาษาและพัฒนาการเขียน สิ่งที่ควรรู้ไว้สำหรับการปรับใช้ให้เข้ากับงานเขียนของเราเอง   เรื่องแรก คือ อ่าน fiction (นิยาย)  เพื่อเรียนภาษาและพัฒนาการเขียน เมื่อก่อนครูเป็นคนที่เลือกจะอ่านแต่ non-fiction (งานเขียนจากเรื่องจริง้ฟะ รวมถึงความรู้ต่างๆ) เท่านั้น ตอนนั้นช่วงเรียนที่จุฬา คิดว่าอยากจะอ่านหาความรู้ให้เยอะๆ และให้เก่งภาษาอังกฤษด้วย  คิดว่าความรู้ก็ต้องมาจาก non-fiction เท่านั้น ถ้าอ่าน fiction จะเสียเวลาช่วงนั้นก็พูดจริงๆว่าอ่านไปเยอะมาก ได้ความรู้เยอะมาก ตอนนั้นอ่านเรื่อง จิตวิทยา เรื่อง การฝึกสมอง เรื่องวิทยาศาสตร์ เพิ่งมารู้สึกตอนที่เรียนปริญญาเอกว่า อ่าน non-fiction เนี่ยมันก็น่าเบื่อนะ คือตอนเรียนเอกมันต้องอ่านเยอะไง อ่านเยอะจนเบื่อ เลยหันไปอ่านนิยายบ้าง ถึงได้รู้ว่าอ่านนิยายเนี่ยแหละก็ได้ภาษาเยอะ แล้วไม่ใช่ได้แต่ภาษานะ ยังได้เข้าใจความคิดเห็นความรู้สึกของคนอื่นด้วย  งานวิจัยมีบอกว่า คนที่อ่านนิยายจะมี emphathy เพิ่มขึ้น เพราะว่าได้หัดคิดได้เห็นความรู้สึกของคนอื่น (other point

สองข้อควรระวังในการใช้ determiners and articles (a,an,the)

By |2019-11-15T12:10:35+07:00November 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

เรื่องที่มักจะผิดกันเยอะก็คือ การใช้ articles (a,an,the) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าภาษาไทยเราไม่มีเรื่องนี้ ไม่ต้องมีคำมาบ่งบอกว่าเป็นคำนามเฉพาะ หรือไม่เฉพาะเจาะจง ครูม่อนคิดว่าเข้าใจแต่ articles ไม่พอ ต้องเข้าใจ determiners ด้วย   Determiners คือ คำชนิดหนึ่งที่จะอยู่หน้า noun  Articles (a,an,the) เป็น determiners ชนิดหนึ่ง     ชนิดของ Determiners Indefinite articles: a, an  บอกความไม่เฉพาะเจาะจง Definite articles: the  บอกความเฉพาะเจาะจง Demonstratives: this, that, these, those  บอกว่าอันไหน Possessive: adjective (my, his, their, etc.) or noun (Sally’s, my mother’s, etc) บอกว่าของใคร Quantity

หัดใช้ academic writing templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ

By |2019-11-13T04:26:01+07:00November 13th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic Writing Templates หัดใช้ templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ วิธีการใช้ templates  ให้เป็น model ค่ะ คือ ให้ดู structure ของ template แล้วเปลี่ยนเป็นคำและเนื้อหาที่เหมาะสมกับงานของเรา ง่ายๆคือใช้เป็น inspiration ค่ะ ปกติเราก็จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าsynonymsมีอะไรบ้าง เราก็เอามาใช้แทนในtemplateได้ ประโยชน์สำคัญของ templates ก็คือ เวลาเขียน เราจะได้นึกออกเร็วขึ้นค่ะ ปกติเวลาเขียน บางทีมันนึกไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไร จริงๆเรารู้นะว่าจะเขียนอะไร แต่บางทีมันนึกคำไม่ออกนึกประโยคไม่ออกจริงๆ การที่เรามี templates ที่เราสะสมไว้ จะทำให้เราเขียนได้เร็วขึ้นเยอะค่ะ  ข้อแนะนำเพิ่มเติม นอกจากใช้ templates และ models ตามนี้แล้ว ครูม่อนยังแนะนำให้รวบรวม phrases ที่เราอ่านเจอในpaper ของสาขาเราด้วยค่ะ เพราะว่าในแต่ละสาขาจะมีการเขียนที่แตกต่างกันบ้าง ถ้าเราหัดสังเกตและจดphrases ที่เราอ่านเจอ เวลาเราจะเขียนเราก็จะได้ style ที่เหมาะกับสาขาเราค่ะ   Establishing a research

Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery.

By |2019-11-05T04:54:40+07:00November 5th, 2019|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

"Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery." "คุณรู้ไหมว่าสำเนียงต่างชาติคืออะไร? มันคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ" - Amy Chua   หลายๆคนไม่กล้าพูดเพราะว่าสำเนียงไม่ดี ครูม่อนเองก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอไปเรียนต่อ ไปอยู่ในสังคมเขาจริงๆ จะรู้เลยว่าเรื่องสำเนียงนั้นเป็นรองกว่าเนื้อหาเยอะ คนทั่วๆไปจะไม่ judgemental ไม่ตัดสินเราจากสำเนียง แต่จะรับฟังสิ่งที่เราอยากจะพูด เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลว่าสำเนียงเราไม่เหมือนเจ้าของภาษาเป๊ะๆ ถ้าเขาฟังรู้เรื่องก็พอแล้ว อย่าลืมว่าถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่องเราก็ยังพูดซ้ำยังอธิบายได้ ฉะนั้นอย่าไปกลัวค่ะ พูดไปเลย    มาเรียนwritingด้วยกันฟรี ที่ Facebook group "English writing made easy - ชมรมฝึกเขียนภาษาอังกฤษ" https://www.facebook.com/groups/1706912769441545/

October 2019

Run-on sentences และ sentence fragments

By |2019-12-06T12:05:48+07:00October 31st, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

Run-on sentences และ sentence fragments Author: ดร.ณัฏฐ์ภัทร์ ชาญเชาวน์กุล (ครูม่อน) Date: 31 ตุลาคม 2562   เรื่องนึงที่เจอเยอะเวลา edit งานเขียนคือ run-on sentence กับ fragment ค่ะ แต่ก่อนไปเรื่องนั้นลองมาทวนชนิดของประโยคนิดนึงนะคะ   ประโยคภาษาอังกฤษมี 4 แบบด้วยกัน  Simple sentence  มี independent clause อันเดียว   Compound sentence และ independent clauses สองอันเชื่อมกัน   Complex sentence ประโยคหลักอันนึง (independent clause), clause ย่อยอีกอันนึง (dependent clause) Compound-Complex sentence อันนี้ก็คือ compound และ complex เชื่อมกัน