งานวิจัย

November 2019

หัดใช้ academic writing templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ

By |2019-11-13T04:26:01+07:00November 13th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic Writing Templates หัดใช้ templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ วิธีการใช้ templates  ให้เป็น model ค่ะ คือ ให้ดู structure ของ template แล้วเปลี่ยนเป็นคำและเนื้อหาที่เหมาะสมกับงานของเรา ง่ายๆคือใช้เป็น inspiration ค่ะ ปกติเราก็จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าsynonymsมีอะไรบ้าง เราก็เอามาใช้แทนในtemplateได้ ประโยชน์สำคัญของ templates ก็คือ เวลาเขียน เราจะได้นึกออกเร็วขึ้นค่ะ ปกติเวลาเขียน บางทีมันนึกไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไร จริงๆเรารู้นะว่าจะเขียนอะไร แต่บางทีมันนึกคำไม่ออกนึกประโยคไม่ออกจริงๆ การที่เรามี templates ที่เราสะสมไว้ จะทำให้เราเขียนได้เร็วขึ้นเยอะค่ะ  ข้อแนะนำเพิ่มเติม นอกจากใช้ templates และ models ตามนี้แล้ว ครูม่อนยังแนะนำให้รวบรวม phrases ที่เราอ่านเจอในpaper ของสาขาเราด้วยค่ะ เพราะว่าในแต่ละสาขาจะมีการเขียนที่แตกต่างกันบ้าง ถ้าเราหัดสังเกตและจดphrases ที่เราอ่านเจอ เวลาเราจะเขียนเราก็จะได้ style ที่เหมาะกับสาขาเราค่ะ   Establishing a research

February 2018

โตแล้วยังเก่งภาษาได้ไหม

By |2018-02-07T01:40:25+07:00February 7th, 2018|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

ทุกๆคนคงเคยได้ยินว่า "เรียนภาษาต้องเรียนตั้งแต่เด็ก"  "เรียนภาษาตอนเด็กง่ายกว่าตอนโต" ถ้าเราโตแล้วเพิ่งมาเรียน ฟังดูแล้วท้อมากเลยนะคะ แต่ถ้าดูจากงานวิจัย มีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่ต้องเรียนตอนเด็ก คือ pronunciation  ถ้าเรียนpronunciationตอนโต เราจะมีสำเนียง แต่ถ้าเรียนตั้งแต่เด็กจะไม่มี ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ไม่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าต้องเรียนตอนเด็กเท่านั้น ไม่ว่าจะเรียนตอนเด็กหรือตอนโตก็ต้องใช้ภาษาเยอะทั้งนั้น เพียงแต่ตอนเป็นเด็กนั้นมันง่ายมากที่จะใช้ภาษาเยอะๆ หลายชั่วโมงต่อวัน ก็ลองคิดดูนะคะ เด็กๆก็ฟังผู้ใหญ่พูดกันทั้งวัน มีพ่อแม่คอยช่วยแก้เวลาพูดผิด แถมไม่รู้สึกว่าต้องพยายามเยอะด้วย มันเป็นธรรมชาติ (ก็ไม่ได้มีงานมีความรับผิดชอบเนอะ มีเวลาเยอะ) แต่ถ้าเรียนตอนโตแล้ว เราอาจจะเรียนในห้องสัก 4-5 คาบต่อสัปดาห์ เรียนพิเศษทำการบ้านอีกสัก 6-7 ชั่วโมง  นับเป็นชั่วโมงที่ได้ใช้ภาษาแล้วมันน้อยมากๆเลยค่ะ ไม่พอที่จะทำให้เราใช้ภาษาได้คล่อง แต่ปกติเราทำแค่นี้ก็รู้สึกว่าเยอะแล้วใช่ไหมคะ เพราะเรามีอย่างอื่นต้องทำอีกเยอะแยะ  แต่ถ้าเราได้มีจำนวนชั่วโมงที่ใช้ภาษาเท่าๆกับเด็กล่ะก็ เราก็เก่งได้เร็วเหมือนกัน แต่การเรียนตอนโตก็มีข้อดี คือ สมองและทักษะทางความคิด (cognitive skills) ของเราพัฒนาแล้ว ทำให้เราสามารถคิดวิเคราะห์ได้ดี วิธีที่เด็กๆเรียนโครงสร้างภาษาคือใช้วิธีฟังเยอะๆใช้เยอะๆแล้วสมองจะจับpatternได้อัตโนมัติ  ถ้าโตแล้วก็สามารถใช้วิธีเดียวกันได้แต่ต้องฟังเยอะๆใช้เยอะๆซึ่งอาจจะยากสำหรับเราที่ไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา แต่ผู้ใหญ่มีทางลัดคือ เรียนแล้ววิเคราะห์ได้ เราสามารถทำความเข้าใจหลักภาษาได้ แล้วค่อยมาฝึกให้เป็นอัตโนมัติอีกที จะใช้เวลาน้อยกว่า ฉะนั้นถึงเราโตแล้วก็อย่าท้อค่ะ ยังเก่งภาษาได้ วิธีการเรียนอาจจะต่างจะเด็กๆหน่อย แต่เราเก่งได้เหมือนกันค่ะ

October 2014

เรียนสองภาษาดีจริงหรือเปล่า – ตัวอย่างจากแอฟริกา

By |2014-10-03T21:21:11+07:00October 3rd, 2014|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

ตัวอย่างต่อมา เรามาดูที่ประเทศในทวีปแอฟริกากันบ้างนะคะ หลายๆประเทศในแอฟริกาก็มีนโยบายให้เรียนหนังสือด้วยภาษาต่างชาติ ส่วนมากจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส หรือ ภาษาโปรตุเกส เพราะเป็นภาษาที่ใช้ตั้งแต่สมัยเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตก แต่ในแต่ละประเทศก็มีภาษาท้องถิ่นเป็นของตัวเองด้วยเหมือนกันค่ะ อันแรกเลย เรามาดูการเรียนหนังสือด้วยภาษาต่างประเทศในระดับประถมกันบ้าง มีตัวอย่างจากสองประเทศ ประเทศแรกคือ Guinea-Bissau ซึ่งใช้ภาษาโปรตุเกสในการสอนหนังสือ และประเทศNiger ซึ่งให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาในการสอนหนังสือ ที่สองประเทศนี้ ได้มีงานวิจัยเปรียบเทียบดูพบว่า ถ้าให้นักเรียนได้เรียนอ่าน เขียนด้วยภาษาแม่ก่อน จะทำให้อ่านเขียนภาษาที่สองได้ดีขึ้นด้วย และที่สำคัญคือถ้าให้นักเรียนใช้ภาษาแม่ในการสอบ นักเรียนจะได้คะแนนดีกว่าใช้ภาษาที่สองอย่างมาก อีกตัวอย่างหนึ่งของประเทศTanzania ซึ่งงานวิจัยนี้มีห้องเรียนมัธยมสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือใช้ภาษาแม่ของนักเรียน ซึ่งก็คือภาษาKiswahiliในการสอน และอีกกลุ่มใช้ภาษาอังกฤษในการสอน โดยทั้งสองกลุ่มเรียนเนื้อหาอย่างเดียวกัน พบว่า ในห้องเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนจะเงียบ ไม่ค่อยถาม ไม่ค่อยสนใจเรียน ในขณะที่ ถ้าเป็นห้องเรียนภาษาKiswahili นักเรียนจะactiveมากกว่า คือ นักเรียนจะถามคำถาม และตอบคำถามที่อาจารย์ถาม ข้อสรุปจากงานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษ(ภาษาที่สอง)นั้นดีหรือไม่ดี แต่นักวิจัยสรุปได้ถูกใจครูม่อนมาก คือสรุปว่า “ถ้าเป้าหมายของการศึกษาคือการทำให้นักเรียนที่จบมาดูเป็นคนโง่ การใช้ภาษาอังกฤษที่ทั้งนักเรียนและครูยังไม่เก่ง มาใช้ในการสอนก็ถือว่าเหมาะสม แต่ถ้าเป้าหมายคือ อยากจะให้นักเรียนที่จบมามีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ล่ะก็ นโยบายอันนี้ก็คงจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้” (แปลจากBrock-Utne, 2006, หน้า 487) สรุปว่า

September 2014

เรียนสองภาษาดีจริงหรือเปล่า – ตัวอย่างจากฮ่องกงและมาเลเซีย

By |2014-09-18T16:10:09+07:00September 18th, 2014|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นว่าบ้านเรามีโปรแกรมเรียนสองภาษาเยอะมาก ถ้าเรายังไม่คิดถึงเรื่องประสิทธิภาพของโปรแกรมสองภาษา การที่บ้านเรามีโปรแกรมสองภาษามากขึ้นเยอะ มันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อหลายๆอย่างที่บ้านเรามีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ อันที่เห็นได้ชัดเลยก็คือความเชื่อที่ว่า “จะเรียนภาษาให้เก่งได้ ต้องใช้ภาษานั้นเป็นสื่อในการเรียนการสอน” เราลองมาคิดดูกันซิว่า ความเชื่ออันเนี่ยมันเป็นจริงแค่ไหน? ก่อนอื่น เรามาคุยกันให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า การใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอนคืออะไร Using English as a medium of instruction (การใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน) หมายถึงว่า ใช้ภาษาอังกฤษในการสอนเนื้อหาวิชาอื่นๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น คิดกันง่ายๆนะคะว่า เราเองเคยรู้จักคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน แต่เก่งภาษาอังกฤษน่ะ มีไหม? ครูม่อนคนนึงเนี่ยแหละค่ะ ที่เรียนโรงเรียนไทยธรรมดาๆแต่ก็สามารถฝึกภาษาอังกฤษจนเก่งได้ และครูม่อนก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่เก่งพิเศษกว่าคนอื่นตรงไหน มีคนอีกเยอะแยะที่เก่งภาษาอังกฤษได้โดยไม่ได้เรียนหนังสือโดยเรียนแบบใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน หลายๆคนอาจจะบอกว่า “ก็จริงนะ ที่ไม่ต้องเรียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษก็เก่งภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าได้เรียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ มันก็น่าจะทำให้เรียนภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นนะ” อ่ะ อันนี้ก็คงจะไม่เถียงค่ะ ภาษาเนี่ย ใช้เวลาเยอะ ก็น่าจะเก่งเยอะ เป็นธรรมดาใช่ไหมคะ? อันนี้เป็นcommon senseที่ใครๆก็รู้กัน แต่ถามว่าเก่งขึ้นเนี่ย เก่งขึ้นแค่ไหน? เก่งขึ้นกว่าไม่ได้เรียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษอาจจะใช่ คือ ถ้านักเรียนคนนี้ทำทุกอย่างเหมือนเดิมตลอดการเรียน แล้วเรียนด้วยภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย ภาษาอังกฤษก็น่าจะดีกว่านักเรียนคนนี้เรียนหนังสือด้วยภาษาไทย ก็น่าจะใช่นะคะ

March 2013

เป็นคนไทยก็สนใจเรื่่องประเทศไทย ไม่ผิดสักหน่อย?

By |2013-03-02T06:51:17+07:00March 2nd, 2013|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , |

ตอนนี้เรียนปริญญาเอกอยู่ ปริญญาเอกเน้นวิจัย เราก็ต้องทำเรื่องที่ตัวเองสนใจใช่ไหม ปกติแล้วเวลาทำวิจัยเรื่องอะไร มักจะมีแนวโน้มที่จะเลือกทำเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทย หรือเอาไปประยุกต์ใช้กับเมืองไทยได้ เพราะเราอยากรู้อยากเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและเราก็อยากรู้ว่าอะไรที่จะเอาไปพัฒนาประเทศเราได้บ้าง แต่เราดันมาเรียนเมืองนอกอ่ะนะ ไม่ได้เรียนเมืองไทย คนส่วนมากเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าในประเทศเรามันเป็นยังไงบ้าง บางคนก็สงสัยว่าถ้าอยากทำเรื่องเมืองไทยทำไมไม่เรียนที่เมืองไทยซะเลย อ้าว เราก็อยากจะเอาความรู้ที่ประเทศอื่นเขาใช้กันมาพัฒนาประเทศตัวเองใช่ไหมล่ะ เราอยากนำวิธีความคิดของเขา มาลองใช้กับประเทศเราดูบ้างว่ามันจะทำให้เราคิดอะไรได้แตกต่างจากเดิมบ้างไหม ไม่ใช่ว่าความรู้ของเมืองไทยไม่ดีนะ ยิ่งเรียนเมืองนอกนานขึ้นเรื่อยๆยิ่งรู้สึกว่าการศึกษาบ้านเราก็มีอะไรที่ดีกว่าตั้งเยอะแยะ แต่ถ้าเราไม่ได้เรียนรู้เรื่องไกลตัวบ้าง มันก็คงจะก้าวหน้าได้ลำบากล่ะนะ ไม่รู้ว่าจะมีคนเข้าใจเยอะไหม แต่คนที่เป็นนักวิจัยเนี่ย เวลาอยากรู้เรื่องอะไรแล้วมันจะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในโลก เป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าศึกษาค้นคว้ามาก ทั้งๆที่คนทั่วๆไปมองแล้วจะงงว่า มันน่าสนใจตรงไหนอ่ะ เสียเวลาชัดๆ ซึ่งเราก็ไม่สนใจหรอกนะ เราแปลกแหละดีแล้ว จะได้ทำสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน แต่เวลาอยู่ในวงการวิชาการเนี่ย มันมีอย่างหนึ่งที่ต้องทำ คือ ต้องทำให้คนอื่นเขาเห็นให้ได้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เนี่ยมันสำคัญยังไง มันมีประโยชน์ยังไง ซึ่งเราก็เข้าใจระบบนะ เพราะการทำวิจัยมันเสียทั้งเงินทั้งเวลา ถ้ามันไม่มีความสำคัญ จะไปเสียเวลาเสียเงินทำไมกัน แต่เวลาอยู่ในที่ที่เห็นประเทศเราเป็นติ่งที่อยู่ตรงไหนก็ยังไม่รู้เนี่ย เวลาจะทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่ศึกษาจากประเทศเราหรือประเทศอื่นๆมันก็มีประโยชน์กับชาวโลกเหมือนกันนะ คือเขาให้ความสำคัญกับคนพิการ หรือนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนได้ โดยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นเรื่องดี แต่บางทีก็คิดว่าแปลกเหมือนกันที่ในทางกลับกัน การศึกษาสังคมที่มันต่างออกไป กลับมองว่าไม่มีประโยชน์ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปเอาความรักชาติมาจากไหน นักเรียนต่างชาติหลายๆคนเขาก็ไม่เห็นจะอยากศึกษาเรื่องเกี่ยวกับประเทศตัวเองเลย แต่เราอ่ะนะ นับวันยิ่งภูมิใจที่เป็นคนไทย และถึงแม้ว่าใครจะเห็นว่าประเทศเราไม่สำคัญ แต่เราเห็นว่าสำคัญแหละ และพยายามบอกกับตัวเองตลอดว่า

March 2012

เรียนภาษาแบบธรรมชาติ

By |2012-03-04T17:04:43+07:00March 4th, 2012|Categories: Food for Thoughts, เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , , , , |

เวลาที่เด็กๆเรียนภาษาเนี่ยซับซ้อนกว่าที่เราคิดกันเยอะนะคะ ปกติเรามักจะเข้าใจกันว่าเด็กเล็กๆเรียนภาษาจากการที่ได้ฟังซ้ำๆจนรู้เรื่อง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กๆจะแค่จำสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น แต่ยังมีการสังเกตและจับรูปแบบของภาษา เช่น อย่างภาษาไทย เราพูดว่า “แมวสีขาว” “หมาตัวใหญ่” พอได้ยินหลายๆครั้งในหลายๆประโยค ในสมองเด็กๆจะจับหลักได้ว่า เราจะนำคำขยายไปไว้ข้างหลังคำนาม แต่ว่าไม่ใช่ว่าเด็กๆจะตัั้งใจคิดจับหลักภาษาแบบรู้สึกตัวนะคะ มันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว บางครั้งกฏหรือหลักที่เด็กๆคิด ก็อาจจะผิด แต่พอเอามาใช้แล้วก็จะได้รับการแก้ไขจากคนที่โตกว่า ทำให้สมองเรามาปรับหลักภาษาที่เคยคิดเอาไว้ ให้ถูกต้องมากขึ้นเรื่อยๆ น่าทึ่งใช่ไหมคะ สมองคนเราเนี่ย เวลาเราเรียนแบบธรรมชาติก็มักจะเรียนแบบนี้ทั้งนั้น แต่พอมาเข้าโรงเรียน เราใช้วิธีกลับกัน คือ เอากฏมาสอนก่อน แล้วค่อยเอาไปใช้จนจำได้ (ลองคิดถึงเวลาที่เราเรียนเลข เรียนฟิสิกส์ หรือแม้แต่ภาษาอังกฤษในโรงเรียนดูซิคะ) ทุกวันนี้ครูม่อนก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมเราถึงเรียนแบบผิดจากธรรมชาติอย่างนั้น เท่าที่สันนิษฐานเอาก็คิดว่า ถ้าเรียนแบบธรรมชาติ ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการเจอประโยคเยอะๆ เจอคำเยอะๆ จนจับหลักได้ แต่ถ้าเอาหลักมาบอกเลย จะทำให้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าจะตรงแค่ไหน บางทีเราลองกลับไปเรียนแบบธรรมชาติกันบ้่างก็อาจจะดีไม่น้อยเลย

February 2012

ผู้ใหญ่ก็เรียนคำศัพท์ได้เร็วเหมือนเด็กๆ

By |2012-02-29T11:29:42+07:00February 29th, 2012|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

วันนี้อ่านบทความวิชาการได้เรื่องน่าสนใจมาอันหนึ่ง คือ นักวิจัยพบว่ายังไม่มีหลักฐานอะไรที่มายืนยันว่าเด็กเรียนคำศัพท์ได้เร็วกว่าผู้่ใหญ่ ผู้เขียนกล่าวว่า ถ้าให้ผู้ใหญ่ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นภาษาใหม่ ได้ฟังได้พูดภาษานั้นตลอดเวลา เหมือนตอนที่เด็กๆเรียนภาษาแม่ ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนศัพท์ได้เร็วไม่แพ้เด็กๆเหมือนกัน แต่ที่เรามักจะคิดกันว่าผู้ใหญ่เรียนศัพท์ได้น้อย ก็เพราะว่าปกติแล้วพอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย จำนวนคำที่เราเรียนรู้แต่ละคำจะลดลง ปกติแล้วเด็กๆตั้งแต่ 16 เดือนจะเรียนได้อย่างน้อยวันละสิบคำแล้วจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ แต่พอเราเป็นผู้ใหญ่ เราก็เห็นว่าตัวเองไม่ได้เรียนรู้ศัพท์อะไรใหม่ทุกๆวัน ผู้เขียนให้เหตุผลว่า คำศัพท์มันไม่มีให้เรียนแล้วต่างหาก หมายถึงว่า ในชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่ไม่ค่อยได้เจอคำใหม่ๆเลยไม่ได้เรียนรู้ ต่างกับเด็กๆที่ทุกๆวันเจอศัพท์ใหม่ๆเป็นสิบเป็นร้อยคำค่ะ แหงล่ะ มีนักวิชาการบางคนที่ไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าเด็กมีกลไกบางอย่างที่ทำให้เรียนได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ (ในบทความนี้เน้นว่าเฉพาะการเรียนคำศัพท์นะคะ ไม่เกี่ยวกับอย่างอื่น เพราะบางอย่างเช่น สำเนียงนั้น เด็กๆได้เปรียบกว่าอยู่แล้วค่ะ) แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ทำให้เราได้คิดนะคะว่า ถ้าเราลองเอาศัพท์ภาษาที่เราอยากเรียนมาอยู่รอบตัว ให้เราได้ฟัง ได้อ่าน ได้พูดบ่อยๆ เราก็คงเรียนได้ไม่แพ้เด็กๆเหมือนกัน   อ้างอิง: Bloom, P. (2001). Precis of "How children learn the meanings of words". Behavioral and Brain Sciences, 24,

วิธีทำให้เก่งรอบด้าน

By |2012-02-06T04:24:18+07:00February 6th, 2012|Categories: Food for Thoughts, เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , , , |

ถึงแม้ว่าความเชี่ยวชาญในด้านนึง จะไม่ได้ทำให้เชี่ยวชาญในอีกด้านนึงเสมอไป แต่เราก็คงเคยเห็นคนที่เรียนหนังสือเก่งๆ แล้วมักจะไม่ได้เก่งวิชาเดียว  แต่เก่งเกือบทุกวิชา ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ? Metacognition เป็นทักษะทั่วไป(ไม่เฉพาะสาขา) ที่เราใช้ในการเรียนหรือการแก้ปัญหา เช่น ทักษะในการหาข้อมูลแล้วนำมาตอบปัญหา ทักษะในการวัดและปรับความสามารถของตัวเอง ทักษะในการที่รู้ว่าตัวเองเรียนได้ดีแบบไหน เป็นต้น คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง ก็อาจจะมีทักษะ metacognition อยู่เยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ช่วยให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆได้ ถ้าให้คนคนนี้ไปเริ่มเรียนสาขาใหม่ พร้อมกับคนที่ไม่เคยฝึก metacognition หรือไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาอะไรเลย  กรณีอย่างนี้ คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาหนึ่งมาก่อนก็จะได้เปรียบกว่าตรงนี้คะ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเก่งในด้านใหม่นี้เลยนะคะ ยังไงก็ต้องเรียนเพิ่มความรู้อยู่ดี) เพราะอย่างนี้ เลยเห็นหลายๆคนเก่งได้ในหลายวิชา ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้นำทักษะ metacognition ที่ใช้ในสาขาหนึ่ง ไปใช้กับการเรียนสาขาอื่นๆคะ