writing

July 2019

Paragraph Structure โครงสร้างย่อหน้า

By |2019-07-02T02:30:29+07:00July 2nd, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

ย่อหน้า (paragraph) ที่ดีต้อง มีใจความหลัก 1 เรื่องเท่านั้น สั้นกระชับ (concise) ไม่ออกนอกเรื่อง ทุกปยต้องเกี่ยวข้องกับใจความหลัก สูตรโครงสร้างย่อหน้าที่ดี   (คำเชื่อม)+ใจความหลัก 1 เรื่อง+รายละเอียดของใจความหลัก   หมายเหตุ : คำเชื่อมจะมีหรือไม่มีก็ได้แล้วความเหมาะสม จากประสบการณ์ที่เป็นนักเรียนเองและที่สอนนักเรียนต่างชาติ ครูม่อนพบว่า ปัญหาที่เจอมากที่สุดคือเขียนหนึ่งย่อหน้าแล้วมีใจความหลักมากกว่าหนึ่งเรื่อง แบบนี้จะทำให้คนอ่านงงได้ ทำให้เขาตามไอเดียของเราไม่ได้ชัดเจน คำแนะนำอันหนึ่งของครูม่อนคือ ถ้าอยากเขียนให้เก่ง ทริคที่ช่วยได้มากคือให้เขียนหนึ่งย่อหน้าให้มีเรื่องเดียวเท่านั้น แค่นี้งานเขียนเราจะดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

June 2019

ใช้ indirect questions

By |2019-06-26T08:35:54+07:00June 26th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

ปกติเวลาเขียนบางที เราจะใช้ประโยคคำถามมาเขียนเพื่อให้คนอ่านคิดตาม แต่เวลาเขียนเชิงวิชาการ เราจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยคคำถามเท่าไหร่ มักจะเปลี่ยนให้เป็น indirect question มากกว่า Why has antibiotic resistance increased? Many researchers have investigated this issue. ทำไมถึงการดื้อยาของยาปฏิชีวินะถึงเพิ่มสูงขึ้น? นักวิจัยหลายคนได้ศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งจะอ่านดูแล้วไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไหร่ เหมือนภาษาพูดมากกว่า เราก็จะเปลี่ยนเป็น indirect question แทน Many researchers have investigated why antibiotic resistance has increased. นักวิจัยหลายคนได้ศึกษาว่าทำไมการดื้อยาของยาปฏิชีวินะถึงเพิ่มสูงขึ้น แบบนี้ก็จะเป็นทางการมากกว่าค่ะ ถ้าเราได้ลองอ่านบทความทางวิชาการดู ลองสังเกตดูนะคะว่าเขามักจะไม่นิยมใช้ประโยคคำถาม แต่จะใช้ indirect question แทนค่ะ

Verb Tense Consistency เลือกใช้ tenseใน academic writingให้ถูกต้อง

By |2019-06-15T05:03:06+07:00June 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , , |

ปกติเวลาเราเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ เราก็จะฝึกการใช้tenseตามเวลา ว่า อดืต ปัจจุบัน หรืออนาคต สำหรับacademic writing ก็จะคล้ายๆกัน ตามนี้ค่ะ Present Tense ใช้สำหรับ • Introducing a topic with a general statement การเริ่มแนะนำtopicด้วยประโยคกว้างๆ • Making statements about what is currently true การเขียนถึงประโยคที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นจริงเสมอ Past Tense ใช้สำหรับ • Reporting another’s completed research การรายงานงานวิจัยหรืองานเขียนคนอื่นที่ทำเสร็จแล้ว • Describing completed methods and data การอธิบายวิธีและข้อมูลงานวิจัยที่ทำเสร็จแล้ว Present Perfect Tenseใช้สำหรับ • Describing a past situation

May 2019

สูตรการเขียนสรุปว่าคนเขียนเห็นด้วยกับบางอย่าง (expressing agreement)

By |2019-05-17T06:06:51+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

สำหรับการเขียนสรุปว่าคนเขียน A เห็นด้วยกับคนเขียน B สามารถใช้  template อย่างนี้ค่ะ The authors of this paper agree with Smith (2010) that _____. ผู้เขียนบทความนี้เห็นด้วยกับสมิธ(2010)ว่า ______ Verbs ที่ใช้ได้ Confirm ยืนยัน Reaffirm ยืนยันอีกครั้ง Support สนับสนุน Verify พิสูจน์ อย่าลืมว่าแต่ละ verb นั้นก็มีวิธีการใช้ต่างกันนะคะ อย่าลืมเช็คกับดิกชันนารีด้วยว่าต้องใช้ยังไง ใช้กับ preposition ไหน

สูตรการเขียนสรุป Summarizing

By |2019-05-17T06:02:43+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

สูตรการเขียนสรุป Summarizing He/she demonstrates that _____ . เขาแสดงและพิสูจน์ว่า  ______ . Verb  ที่มาใช้ในการสรุปได้ Argue โต้เถียง Assert ยืนยัน Believe เชื่อ Claim อ้าง Emphasize เน้น Report รายงาน Show  แสดง Suggest แนะนำ แน่นอนว่าแต่ละคำก็จะมีความหมายต่างกัน เราต้องดูด้วยว่าความหมายตรงตามที่เราอ่านมาหรือไม่ค่ะ

Avoid Absolute Words

By |2019-05-17T05:57:24+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , |

Absolute words คือ คำที่มีความหมายแบบแน่นอน ฟันธง ซึ่งเราจะพยายามไม่ใช้ในการเขียนวิชาการเพราะความหมายมักจะผิดได้ง่าย คราวที่แล้วแนะนำ template ไป อยากให้มาสังเกตกันด้วยว่า template นั้นมีจุดที่สำคัญคือ จะไม่ใช้คำที่เป็น absolute เช่น all, always, never, none, only, every, mustและคำอื่นๆที่ความหมายคล้ายกัน Many people assume that _______ . หลายๆคนเชื่อว่า _____ Everyone assumes that ____ ทุกคนเชื่อว่า _____ Q: อันไหนดีกว่ากัน? A: อันแรกค่ะ เพราะว่าอันที่สองคนอื่นจะโต้แย้งได้ว่า ทุกคนเชื่ออย่างนี้เหรอ? ไม่จริงหรอก Many people assume that video games cause teenage violence. Everyone assumes that

สูตรการเขียน Introducing Common Views

By |2019-05-17T05:51:19+07:00May 17th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

การเขียนเชิงวิชาการนั้นมักจะต้องการให้เราเริ่มต้นจากการพูดถึงความรู้ที่มีอยู่แล้วก่อน จากนั้นเราถึงจะพูดถึงความเห็นของเรา มี template หลายอันที่เรานำมาใช้ได้ค่ะ Many people assume that _______ . หลายๆคนเชื่อว่า _____ It is often said that ______ . เป็นที่พูดกันว่า  ____ Common sense seems to dictate that _____ . คอมมอนต์เซ้นส์เหมือนจะสรุปว่า _____ Conventional wisdom has it that ____ . ความรู้และปัญญาทั่วๆไปบอกว่า _______ แล้วตามด้วยความรู้ความเชื่อปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียนถึง เริ่มจากการใช้  template ก่อน แล้วค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พออ่านเยอะๆขึ้นเราก็จะสะสมpatternวิธีการเขียนได้มากขึ้น แล้วก็จะเขียนได้เองโดยไม่ต้องคอยใช้ template ค่ะ Q: การใช้ template ถือเป็นการ plagirism

ถ้าอาจารย์ใช้คำนี้ในเลคเชอร์ แต่ทำไมเราใช้ในงานเขียนไม่ได้ ?

By |2019-05-03T01:34:07+07:00May 3rd, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าภาษาพูดกับเขียนนั้นต่างกัน ซึ่งอันนี้ก็จริงในacademia(ทางวิชาการ)ด้วยเหมือนกัน เวลาอยู่ในเลคเชอร์หรือสัมมนา เราอาจจะได้ยินอาจารย์ใช้คำที่ไม่เป็นทางการ เช่น stuffs, a bit, a bunch of  เป็นต้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาคำพวกนี้มาใช้ในงานเขียนได้นะคะ เวลาเขียนเราต้องใช้คำที่เป็นทางการอยู่ดีค่ะ คือไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันอยู่ทุกวัน หรือภาษาอังกฤษเชิงวิชาการก็มีแยกเป็น ภาษาพูดกับภาษาเขียน ดังนั้น ภาษาพูดทางวิชาการก็ยังมีความแตกต่างจากภาษาเขียนอยู่ดี ภาษาพูดทางวิชาการ โดยเฉพาะในห้องเรียนหรือการประชุมกลุ่มย่อยนั้น จะต่างกับภาษาเขียนตรงที่ 1. Loosely-structured (โครงสร้างหละหลวม) คือ เป็นภาษาพูดก็อาจจะวนไปวนมาบ้าง เป็นเรื่องปกติ ยกเว้นการพูดในวิชาการแบบเป็นทางการในการประชุมใหญ่ๆซึ่งคนพูดก็จะมีการเตรียมตัวมาดี ในกรณีนั้นก็จะมี structureที่ดีหน่อย 2. Assuming shared context and common background ภาษาพูดทุกแบบจะมีการ assume หรือทึกทักเอาว่าคนฟังมีbackgroundคล้ายๆคนพูด คือ ก็อยู่ที่เดียวกันคุยเรื่องเดียวกันก็จะมีการละเว้นคำ หรือประโยค โดยถือว่าคนฟังคงเข้าใจเพราะว่าคุยกันเอง แล้วก็ถ้าคนฟังไม่เข้าใจจริงๆก็สามารถถามได้ แต่เวลาเราเขียน เราต้องตระหนักไว้ว่าคนอ่านไม่รู้ว่าbackgroundหรือcontextเราเป็นแบบไหน และก็ไม่สามารถถามได้ทันทีถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ฉะนั้นคนเขียนต้องเขียนให้ละเอียดเพื่อให้คนอ่านเข้าใจชัดเจนค่ะ 3. No revision คือ เวลาพูดนั้น