หลักการพัฒนาตัวเอง

August 2019

I keep on making what I can’t do yet in order to learn to be able to do it.

By |2019-08-14T12:58:52+07:00August 14th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , , , |

ความผิดพลาดอันนึงที่ครูม่อนทำก็คือ หยุดเรียนเพิ่มตอนที่ภาษาอังกฤษดีแล้วในระดับนึง ตอนนั้นก็คือตอนที่อยู่จุฬา คือตอนที่อยู่มอปลายตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมาก พลิกจากห่วยเป็นเก่งเลย แต่พอเข้าจุฬาได้แล้ว ก็ไม่ค่อยได้เรียนเพิ่ม ก็เรียนหมอก็ยุ่งด้วย แต่จริงๆคือ รู้สึกว่าไม่รู้จะเรียนเพิ่มไปทำไหม เราก็สอบได้คะแนนดี อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็ได้แล้ว สื่อสารกับคนอื่นก็ได้แล้ว เลยไม่ค่อยได้สนใจเรียนอะไรที่มันยากขึ้นเท่าไหร่ คือ ก็ฝึกใช้เท่าที่รู้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้พยายามทำอะไรที่ยังไม่เคยทำได้ เช่น อ่านacademic paper, เขียนนิยาย, academic writing อะไรพวกนี้ พอตอนเรียนฮาร์วาร์ดเลยรู้เลยว่ามีอะไรอีกเยอะที่เราต้องฝึก คือ ก็รู้นะว่าตอนนั้นwritingเรายังไม่ดีพอ แต่มันไม่รู้จะฝึกยังไง แล้วก็ท้อแท้ด้วย เพราะว่ามันยากอ่ะ แต่พอมามองย้อนกลับไปจากตอนนี้ ก็รู้นะคะว่าอะไรที่เรายังไม่เก่งมันก็ยากทั้งนั้นแหละ ที่สำคัญคือ Never give up พอไว้เป็นอุทาหรณ์นะคะว่าบางทีอะไรที่มันง่ายไปสำหรับเราแล้ว อาจจะถึงเวลาที่เราต้องก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งแล้วเหรอเปล่า ทุกวันนี้ข้อมูล ตัวช่วยในการเรียนในการพัฒนาตัวเองนั้นมีเยอะ เรียนไว้ฝึกไว้เยอะๆค่ะ โดยเฉพาะภาษาเนี่ยเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา ถ้าเราคิดว่าเรามีเป้าหมายที่แน่นอน อยากจะไปเรียนไปทำงานเมืองนอกหรืออยู่ไทยแต่ทำงานที่ต้องใช้ภาษาเยอะๆ ฝึกไว้เลยค่ะ จำไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ก็ยังเก่งได้ขึ้นอีกเสมอค่ะ  

April 2019

สร้างความเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษ Build your English-learning identity

By |2019-04-19T05:16:36+07:00April 19th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

ถ้าอยากจะเก่งอังกฤษ ต้องสร้าง identity (ความเป็นตัวเรา) ว่าเราเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษ Identity เป็นคอนเซ็บที่ซับซ้อน แต่เอาง่ายๆในที่นี้ว่าหมายถึง ความเป็นตัวเรา นั่นเอง คนเราแต่ละคนมีidentityหลายอย่างหลายด้าน เช่น เป็นลูกที่ดี เป็นคนตรงเวลา เป็นคนชอบเที่ยว หรือแม้เป็นคนเกลียดเรียนภาษาอังกฤษ หรือเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษ แม้แต่ในเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ เราก็ยังมีidentityละเอียดลงไปอีกได้ เช่น เป็นคนพูดอังกฤษเก่งแต่เขียนไม่เก่ง เป็นต้น คนที่จะเก่งภาษาอังกฤษมักจะมีidentityที่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ identityจะเป็นตัวไกด์การกระทำ พอเราเชื่อว่าเราเป็นคนที่ชอบเรียนภาษาอังกฤษเราก็จะทำกิจกรรมที่เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัว เช่น ว่างๆเราก็เลือกอ่านmagazineภาษาอังกฤษ หรือฟังTED talk ภาษาอังกฤษ เป็นต้น  พอการเรียนภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของidentityแล้ว เราไม่ต้องบังคับตัวเองมากเราก็จะอยากเรียน ทีนี้เราจะทำยังไงให้identityเราเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษล่ะ ทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับidentityที่เราต้องการสร้าง ซึ่งในเรื่องของเราก็คือ การเรียนการฝึกภาษาอังกฤษนั่นเอง ทุกครั้งที่เราเลือกอ่านหนังสือหรือฟังเพลงภาษาอังกฤษ ก็เป็นการโหวตให้identityใหม่ ถ้าเราทำหลายๆครั้งก็โหวตหลายๆครั้ง เราไม่จำเป็นต้องเลือกทำกิจกรรมภาษาอังกฤษทุกครั้งที่มีโอกาส แค่ให้ได้โหวตมากกว่าไม่ทำก็พอ มันจะเป็นวงจรค่ะ ตั้งใจเลือกทำ --> โหวตให้ identity ใหม่  -->  identityใหม่แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ -->ได้ identity ใหม่ --> ทำกิจกรรมมากขึ้นเอง

January 2013

บางทีก็ต้องยอมรู้สึกโง่บ้าง ถึงจะฉลาดขึ้นนะ

By |2013-01-24T11:12:41+07:00January 24th, 2013|Categories: ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , , |

เทอมนี้คิดอยู่นานมากว่าจะลงเรียนวิชาอะไรดี สุดท้ายได้ไปลงวิชาที่ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปเรียน (ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึึงได้ไปลงเนี่ย อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ) ลงไปแล้วที่มหาวิทยาลัยก็ให้เวลาสองอาทิตย์ในการตัดสินใจ ถ้าจะดร็อปก็ดร็อปได้โดยไม่ติด W  วิชานี้เป็นวิชาที่เราสนใจนะ แต่เราไม่มีพื้นฐานอะไรสักนิดเลย บางเรื่องคุยกันในห้องแล้วเราก็แทบจะไม่รู้เลยว่าพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ แต่เราอยากรู้อ่ะ อยากรู้ก็ต้องเสี่ยงกันหน่อยใช่ไหม คะแนนจะดีไม่ดีก็ไม่รู้เหมือนกัน จะผ่านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่ก็ขอลองสักหน่อยแล้วกันนะ พอผ่านช่วงที่เขาให้ดร็อปไปได้แล้วก็มีมาแอบคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า สงสัยเราจะคิดผิดอ่ะ แต่เรียนๆไปก็รู้ว่าสนุกมากๆเลย ถึงแม้เราจะไม่รู้เรื่องซะส่วนมาก แต่ก็เพราะว่าเราไม่รู้นั่นแหละ เลยทำให้เรียนสนุก เพราะเราได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะแยะเลย พอกลับมานั่งคิดกับตัวเอง ในฐานะที่เป็นคนแนะนำให้ใครๆไปเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่บางทีเราเองก็กลับลืมไปเหมือนกันนะ ในบางทีเวลาที่งานเราเยอะๆ เวลาที่มีอันนู้นอันนี้ที่เราต้องทำตลอดเวลา เรากลับลืมไปเหมือนกันว่าจริงๆแล้วเราเองก็มีสิทธิ์เลือกอะไรให้ตัวเองเหมือนกัน จากประสบการณ์การเรียนที่ผ่านมาหลายที่ ทำให้รู้ว่า ถึงแม้ว่าจะได้เกรด B แทน A แต่ถ้าเราทำใจให้กว้างไว้ เราอาจจะได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำและบางทีก็อาจจะถึงกับเปลี่ยนชีวิตเราก็ได้นะ

March 2012

นิยามของความสำเร็จ: จากหนึ่งถึงร้อยต้องทำได้เท่าไหร่

By |2012-10-01T16:34:01+07:00March 31st, 2012|Categories: Food for Thoughts, ฟังเสียงหัวใจ เลือกอะไรที่ใช่เรา|Tags: , , , |

ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ว่า จากหนึ่งถึงร้อย เราทำได้เท่าไหร่ คนที่เดิมเขาทำได้เก้าสิบห้าอยู่แล้ว พอทำได้ร้อย ก็มีคนยกย่องเต็มไปหมด แต่ในใจ ได้รู้สึกไหมว่าเป็นความสำเร็จ ถ้าเราเริ่มจากศูนย์ ไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีปัญญาทำได้มากกว่าครึ่ง แล้ววันนี้เราทำได้ หกสิบ เราจะภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง หรือน้อยเนื้อต่ำใจว่า เราทำไม่ได้ร้อยเหมือนคนอื่นเขา ก็อยู่ที่ใจเราเอง

ความสุขจากความสำเร็จ

By |2012-10-01T16:34:02+07:00March 30th, 2012|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , |

บ่อยครั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ทำให้เราหลงลืมไปว่าความสุขและความสำเร็จที่แท้จริงมาจากไหนกันแน่ เคยอยู่หรอกที่เราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ด้วยความหวังที่จะให้ตัวเองเก่งขึ้น เป็นคนดีขึ้น มีความสุขขึ้น โดยไม่ได้จะไปเปรียบเทียบกับใคร แต่หลายๆครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมมันตอกย้ำให้เราเชื่อมั่นว่า ถ้าเราไม่ได้ประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น หรือถ้าเราไม่ได้มีความสุขมากกว่าคนอื่น แล้วเราก็ล้มเหลว ลองนึกย้อนดูจริงๆจะเห็นว่า แม้แต่ตอนที่เราทำในสิ่งที่คนอื่นเขาเห็นว่าประสบความสำเร็จ เราก็ไม่ได้มีความสุขหรือรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จกว่าคนอื่นหรอก แต่เรารู้สึกดี เพราะว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้ต่างหาก เพราะว่าเราได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จนได้ทำในสิ่งที่เราฝันไว้ เมื่อเริ่มต้นใหม่ บนหนทางที่ดูยาวไกล หนทางที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและแข่งขัน มันทำให้เราลืมไปว่า ความสุขและความภูมิใจจากความสำเร็จ ไม่ได้มาจากการเอาชนะคนอื่น แต่มาจากการที่เราชนะใจตัวเองได้ต่างหากล่ะ

เป็นนักเรียนก็ต้องรู้สึกโง่บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

By |2012-03-13T07:33:47+07:00March 13th, 2012|Categories: Food for Thoughts, เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , , |

เวลาที่เรียนหนักๆ เดี๋ยวก็มีงานนู่น ควรส่งอันนี้ อาจารย์จะให้ส่งเดี๋ยวนี้ แลปก็ยังไม่เสร็จ พออะไรๆมันรุมเร้าเข้ามาเยอะๆ รู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นจมเลย แต่ได้อ่านบทความให้ข้อคิดที่ดีมากว่า เวลาเราเป็นนักเรียนเนี่ย รู้สึกโง่ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ก็เพราะเรามาเรียนนี่หน่า เป็นนักเรียนก็ต้องรู้สึกอย่างนี้เป็นธรรมดา ถ้ารู้หมดแล้วจะมาเรียนทำไมล่ะ ซึ่งก็จริงแหละนะ พอเรียนสูงๆเข้า มักจะลืมไปว่าเราเป็นนักเรียน เพราะใครๆจะบังคับผลักดันให้เราทำงานให้ดี ให้เก่งเลิศ เราก็คิดว่าจะต้องทำให้ได้แบบนั้นเสมอไป แต่จริงๆแล้ว ไม่ว่าใครก็ทำไม่ได้ดีหมดทุกอย่างหรอก เพราะอย่างนี้ถึงได้มาเรียนอยู่นี่ไง  คิดแบบนี้แล้วก็คงรู้สึกดีขึ้นบ้างนะ ว่าจริงๆแล้วเรากำลังอยู่ในช่วงการเรียนรู้ เป้าหมายไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างได้ให้ดีเลิศ แต่คือ ทำให้ดีขึ้นกว่าที่เราเคยทำต่างหากล่ะ ข้อคิดอีกอย่างที่ได้ก็คือว่า การที่เราเป็นนักเรียน ก็เพราะเราสมควรจะได้เรียน เรามีความสามารถเพียงพอที่จะมาเรียน ณ จุดนี้ได้ และที่สำคัญคือ เราเป็นคนจ่ายเงินเพื่อมาเรียน ไม่ว่าจะใช้เงินตัวเองหรือทุน มันก็เป็นเงินของเราทั้งนั้น เราเป็นคนจ่าย เพื่อมาเรียน ทำไมเราไม่ทำตัวเหมือนเวลาที่เราซื้อของ พอเราจ่ายเงินไปแล้วเราก็จะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด การเรียนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เราจ่ายเงินมาเรียน อะไรที่เราอยากเรียนก็เรียนให้เต็มที่ ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า อยากถามอะไรก็ถาม อยากได้ความช่วยเหลือก็ขอ ในทางกลับ อะไรที่ไม่ได้อยู่ในเป้าหมายของเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องไปโดนกดดันแล้วก็ฝืนทำทั้งๆที่ไม่จำเป็น อย่างเราซื้อโทรศัพท์มือถือมา แล้วมันฟังวิทยุได้ แต่เราไม่ได้อยากฟัง เราต้องไปฝืนมันไหม  เราอยากใช้อะไร

February 2012

วิธีทำให้เก่งรอบด้าน

By |2012-02-06T04:24:18+07:00February 6th, 2012|Categories: Food for Thoughts, เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , , , |

ถึงแม้ว่าความเชี่ยวชาญในด้านนึง จะไม่ได้ทำให้เชี่ยวชาญในอีกด้านนึงเสมอไป แต่เราก็คงเคยเห็นคนที่เรียนหนังสือเก่งๆ แล้วมักจะไม่ได้เก่งวิชาเดียว  แต่เก่งเกือบทุกวิชา ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ? Metacognition เป็นทักษะทั่วไป(ไม่เฉพาะสาขา) ที่เราใช้ในการเรียนหรือการแก้ปัญหา เช่น ทักษะในการหาข้อมูลแล้วนำมาตอบปัญหา ทักษะในการวัดและปรับความสามารถของตัวเอง ทักษะในการที่รู้ว่าตัวเองเรียนได้ดีแบบไหน เป็นต้น คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง ก็อาจจะมีทักษะ metacognition อยู่เยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ช่วยให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆได้ ถ้าให้คนคนนี้ไปเริ่มเรียนสาขาใหม่ พร้อมกับคนที่ไม่เคยฝึก metacognition หรือไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาอะไรเลย  กรณีอย่างนี้ คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาหนึ่งมาก่อนก็จะได้เปรียบกว่าตรงนี้คะ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเก่งในด้านใหม่นี้เลยนะคะ ยังไงก็ต้องเรียนเพิ่มความรู้อยู่ดี) เพราะอย่างนี้ เลยเห็นหลายๆคนเก่งได้ในหลายวิชา ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้นำทักษะ metacognition ที่ใช้ในสาขาหนึ่ง ไปใช้กับการเรียนสาขาอื่นๆคะ

January 2012

เป็นอัจฉริยะจากการฝึกทำปริศนาปัญหาเชาวน์ (puzzle)- (2)

By |2012-01-30T12:58:11+07:00January 31st, 2012|Categories: Food for Thoughts, เทคนิคการเรียน|Tags: , , , , , , , |

ก่อนที่จะเฉลยปัญหาครั้งที่แล้ว ครูม่อนจะขอทวนความจำที่ได้เขียนแนะนำเรื่องผู้เชี่ยวชาญ(expert)และมือใหม่(novice)เอาไว้แล้ว การเรียนนั้นก็คือการเปลี่ยนจากมือใหม่ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ โดยที่ความแตกต่างระหว่างมือใหม่และผู้เชี่ยวชาญนั้น ไม่เพียงแต่ปริมาณความรู้้ในสาขาเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การจัดระบบข้อมูลในสาขานั้นๆด้วย สิ่งต่อมาที่เราต้องคำนึงถึงก็คือ transfer คือการนำเอาความรู้้ที่มีอยู่ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ (จะเป็นในสาขาหรือต่างสาขาก็ได้) ถามว่า คนที่เก่งในเรื่องหนึ่ง จะต้องเก่งในอีกเรื่องหนึ่งหรือเปล่า ลองคิดจากคนที่เรารู้จักก็ได้นะ ถ้าคนเก่งเลขจะเก่งภาษาด้วยไหม เซียนชีวะจะเก่งสังคมด้วยหรือเปล่า แค่เราลองคิดดูง่ายๆอย่างนี้ ก็รู้แล้วว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเลย คนที่เก่งในสาขาหนึ่งก็เพราะเขามีความรู้และประสบการณ์ในสาขานั้นเยอะ แต่ถ้าเขาไม่ได้มีความรู้ในสาขาอื่นอย่างเพียงพอเขาก็ไม่ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในอีกสาขาหรอกคะ แต่เราต้องยกเว้นกรณีที่เป็นต่างสาขาก็จริง แต่มีหลายอย่างที่ใช้ความรู้และระบบความคิดร่วมกัน เช่น คนเก่งฟิสิกส์ ก็มักจะเก่งเลขด้วย เพราะมีส่วนที่นำมาใช้ด้วยกันได้ คนที่เก่งภาษาหนึ่งก็มักจะเรียนภาษาอื่นที่ใกล้เคียงกันได้ไม่ยากเพราะมีคำและหลักภาษาคล้ายๆกัน กลับมาที่ปัญหาของเรากันคะ ถามว่าการวางแผนในหมากรุก กับการวางแผนปัองกันเมืองนั้น มีความรู้ส่วนที่เหมือนกันเยอะหรือเปล่า ถ้าเป็นเมืองเรา เราจะวางใจให้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องทหาร เรื่องพลเมือง มาจัดการเมืองหรือเปล่า อันนี้ก็แล้วแต่สติปัญญาของแต่ละคนแล้วนะคะ (แต่จะว่าไปเราก็เห็นอยู่เยอะนะที่เอาคนเก่งด้านนึง ไปบริหารอีกกระทรวงนึง ไม่รู้ว่าเอาเหตุผลอะไรมาอ้างเนอะ)