ครูม่อน

About ครูม่อน

This author has not yet filled in any details.
So far ครูม่อน has created 216 blog entries.

November 2019

สองข้อควรระวังในการใช้ determiners and articles (a,an,the)

By |2019-11-15T12:10:35+07:00November 15th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

เรื่องที่มักจะผิดกันเยอะก็คือ การใช้ articles (a,an,the) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าภาษาไทยเราไม่มีเรื่องนี้ ไม่ต้องมีคำมาบ่งบอกว่าเป็นคำนามเฉพาะ หรือไม่เฉพาะเจาะจง ครูม่อนคิดว่าเข้าใจแต่ articles ไม่พอ ต้องเข้าใจ determiners ด้วย   Determiners คือ คำชนิดหนึ่งที่จะอยู่หน้า noun  Articles (a,an,the) เป็น determiners ชนิดหนึ่ง     ชนิดของ Determiners Indefinite articles: a, an  บอกความไม่เฉพาะเจาะจง Definite articles: the  บอกความเฉพาะเจาะจง Demonstratives: this, that, these, those  บอกว่าอันไหน Possessive: adjective (my, his, their, etc.) or noun (Sally’s, my mother’s, etc) บอกว่าของใคร Quantity

หัดใช้ academic writing templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ

By |2019-11-13T04:26:01+07:00November 13th, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , , |

Academic Writing Templates หัดใช้ templates ช่วยเขียนเชิงวิชาการ วิธีการใช้ templates  ให้เป็น model ค่ะ คือ ให้ดู structure ของ template แล้วเปลี่ยนเป็นคำและเนื้อหาที่เหมาะสมกับงานของเรา ง่ายๆคือใช้เป็น inspiration ค่ะ ปกติเราก็จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าsynonymsมีอะไรบ้าง เราก็เอามาใช้แทนในtemplateได้ ประโยชน์สำคัญของ templates ก็คือ เวลาเขียน เราจะได้นึกออกเร็วขึ้นค่ะ ปกติเวลาเขียน บางทีมันนึกไม่ออกว่าจะใช้คำว่าอะไร จริงๆเรารู้นะว่าจะเขียนอะไร แต่บางทีมันนึกคำไม่ออกนึกประโยคไม่ออกจริงๆ การที่เรามี templates ที่เราสะสมไว้ จะทำให้เราเขียนได้เร็วขึ้นเยอะค่ะ  ข้อแนะนำเพิ่มเติม นอกจากใช้ templates และ models ตามนี้แล้ว ครูม่อนยังแนะนำให้รวบรวม phrases ที่เราอ่านเจอในpaper ของสาขาเราด้วยค่ะ เพราะว่าในแต่ละสาขาจะมีการเขียนที่แตกต่างกันบ้าง ถ้าเราหัดสังเกตและจดphrases ที่เราอ่านเจอ เวลาเราจะเขียนเราก็จะได้ style ที่เหมาะกับสาขาเราค่ะ   Establishing a research

จะตั้งเป้าหมายให้ดี ต้องมีทั้ง outcome และ action

By |2019-11-05T06:37:19+07:00November 5th, 2019|Categories: เทคนิคการเรียน|Tags: , , , |

เป้าหมายสามารถตั้งได้สองแบบด้วยกัน Outcome goals คือ ผลลัพธ์ที่อยากได้ Action goals คือ การกระทำของเรา ปกติแล้วเรามักจะตั้งเป้าหมายกันโดยเน้น outcome goals คือว่าอยากได้อะไร หลายๆคนคงจะเคยเรียนมาว่าให้ตั้งเป้าหมายแบบ SMART (specific, measurable, achievable, relevant, and time-based) เช่น สอบ TOEFL เดือนหน้าให้ได้ 100 คะแนนขึ้นไป เทอมหน้าให้ได้เกรด 3.50 ขึ้นไป ซึ่งเป้าหมายแบบนี้ก็ดีแต่ว่ามันมีปัจจัยอื่นๆที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น  วันสอบเราอาจจะป่วย หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สอบให้เสียงฟังไม่ชัด  อาจารย์ไม่ชอบเรื่องที่เราเขียนโดยไม่มีเหตุผล หรือ ข้อสอบออกไม่ตรงกับที่เราอ่าน  ถ้าเราตั้งแต่outcome goals เราก็จะผิดหวังหมดกำลังใจได้ว่าเราพยายามแล้ว ทำไมไม่ต้องอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ฉะนั้นจะให้ดี ลองตั้ง action goals ด้วย คือ เป้าหมายของการกระทำของเราเอง ซึ่งก็ใช้หลัก SMART ได้เหมือนกัน เช่น เพื่อเตรียมสอบ TOEFL ฉันจะทำแบบฝึกหัดวันละ 

Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery.

By |2019-11-05T04:54:40+07:00November 5th, 2019|Categories: Food for Thoughts, เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , |

"Do you know what a foreign accent is? It’s a sign of bravery." "คุณรู้ไหมว่าสำเนียงต่างชาติคืออะไร? มันคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ" - Amy Chua   หลายๆคนไม่กล้าพูดเพราะว่าสำเนียงไม่ดี ครูม่อนเองก็เคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอไปเรียนต่อ ไปอยู่ในสังคมเขาจริงๆ จะรู้เลยว่าเรื่องสำเนียงนั้นเป็นรองกว่าเนื้อหาเยอะ คนทั่วๆไปจะไม่ judgemental ไม่ตัดสินเราจากสำเนียง แต่จะรับฟังสิ่งที่เราอยากจะพูด เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลว่าสำเนียงเราไม่เหมือนเจ้าของภาษาเป๊ะๆ ถ้าเขาฟังรู้เรื่องก็พอแล้ว อย่าลืมว่าถ้าเขาฟังไม่รู้เรื่องเราก็ยังพูดซ้ำยังอธิบายได้ ฉะนั้นอย่าไปกลัวค่ะ พูดไปเลย    มาเรียนwritingด้วยกันฟรี ที่ Facebook group "English writing made easy - ชมรมฝึกเขียนภาษาอังกฤษ" https://www.facebook.com/groups/1706912769441545/

September 2019

Done is better than perfect

By |2019-09-25T18:37:25+07:00September 25th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , |

สิ่งหนึ่งที่ครูเรียนรู้ก็คือ Done is better than perfect ซึ่งแปลว่า ทำอะไรให้เสร็จดีกว่ารอให้perfectแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ซึ่งจริงๆก็ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตนะคะ แต่วันนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องwriting ล่ะกัน ตอนเรียนปริญญาเอกเนี่ยมีงานเขียนเยอะมาก ปกติครูก็เป็นคนประเภทว่าเวลาทำอะไรก็อยากทำให้ดีเนาะ คือ ถ้าเราคิดว่าไม่ยังไม่ดีก็ไม่กล้าส่ง แต่ว่าพองานมันเยอะๆเข้าก็มัวแต่รอแก้มันก็ไม่ทัน ก็เครียดนะ รู้สึกว่าทำไม่ได้  ทำไม่ทัน รู้สึกว่าเราคงจะเรียนไม่ได้แน่ๆ แต่ก็ได้เรียนรู้จากอาจารย์จากเพื่อนๆด้วยกันว่า งานเขียนเนี่ยมันแก้ได้ตลอดแหละ ไม่ว่าจะแก้มาแล้วกี่สิบรอบ พอเอาไปให้อาจารย์อ่าน เขาก็ยังมีcommentมาอีกจนได้ เพราะว่า writing มันไม่เหมือนข้อสอบ มันไม่ได้มีคำตอบเดียว มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ฉะนั้นวิธีที่จะเอาตัวรอดได้ก็คือ ต้องยึดคถาที่ว่า Done is better than perfect คือ ก็แก้ให้ดีในระดับหนึ่ง ในระดับที่ good enough สำหรับเป้าหมายของโปรเจคนี้ เพราะว่า there is no such thing as perfection ความเพอร์เฟคมันไม่มีอยู่จริง ถ้ารอให้เพอร์เฟคมันก็ไม่เสร็จสักที จริงไหมคะ?

สมัครยังไงให้ติด Top U? คอร์สสอนเขียน Statement of Purpose

By |2019-09-12T13:46:18+07:00September 12th, 2019|Categories: ศึกษาต่อต่างประเทศ|Tags: , |

สมัครยังไงให้ติด Top U? เปิดแล้ว! คอร์สเขียน statement of purpose กับ ครูม่อน (ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดและUCLA) สมัครภายใน 13 ก.ย. รับโบนัส private coaching ฟรี 1 ครั้ง คลิกอ่านรายละเอียดเลยค่ะ  

August 2019

I keep on making what I can’t do yet in order to learn to be able to do it.

By |2019-08-14T12:58:52+07:00August 14th, 2019|Categories: Food for Thoughts|Tags: , , , , , |

ความผิดพลาดอันนึงที่ครูม่อนทำก็คือ หยุดเรียนเพิ่มตอนที่ภาษาอังกฤษดีแล้วในระดับนึง ตอนนั้นก็คือตอนที่อยู่จุฬา คือตอนที่อยู่มอปลายตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษมาก พลิกจากห่วยเป็นเก่งเลย แต่พอเข้าจุฬาได้แล้ว ก็ไม่ค่อยได้เรียนเพิ่ม ก็เรียนหมอก็ยุ่งด้วย แต่จริงๆคือ รู้สึกว่าไม่รู้จะเรียนเพิ่มไปทำไหม เราก็สอบได้คะแนนดี อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็ได้แล้ว สื่อสารกับคนอื่นก็ได้แล้ว เลยไม่ค่อยได้สนใจเรียนอะไรที่มันยากขึ้นเท่าไหร่ คือ ก็ฝึกใช้เท่าที่รู้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้พยายามทำอะไรที่ยังไม่เคยทำได้ เช่น อ่านacademic paper, เขียนนิยาย, academic writing อะไรพวกนี้ พอตอนเรียนฮาร์วาร์ดเลยรู้เลยว่ามีอะไรอีกเยอะที่เราต้องฝึก คือ ก็รู้นะว่าตอนนั้นwritingเรายังไม่ดีพอ แต่มันไม่รู้จะฝึกยังไง แล้วก็ท้อแท้ด้วย เพราะว่ามันยากอ่ะ แต่พอมามองย้อนกลับไปจากตอนนี้ ก็รู้นะคะว่าอะไรที่เรายังไม่เก่งมันก็ยากทั้งนั้นแหละ ที่สำคัญคือ Never give up พอไว้เป็นอุทาหรณ์นะคะว่าบางทีอะไรที่มันง่ายไปสำหรับเราแล้ว อาจจะถึงเวลาที่เราต้องก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งแล้วเหรอเปล่า ทุกวันนี้ข้อมูล ตัวช่วยในการเรียนในการพัฒนาตัวเองนั้นมีเยอะ เรียนไว้ฝึกไว้เยอะๆค่ะ โดยเฉพาะภาษาเนี่ยเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา ถ้าเราคิดว่าเรามีเป้าหมายที่แน่นอน อยากจะไปเรียนไปทำงานเมืองนอกหรืออยู่ไทยแต่ทำงานที่ต้องใช้ภาษาเยอะๆ ฝึกไว้เลยค่ะ จำไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ก็ยังเก่งได้ขึ้นอีกเสมอค่ะ  

July 2019

Paragraph Structure โครงสร้างย่อหน้า

By |2019-07-02T02:30:29+07:00July 2nd, 2019|Categories: เรียนภาษาอังกฤษ|Tags: , , , , |

ย่อหน้า (paragraph) ที่ดีต้อง มีใจความหลัก 1 เรื่องเท่านั้น สั้นกระชับ (concise) ไม่ออกนอกเรื่อง ทุกปยต้องเกี่ยวข้องกับใจความหลัก สูตรโครงสร้างย่อหน้าที่ดี   (คำเชื่อม)+ใจความหลัก 1 เรื่อง+รายละเอียดของใจความหลัก   หมายเหตุ : คำเชื่อมจะมีหรือไม่มีก็ได้แล้วความเหมาะสม จากประสบการณ์ที่เป็นนักเรียนเองและที่สอนนักเรียนต่างชาติ ครูม่อนพบว่า ปัญหาที่เจอมากที่สุดคือเขียนหนึ่งย่อหน้าแล้วมีใจความหลักมากกว่าหนึ่งเรื่อง แบบนี้จะทำให้คนอ่านงงได้ ทำให้เขาตามไอเดียของเราไม่ได้ชัดเจน คำแนะนำอันหนึ่งของครูม่อนคือ ถ้าอยากเขียนให้เก่ง ทริคที่ช่วยได้มากคือให้เขียนหนึ่งย่อหน้าให้มีเรื่องเดียวเท่านั้น แค่นี้งานเขียนเราจะดีขึ้นเยอะเลยค่ะ